Platform Matching

กรุณารอสักครู่

Matching Platform ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

smartfinn


Matching Platform

ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

Smartfinn ขายฝากออนไลน์ อันดับ 1

Smartfinn ธุรกิจขายฝากเพื่อ SMEs “คว้ารางวัลทุกปี ตอกย้ำความเป็นที่ 1”       การขายฝากไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นการที่ผู้ขายฝากนำทรัพย์ (บ้าน คอนโด ที่ดิน) มาเปลี่ยนเป็นเงิน เพราะความจำเป็นเร่งด่วนบางอย่าง ทำให้ผู้ขายฝากอาจได้รับข้อเสนอที่ไม่เป็นธรรมได้   “ การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ มีมานานกว่า 60 ปีแล้ว โดยธุรกิจขายฝากมีมูลค่ารวมกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี ”       นางสาวปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ ได้เห็นปัญหาและต้องการปิดช่องว่างสีเทาตรงนี้ จึงนำความรู้ทั้งหมดมาพัฒนาเข้ากับเทคโนโลยีในปัจจุบัน เกิดเป็นบริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ จับคู่การขายฝากระหว่างผู้ต้องการเงินกับนักลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด     ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรมและมีมาตรฐาน ช่วยเหลือผู้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือเป็นหนี้ ที่ไม่สามารถกู้จากสถาบันการเงิน เป็นทางเลือกใหม่ให้กับนักธุรกิจไทย (ไม่ต้องพึ่งการกู้นอกระบบ) อีกทั้งยังตรวจสอบมูลค่าทรัพย์สิน โดยบริษัทประเมินที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย อนุมัติไว ใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์     บริษัท สมาร์ทฟินน์ ก่อตั้งในปี 2017 ปัจจุบัน Smartfinn ได้ช่วยเหลือธุรกิจไปแล้วกว่า 500 ราย มูลค่ารวมกว่า 2000 ล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ SMEs เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ จากวิสัยทัศน์ในวันนั้น ในวันนี้ได้พิสูจน์แล้ว ด้วยรางวัลมากมาย   รางวัล “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2019” (ผู้อุทิศตนทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ)   รางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” (สาขาบริหารและพัฒนาธุรกิจ ประจำปี 2563)       ความสำเร็จเหล่านี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ในอุตสาหกรรมนี้ ยังมีผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออีกมาก ยังมีผู้ประกอบการหลากหลายธุรกิจที่รอให้เราเข้าไปช่วยเหลือ   หากคุณคือคนนั้น หรือรู้จักเจ้าของกิจการที่ต้องการรับเงินก้อนต่อยอดธุรกิจ สามารถลงทะเบียนได้ที่ www.smartfinn.co.th หรือ 02-026-0725   Smartfinn ยินดีให้คำปรึกษาและบริการ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ   อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด เข้ารับรางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” ประจำปี 2563

บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด เข้ารับรางวัล “ ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ” ประจำปี 2563   มูลนิธิเพื่อสังคมไทยได้จัดงานประกาศเกียรติคุณรางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” สาขาบริหารและพัฒนาธุรกิจ ประจำปี 2563 ในโครงการหนึ่งล้านกล้าความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ณ หอประชุมกองทัพอากาศ โดยพลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี และเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส ให้เกียรติมอบรางวัล เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2563     บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด ได้รับประกาศเกียรติคุณรางวัล “ ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ” พุทธศักราช 2563 สาขา บริหารและพัฒนาธุรกิจ     คุณปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด รับรางวัลเกียรติยศ และประกาศนียบัตรจาก พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรีและเลขนุการมูลนิธิพระดาบส     เนื่องด้วยคณะกรรมการได้เล็งเห็นผลงานอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนในการดำเนินงานของบริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด ซึ่งเป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จแบบยั่งยืนตั้งแต่การบริการ การดำเนินงาน การบริหารจัดการที่ดี รวมไปถึงผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถที่ดี ซึ่งนำพาให้พนักงานทำงาน ปฏิบัติตนภายใต้คุณงามความดี มีคุณธรรมและจริยธรรม อีกทั้งยังมีการตอบแทนคุณแผ่นดินในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสมควรยกย่องให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมและสาธารณชน  

อ่านต่อ >>

บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด รับรางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปี 2019

เนื่องด้วยวันเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 19 ตุลาคม ของทุกปี มูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) ได้จัดโครงการ “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2019” เพื่อประกาศเกียรติคุณและเป็นการยกย่องบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการ ดำเนินชีวิต ทั้งชีวิตส่วนตัว ชีวิตการทำงาน และการอุทิศตนทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในด้านต่างๆ ซึ่งสมควรเป็นแบบอย่างที่ดีและควรค่าต่อการส่งเสริมเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจ     โดย คุณปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ ประธานบริหาร บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด ได้ขึ้นรับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลตัวอย่างในภาคธุรกิจบริการเฉพาะกิจ ซึ่งได้รับความกรุณาจาก ท่านหญิงประภาพันธุ์ (ภานุพันธุ์) กรโกสียกาจ ได้เสด็จมาเป็นประธานในพิธี พร้อมทั้งประทานโล่เกียรติยศให้กับ บุคคลคุณภาพแห่งปี 2019 และบุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจแห่งปี 2019 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัย จุฬาภรณ์ เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา     ทั้งนี้การได้รับการเสนอชื่อเข้ารับรางวัลเกียรติคุณนั้น ได้ผ่านการเสนอชื่อและกลั่นกรองโดยคณะกรรมการ ว่าเป็นผู้ที่อุทิศตัวทำประโยชน์ให้สังคม ควรค่าแก่การส่งเสริมฯ 23 สาขาธุรกิจด้วยกัน ทุกรายนามจะถูกบันทึกลงไว้ในอนุสรณ์ของมูลนิธิฯ ต่อไป    

อ่านต่อ >>

สรุปทรัพย์สิน ไปทำพินัยกรรมกันเถอะ พินัยกรรม ทำอย่างไร?

สรุปทรัพย์สิน ไปทำพินัยกรรมกันเถอะ พินัยกรรม ทำอย่างไร?   พินัยกรรม คือ เอกสารที่ระบุความจำนงเกี่ยวกับทรัพย์สินมรดกส่วนตัว ว่าต้องการมอบให้ผู้ใดเป็นผู้รับพินัยกรรมเมื่อเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถระบุกำหนดความต้องการให้ทายาททราบ หรือปฏิบัติเมื่อเสียชีวิต   ในกรณีที่ไม่ได้มีการทำพินัยกรรม มรดกจะตกทอดสู่ทายาทโดยธรรม ตามที่กฎหมายระบุ   ทายาทโดยธรรมสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 ลำดับ เรียงลำดับสิทธิ์ดังนี้ ผู้สืบสันดาน คือ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย, บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว และบุตรบุญธรรม รวมถึงสามีภรรยาที่จดทะเบียสมรส บิดามารดา ในกรณีของบิดา เฉพาะบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้นที่มีสิทธิรับมรดก พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมแต่บิดาหรือมารดาเดียวกัน หรือที่เรามักเรียกกันว่า “พี่น้องต่างพ่อหรือต่างแม่” ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา   คุณสมบัติของผู้ทำพินัยกรรม คือ มีอายุครบ 15 ปีขึ้นไป และศาลไม่ได้มีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ พินัยกรรมมีกี่ประเภท พินัยกรรมแบบธรรมดา ผู้ทำพินัยกรรม จัดทำหนังสือโดยการพิมพ์ข้อความพินัยกรรมลงในกระดาษ ระบุใจความสำคัญของมรดกและผู้รับพินัยกรรมอย่างครบถ้วน ระบุวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมให้ชัดเจน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน โดยพยานจะต้องลงลายมือชื่อรับรองพินัยกรรมฉบับนั้นด้วย   พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ทำพินัยกรรมเขียนรายละเอียดในพินัยกรรมทั้งฉบับด้วยลายมือตนเอง ระบุวัน เดือน ปี ที่เขียนพินัยกรรม พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม (รูปแบบเขียนเองนี้มีหรือไม่มีพยานก็ได้)   พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง เป็นพินัยกรรมที่ต้องดำเนินการต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ โดยผู้ทำพินัยกรรมแจ้งความประสงค์ในพินัยกรรมต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ณ เขตหรืออำเภอที่อาศัยอยู่ โดยเจ้าพนักงานจะทำการอ่านข้อความพินัยกรรมต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม และพยานจำนวนอย่างน้อย 2 คน เมื่อเห้นว่าถูกต้องครบถ้วนแล้วผู้ทำพินัยกรรมและพยานจะต้องลงชื่อในเอกสาร พร้อมทั้งเจ้าพนักงานลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี พร้อมประทับตราตำแหน่งในเอกสาร   พินัยกรรมแบบเอกสารลับ พินัยกรรมรูปแบบนี้ ดำเนินการที่เขตหรืออำเภอ คล้ายกันกับรูปแบบเอกสารฝ่ายเมืองเพียงแต่ข้อความภายในเอกสารจะเป็นความลับ โดยจะมีเพียงผู้ทำพินัยกรรมและพยานอย่างน้อย 2 คน ลงลายมือชื่อเพื่อปิดผนึก โดยเจ้าพนักงานจะลงวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมบซองพร้อมทั้งประทับตราตำแหน่ง ลายมือชื่อพยานและเจ้าพนักงาน   พินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา รูปแบบวาจาสามารถใช้ได้ในกรณีที่ไม่เข้าข่ายในรูปแบบใดๆเลย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือไม่สามารถปฏิบัติได้ตามรูปแบบที่กำหนดไว้ ทั้งนี้จะต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คนเพื่อรับฟังข้อความ วาจาที่ระบุถึงเนื้อหาในพินัยกรรม นอกจากนี้พยานจะต้องติดต่อทางราชการโดยเร็วที่สุด เพื่อแจ้งข้อความวาจา ที่ได้รับมาและแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ทำพินัยกรรมและเหตุการณ์ที่จำต้องทำด้วยวาจาว่าเพราะอะไรจึงไม่สามารถทำในรูปแบบอื่นๆได้ ท้ายที่สุดเจ้าพนักงานและพยานจะลงลายมือชื่อในข้อความที่เจ้าพนักงานได้รับมาเป็นอันสิ้นสุด   นอกจากนี้ยังมีรูปแบบของการจ้างทนายความผู้ดูแลพินัยกรรมให้กับครอบครัวอีกด้วย   ข้อมูลสำคัญที่ควรมีในพินัยกรรม ชื่อพินัยกรรม สถานที่ทำพินัยกรรม วัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม ชื่อ-นามสกุล และอายุ ของผู้ทำพินัยกรรม ที่อยู่ของผู้ทำพินัยกรรม ข้อความว่าชี้แจงทรัพย์สิน และมรดก ที่มีอยู่ในปัจจุบัน รายชื่อผู้ที่จะได้รับมรดก ข้อความรับรองว่าพินัยกรรมทั้งหมดเป็นความจริง และผู้เขียนมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ดีทุกประการ ลงชื่อผู้ทำพินัยกรรม   ค่าใช้จ่ายในการทำพินัยกรรม กรณีทำแบบฝ่ายมือง มีค่าใช้จ่ายต่อเอกสารจำนวน 50 บาท คู่ฉบับๆละ 10 บาท กรณีทำแบบเอกสารลับ มีค่าใช้จ่ายฉบับละ 20 บาท กรณีแบบธรรมดาและเขียนเองทั้งฉบับ จะไม่มีค่าใช้จ่ายให้กับเขต หรืออำเภอ กรณีมีทนายความดูแลพินัยกรรม ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างผู้ทำพินัยกรรมและทนายความ   หมายเหตุ : ในรูปแบบที่ต้องมีพยานในพินัยกรรม ผู้ที่เป็นพยานจะต้องเป็นผู้ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับมรดก     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากที่เชื่อใจได้กับสมาร์ทฟินน์

ขายฝากที่เชื่อใจได้กับสมาร์ทฟินน์         ต้องบอกว่าในปัจจุบัน เงิน เป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิตในทุกๆวัน ทุกคนล้วนอยากประสบความสำเร็จในชีวิตแต่ขาดทุนทรัพย์ในการจะสร้างหรือสานต่อ บางคนสร้างขึ้นมาแต่ต้องสะดุดด้วยเศรษฐกิจที่ตกต่ำตามภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งผลกระทบที่ได้รับจากโควิด-19 ทำให้หลายๆอาชีพและธุรกิจส่วนใหญ่ไม่สามารถรักษากำไรและยอดขายไว้ได้ บางบริษัทอาจมีกำไรลดลงและเงินทุนลดลง การระบาดของไวรัสส่งผลให้จำนวนบริษัทที่ขาดสภาพคล่องหรือสภาพคล่องตึงตัวมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก         ทางออกเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน คงไม่พ้นการนำโฉนดเข้าจำนอง หรือทำขายฝาก เพื่อนำเงินที่ได้มาเสริมสภาพคล่องชั่วคราว โดยในบทความนี้ เราจะกล่าวถึงการขายฝากที่เชื่อใจได้ และการตัดสินใจครั้งสำคัญหากต้องการขายฝาก         ปัญหาหลักของการขายฝากนั้น มักพบได้ในช่วงหลังจากการทำสัญญาไปแล้ว เมื่อพบว่านายทุนบุคคลไม่ต่อสัญญาให้ และระยะสัญญาที่ทำมาอาจสั้นเพียง 6 เดือน กลายเป็นปัญหาของเจ้าของหลักทรัพย์วิ่งวุ่นหาทางออกเพื่อไม่ให้โฉนดที่ดินหลุดไป หากศึกษานายทุนผู้รับซื้อฝากให้ดีแต่ต้นแล้ว ควรศึกษาเพิ่มเติมในกรณีว่าไม่สามารถไถ่ถอนได้ทันตามกำหนดจะทำอย่างไรต่อได้บ้าง         หากมองให้กว้างขึ้นกว่า ด้วยการขายฝากกับบริษัทที่มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดำเนินการอย่างเป็นมาตรฐานและดูแลอย่างมืออาชีพ ให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ หาทางออกทางการเงินที่ดีที่สุดให้กับผู้ขายฝาก ให้ผู้ขายฝากวางใจได้เมื่อพบปัญหาทางการเงิน สามารถปรึกษาและหาทางออกร่วมกันเพื่อประโยชน์ของผู้ขายฝาก และผู้รับซื้อฝาก         เรา Smartfinn เลยเข้าใจสถานการณ์นี้เป็นอย่างดีจึงอยากจะช่วยให้ธุรกิจของคนไทยก้าวต่อไปได้ Smartfinn ได้ทำแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เกี่ยวกับการขายฝากอสังหาริมทรัพย์เป็นแหล่งเงินทุนที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือเป็นบริษัทมีที่ตั้งทำการชัดเจนและฟินน์แน่นอน ฟินน์ยังไง? เราจะมาพูดถึงลูกค้าที่ได้ติดต่อเข้ามาไว้ใจและให้ Smartfinn ได้ดูแล ก่อนอื่นเลยอยู่ที่ไหนก็ลงทะเบียนได้ เรามีช่องทางติดต่อมากมายหลายช่องทาง ลูกค้าเราสะดวกแน่นอนไม่ว่าจะเป็น Facebook , Website , Google , Line@ หรือสามารถโทรเข้ามาทางเบอร์โทรศัพท์ของ Smartfinn ได้เลย เรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาฟรี ลูกค้าที่สนใจให้เราดูแลเราพร้อมบริการดูแลตั้งต้นจนจบการทำสัญญา ฟินน์ต่อด้วยดอกเบี้ย 9% ต่อปี สามารถลดภาระดอกเบี้ยขายฝากที่สูง เหลือเพียง 0.75 % ต่อเดือนเท่านั้นแถมยังอุ่นใจด้วยผลการประเมินทรัพย์สินโดยบริษัทที่ได้รับความเห็นชอบจาก กลต.(คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ด้วยความฟินน์ จึงทำให้ได้ช่วยเหลือธุรกิจไปแล้วกว่า 700 ราย มูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท นี่เป็นผลลัพธ์จากลูกค้าที่ไว้ใจให้ Smartfinn เราดูแล หากคุณกำลังมองหาแหล่งเงินทุนที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้ Smartfinn ยินดีให้บริการค่ะ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ทำความรู้จักสัญญาขายฝากที่ดิน

สัญญาจะซื้อจะขายฝากที่ดิน เป็นเอกสารสัญญาที่ต้องทำร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งมีสาระสำคัญที่ควรอ่านอย่างละเอียดและรอบคอบ ดังนี้   ชื่อและรายละเอียดบุคคลคู่สัญญา รายละเอียดของผู้ซื้อฝากและผู้ขายฝาก เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน การทำสัญญาสามารถเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล   อสังหาริมทรัพย์ที่จะซื้อจะขายฝาก รายละเอียดของหลักทรัพย์นั้นๆ เช่น เลขที่โฉนด เลขที่ดิน บ้านเลขที่ เนื้อที่กี่ตารางวา   ราคาและระยะเวลาที่ตกลงกัน ราคาของราคาทรัพย์ที่ตกลงกัน โดยระบุรายละเอียดให้ครบถ้วนทั้งจำนวนเงิน วิธีการชำระ ณ วันทำสัญญา รวมถึงกรอบกำหนดระยะสัญญาที่จะมาไถ่ถอนขายฝาก   กำหนดเวลาโอนหลักทรัพย์ ระบุขอบเขตของการทำธุรกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดิน สามารถกำหนดเป็นวันที่ที่แน่นอน หรือช่วงระยะเวลา ตามแต่ตกลงกันทั้ง 2 ฝ่าย   ผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอน และภาษี ในการทำธุรกรรมโอนกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินจะต้องมีการชำระภาษีและค่าโอน ในสัญญาควรระบุชัดเจนเพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจตรงกัน และป้องกันปัญหาในภายหลังว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ   เงื่อนไข ข้อตกลงเพิ่มเติม และการรับผิดเมื่อผิดสัญญา ในการทำสัญญาต่างๆ ท้ายสัญญามักมีเงื่อนไข ข้อตกลงหรือการรับผิดเมื่อฝายหนึ่งฝ่ายใด ได้ผิดสัญญาต่อคู่สัญญา ดังนั้นควรตกลงกันเพื่อให้เข้าใจตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้กรณีที่ไม่ได้เป็นคนร่างสัญญาเอง ให้อ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วนในเงื่อนไข ข้อตกลงเพิ่มเติมนี้   ลายมือชื่อ ลงลายมือชื่อคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งพยานของแต่ละฝ่าย             นอกจากนี้การทำสัญญาขายฝากนั้นควรทำสัญญา ณ กรมที่ดิน ต่อหน้าเจ้าพนักงานขณะการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อความโปร่งใสของทั้ง 2 ฝ่าย และสบายใจในการทำสัญญาร่วมกัน         อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาให้ถี่ถ้วน ไม่ว่าจะรู้จักกันมาก่อนหรือไม่ เพราะการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรแบบนี้ เมื่อพลาดท่าให้กับสัญญาที่ไม่เป็นธรรมไปแล้ว จะไม่สามารถแก้ไขได้นอกจากยกเลิกสัญญาที่ต้องเป็นไปตามที่ตกลงของสัญญา ซึ่งอาจเป็นข้อตกลงที่ถูกเอาเปรียบได้เช่นกัน ดังนั้นหากยังไม่มั่นใจในการดำเนินการทำสัญญาอะไรก็ตาม ควรมีที่ปรึกษาที่ปลอดภัย ไว้ใจได้ให้การดูแล   SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

รับมรดกที่ดินมาควรทำอย่างไร?

        เมื่อเจ้าของที่ดินเกิดถึงแก่กรรม ทำให้ได้รับมรดกที่ดินมา ต้องเริ่มที่ตรงไหนอย่างไร เพื่อให้การรับมรดกเรียบร้อยสมบูรณ์?   ผู้รับมอบสามารถเป็นใครได้บ้าง ทายาทตามลำดับ 6 ลำดับ บุตร หลาน เหลน ลื้อ บิดา มารดา พี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมบิดา หรือร่วมมารดาเดียวกัน ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา นอกจากนี้คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ มีสิทธิรับมรดกร่วมกับทายาททั้ง 6 ลำดับ   ต้องทำอย่างไร ทายาทที่ได้รับมรดกที่ดินจะต้องไปขอจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินนั้นที่สำนักงานที่ดิน พร้อมเอกสาร และค่าใช้จ่าย ดังนี้ ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน แบ่งได้ดังนี้ ค่าคำขอ ค่าประกาศมรดก ค่าจดทะเบียนผู้จัดการมรดก ค่าจดทะเบียนโอนมรดก ร้อยละ 2 ของราคาประเมิน กรณีเป็นบุพการี หรือคู่สมรส ร้อยละ 0.5 ของราคาประเมิน เอกสารในการขอรับมรดกที่ดิน โฉนดที่ดิน บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน มรณะบัตร หรือหลักฐานแสดงการเสียชีวิต พินัยกรรม (ถ้ามี)           กรณีอื่นๆเพิ่มเติมที่ต้องมีเอกสารหลักฐานแนบ ดังนี้ คู่สมรสตามกฎหมาย, หนังสือรับรองบุตรสำหรับบิดา, หนังสือรับบุตรบุญธรรม, หนังสือพิพากษาที่สิ้นสุด กรณีพิพาทในโฉนดที่ดิน, หากผู้ร่วมรับมรดกเสียชีวิต ต้องนำหลักฐานการเสียชีวิตของผู้ร่วมรับมรดกมาแสดง           นอกจากนี้การทำพินัยกรรม เพื่อเตรียมพร้อมก่อนจากไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงให้เจ้าหน้าที่เขต หรืออำเภอ ดำเนินการให้พร้อมชำระค่าธรรมเนียม ก็ทำให้ช่วยลดปัญหาการรับมรดกหลังจากถึงแก่กรรม     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

อสังหาริมทรัพย์ น่าลงทุนอย่างไร

อสังหาริมทรัพย์ น่าลงทุนอย่างไร         อสังหาริมทรัพย์มักเป็นตัวเลือกที่ดี ที่คนมีเงินเหลือส่วนใหญ่เลือกกระจายการลงทุนในรูปแบบของอสังหาริมทรัพย์กัน ด้วยการซื้อที่ดิน บ้าน หรือคอนโด เพราะอสังหาริมทรัพย์สามารถสร้างผลกำไรได้อีกทางหนึ่ง วันนี้สมาร์ทฟินน์รวบรวมข้อดีเกี่ยวกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ว่ามีความน่าลงทุนอย่างไร มาฝากกันค่ะ   อสังหาริมทรัพย์ สามารถลงทุนได้หลายรูปแบบ ดังนี้   การเก็งกำไร เป็นช่องทางการลงทุนในรูปแบบระยะสั้นและระยะยาว สามารถซื้อเก็บเป็นทรัพย์สินส่วนตัวและแบ่งขายทำกำไรบางส่วนได้ ในอนาคต ข้อพิจารณาสำหรับผู้ที่ลงทุนในรูปแบบนี้ คือ เก็งกำไรระยะสั้นค่อนข้างมีความเสี่ยงเพราะในปัจจุบันการแข่งขันของตลาดอสังหาฯ มีให้เลือกมากกว่าเเต่ก่อน มีจำนวนห้องในโครงการที่ over supply หรือกลุ่มเป้าหมายอาจมีทำเลในใจอยู่แล้ว ฉะนั้นควรศึกษาข้อมูลของแต่ละโครงการให้ดีก่อนว่าเหมาะสมกับการลงทุนระยะไหน ไม่เช่นนั้นอาจต้องรอเวลานานเพื่อทำกำไร   การปล่อยเช่า เป็นอีกช่องทางในการลงทุน คือ ซื้อมา แล้วปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ กรณีอาคารพาณิชย์ นอกจากให้เช่าเป็นพื้นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังสามารถให้เช่าพื้นที่เพื่อทำกิจการค้าขายได้อีกด้วย เช่น เปิดให้เช่าเป็นร้านสะดวกซื้อ, ร้านอาหาร, ร้านทำผม, ร้านคอม ฯลฯ ข้อพิจารณาในการตัดสินใจปล่อยเช่า คือ ต้องคอยซ่อมแซมห้องเช่า / อาคาร ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้ดีตลอด หรือปัญหาจุกจิกต่างๆ เช่น หลังคารั่ว ท่อตัน ไฟฟ้าช๊อต และต้องทาสีเพื่อให้ดูใหม่ตลอดเวลา ฯลฯ และหากต้องการนำรายรับที่ได้จากผู้เช่ามาผ่อนต่อกับทางธนาคาร ก็ต้องเซ็นสัญญาเช่าระยะยาว จึงจะคุ้มกับการลงทุน   การขายต่อโอนกรรมสิทธิ์ ส่วนใหญ่กรรมสิทธิ์ จะมีระยะเวลายาวนานถึง 20-30 ปี และอาจต่อสัญญาได้ตามเงื่อนไข และที่ดินจะไม่สามารถตั้งราคาเพื่อการขายขาดได้ เช่น ที่ของภาครัฐ การทางรถไฟ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นต้น เมื่อหมดสัญญา กรรมสิทธิ์ก็จบลง ซึ่งอาจมีความเสี่ยงคือไม่ได้รับค่าชดเชยใดๆ ในส่วนของที่ดินและอาคาร หากเกิดการชำรุดเสียหายจาก ภัยพิบัติ หรือถูกเวนคืนในช่วงที่ยังติดสัญญาอยู่   หุ้นกู้ คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยภาคเอกชน ซึ่งนักลงทุนที่ซื้อหุ้นกู้ มีฐานะเป็น เจ้าหนี้ โดยให้บริษัทที่ออกหุ้นกู้กู้เงิน (ลูกหนี้) เพื่อนำเงินทุนที่กู้มานั้น ไปใช้จ่ายในกิจการต่างๆ ของบริษัท โดยฝ่ายที่ออกหุ้นกู้ต้องจ่ายดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้ตลอดสัญญา และต้องชำระเงินต้นคืน เมื่อครบกำหนดอายุของหุ้นกู้           ข้อดีของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบบ้าน ที่ดิน และคอนโด คือ สามารถสร้างเงินหมุนเวียนได้จากการปล่อยให้เช่าได้ในระยะยาวหรืออาจขายต่อเพื่อสร้างผลกำไรก้อนใหญ่ได้ในอนาคต ซึ่งหากทำเลที่ตั้งและสิ่งแวดล้อม มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น อีกทั้งอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นสินทรัพย์ที่สามารถสร้างรายได้อย่างเพิ่มพูนในอนาคตให้แก่นักลงทุนอีกด้วย         ถึงการลงทุนในรูปแบบนี้อาจดูเหมือนไม่ค่อยมีความเสี่ยงมากนัก แต่ทุกการลงทุนมักมีอุปสรรคและความเสี่ยงเสมอ ฉะนั้นควรศึกษารายละเอียดก่อนลงทุนว่าเหมาะสมกับการลงทุนในรูปแบบใด   ทางเลือกใหม่นักลงทุนเพื่อผลตอบแทน 9-12% ต่อปี สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th สอบถามเพิ่มเติมเพื่อเป็นนักลงทุน 02-026-0725, 089-664-2622  LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ตลาดอสังหาฯ สร้างปรากฏการณ์สวนกระแสเศรษฐกิจ ไตรมาส 2

ตลาดอสังหาฯ สร้างปรากฏการณ์สวนกระแสเศรษฐกิจ ไตรมาส 2   ด้วยผลกระทบจากวิกฤต โควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวไปทั่วโลก และเมื่อเปิดผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมา กลับพบว่าผลการดำเนินงานของบริษัท อสังหาริมทรัพย์ที่มีส่วนครองการตลาด 70% พบว่า   รายได้ในไตรมาส 2 (30 มิถุนายน 2563) มีรายได้รวม 72,822.65 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 4.39% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 และการที่สต๊อกสินค้าคงเหลือลดลง เพราะมีการเร่งระบายสต๊อก อัดแคมเปญส่งเสริมการขายอย่างหนัก เพื่อเร่งการตัดสินใจซื้อ แม้ว่าผลกำไรสุทธิโดยรวมทั้งตลาดลดลง และแนวโน้มตลาดอสังหาฯ จะยังชะลอตัวตามกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ราคาที่ดินกลับไม่ได้ตกลง ถนนสารสิน ย่านปทุมวันได้ทำ new high (สถิติสูงสุดใหม่) ตารางวาละ 3.9 ล้าน แซงหน้าถนนหลังสวนไปแล้ว เชื่อว่าจะมีการเตรียมผุดโครงการซุปเปอร์ลักชัวรี่ ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล   อย่างไรก็ตาม การประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์กำลังอยู่ระหว่างลงพื้นที่สำรวจที่ดินทั่วประเทศ 321 ล้านไร่ เพื่อประเมินราคาที่ดินรอบใหม่ ในรอบปี 2564-2567 และจะประกาศใช้ มกราคม 2564   ซึ่งโควิด-19 ไม่ได้มีผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว กูรูหลายท่าน ให้ความเห็นว่า กรณีโควิดอาจจำลองสภาพคล้ายเหตุการณ์ท่วมใหญ่ปี 2554 ซึ่งปีนั้นเศรษฐกิจตกต่ำมาก แต่พอปี 2555 เศรษฐกิจจะเติบโตและดีดตัวกลับ แม้ว่าราคาขายห้องชุดใจกลางเมือง จะลดลง 10 กว่า % มาตั้งแต่ปลายปี 2562 ก็ตาม ในขณะที่ราคาที่ดินในกรุงเทพกับปริมณฑลกลับเพิ่มขึ้น หลังวิกฤตแต่ละครั้งตลาดอสังหาฯ สามารถฟื้นตัวได้เร็ว   สำหรับพื้นที่ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาแพงสุดตอนนี้ คือบริเวณย่านใจกลางเมือง เช่น สารสิน ถนนหลังสวน ชิดลม สยามสแควร์ เพลินจิต นานา ติดแนวรถไฟฟ้า มีระบบสาธาณูปโภคพร้อมอำนวยความสะดวก โดยคาดว่าที่ดินตามแนวรถไฟฟ้า BTS จะมีราคาเพิ่มขึ้นถึง 3.3 ล้านบาทต่อตารางวาได้ ในปลายปีนี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมพื้นที่ทำเลทองได้ที่       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ทำความรู้จัก 3 เทรนด์การเงินในอนาคต

ทำความรู้จัก 3 เทรนด์การเงินในอนาคต   DeFi - Decentralized Finance คือระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง ที่จะไม่มีตัวกลางอีกต่อไป ให้ผู้ที่ต้องการทำธุรกรรมมาพบปะกันโดยตรง โดยใช้ระบบ Blockchain ในการทำงาน   ข้อดี ต้นทุนต่ำ สามารถเข้าถึงได้ทุกประเทศทั่วโลก   การใช้งานในปัจจุบัน บริการฝาก-กู้ยืม Cryptocurrency (Compound) บริการแลกเปลี่ยน Cryptocurrency (UniSwap) ตัวเชื่อมการเงินในปัจจุบันและ Cryptocurrency (MakerDAO)      Embedding Fintech คือทุกบริษัทสามารถให้บริการทางการเงินด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นสถาบันการเงิน   ข้อดี เข้าถึงและตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้มากกว่าสถาบันการเงิน รู้ถึงแนวโน้มและพฤติกรรมของผู้ใช้บริการ   การใช้งานในปัจจุบัน Grab / Robinhood คือ Food Delivery ที่ปล่อยสินเชื่อ Line BK คือ Social Banking ที่ให้บริการทางการเงิน Facebook Pay คือ Social Media ที่รับชำระเงิน     Open Banking คือสถาบันการเงินหรือบริษัทเทคโนโลยี เข้าถึงและใช้ข้อมูลการเงินของผู้ใช้ได้อย่างสะดวกและปลอดภัยโดยใช้ API   ข้อดี พัฒนาต่อยอด และเพิ่มมูลค่าให้กับนวัตกรรมทางการเงิน ลดขั้นตอนการใช้งานของผู้ใช้บริการได้   การใช้งานในอนาคต บริหารการเงินได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางเดียว ลดขั้นตอนการขอสินเชื่อ โดยผู้ให้บริการสามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง   ที่มา www.krungsri.com www.efinancethai.com www.finnomena.com     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

รู้ทันเขาเราเสี่ยงน้อย

        ประเทศไทยมีอัตราการเจริญเติบโตของประชากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่ ที่ดินไม่มีวันเพิ่มขึ้น แต่ราคาที่ดินสูงขึ้นตลอดเพราะทุกคนต้องหาเลี้ยงชีพ ต้องพักผ่อน ต้องมีที่พักพิงอาศัยนั่นเอง ซึ่งที่อยู่อาศัยนั้นเป็นปัจจัยพื้นฐานของทุกสิ่งมีชีวิต ถึงตรงนี้อสังหาริมทรัพย์ยังเป็นตัวเลือกที่หลายคนเริ่มหันมาให้ความสนใจ ในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวน ตลาดหุ้นยังขึ้น ๆ ลง ๆ และทองก็ราคาพุ่งขึ้นจนอาจเอื้อมไม่ถึงแบบนี้ บิทคอยน์ราคาสูงเกินกว่าจะลงไปซื้อ ในท่ามกลางของภัยร้ายไวรัสโควิด-19 นั้น ก็ยังมีโอกาสดีๆ สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน อย่ามองแต่ในแง่ร้ายเพราะยังมีแง่ดีให้เห็น อย่างไรก็ตามการเลือกอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้อย่างเด็ดขาด ลักษณะของอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นสินทรัพย์ที่ Inertia คือราคามีการเปลี่ยนแปลงหรือขึ้นลงค่อนข้างช้า เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ทำให้มีผู้เชี่ยวชาญจากหลายสำนักที่ต่างออกมาประเมินว่า ภาวะโควิด-19 ที่เป็นวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่ไปทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยเมื่อช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีผลกระทบกับมูลค่าของทรัพย์สินระยะยาวประเภทนี้เท่าไรนัก เพราะราคาสินทรัพย์กับทิศทางเศรษฐกิจไม่ไปด้วยกัน เครื่องมือที่เราสามารถใช้ลดความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของตลาดได้ คือ การกระจายเงินลงทุน (Diversification) จึงขอย้ำคำแนะนำให้ผู้ลงทุนจัดพอร์ตแบบกระจายเงินลงทุนในหลายสินทรัพย์หรือเป็นการกระจายความเสี่ยงเพื่อป้องกันมูลค่าเงินเก็บในมือของเราที่กำลังถูกบั่นทอนให้ด้อยมูลค่าลงเรื่อยๆ จากเงินเฟ้อ ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ช่วยได้ในจุดนี้           แต่ก่อนจะไปรู้จักและเจาะลึกกับการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า คำว่าอสังหาริมทรัพย์คืออะไร ครอบคลุมอะไรบ้าง แล้วอสังหาริมทรัพย์ ความหมายเหมือน หรือแตกต่างจากสังหาริมทรัพย์อย่างไร ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ระบุว่า อสังหาริมทรัพย์คือหนึ่งในประเภทของทรัพย์ ซึ่งหมายถึง ที่ดินและทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดิน มีลักษณะเป็นการถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้น และหมายความรวมถึงทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับที่ดินหรือทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดิน หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นด้วย หรือสรุปแบบสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายได้ว่า อสังหาริมทรัพย์คือ (Real Estate) สิ่งที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หรือต้องอยู่ติดกับที่ (Immovable) อย่างเช่น อาคารบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ไปจนถึงที่ดิน และทรัพยากรตามธรรมชาติที่อยู่กับที่ดินนั้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นดิน แม่น้ำ หรือเกาะแก่ง ซึ่งความหมายจะตรงกันข้ามกับสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหมายถึง สิ่งที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ (Movable) เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องประดับตกแต่งภายในบ้าน รถยนต์ เป็นต้น และเนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ล้วนเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง ทำให้การดำเนินการซื้อขายแต่ละครั้งจะต้องมีการทำหนังสือสัญญา หรือทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในรูปแบบของโฉนด ทะเบียน หรือเอกสารที่แสดงสิทธิต่าง ๆ เพื่อให้มีการแสดงข้อมูลที่ชัดเจน ทั้งในฝั่งของผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตนั่นเอง นอกจากการซื้อขายทั่วไปแล้ว ที่นิยมทำกันคือ จำนอง / ขายฝาก ที่ให้ประโยชน์ทั้งผู้ซื้อฝาก / ขายฝาก

อ่านต่อ >>

ปัญญาประดิษฐ์ พัฒนาธุรกิจได้อย่างไร

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) คือเครื่องจักรที่ถูกสร้าง สามารถทำงานเรียนรู้ พัฒนา โดยแบ่งได้ 3 รูปแบบ   ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้มีพฤติกรรมเลียนแบบมนุษย์ โดยไม่เลียนแบบข้อผิดพลาดของมนุษย์ หรือเรียกอีกมุมคือให้ระบบทำงานเฉพาะส่วนที่ต้องการให้ทำนั่นเอง เป็นความสามารถเฉพาะทาง สามารถทำงานได้เท่าเทียมมนุษย์หรือ เหนือกว่ามนุษย์ แต่ทั้งนี้จะยังอยู่ในขั้นที่ไม่สามารถเรียนรู้ หรือทำในสิ่งที่ต้องผ่านการคิดพัฒนา การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine learning) เป็นการศึกษาเรียนรู้ด้วยวิธีคิดจากตัวอย่างและประสบการณ์ที่ผ่านมา วิเคราะห์ตามรูปแบบและแผนที่เคยเกิดขึ้น เพื่อมาทำนายความเป็นไปได้ในอนาคต เช่น การทำนายราคาหุ้นในอนาคต จากข้อมูในลอดีตจนถึงปัจจุบัน การเรียนรู้เชิงลึก (Deep learning) ทำงานในรูปแบบของ Machine Learning แต่สามารถทำได้ในระดับที่ซับซ้อนกว่ามาก           เทคโนโลยีเหล่านี้ได้ถูกนำมาช่วยพัฒนา ปรับปรุงประสิทธิภาพในด้านต่างๆ โดยทำงานด้วยชุดข้อมูลที่หลากหลายเข้าด้วยกัน เช่น ข้อความ ข้อมูลล็อก ชุดเวลา รูปภาพ เสียง ฯลฯ   AI ต่างกับ Machine learning อย่างไร         AI คือวิทยาศาสตร์ที่ทำการฝึกฝนเครื่องจักร เพื่อลดปัญหาที่เกิดจากการทำงานที่ผิดพลาดของมนุษย์ เปรียบเสมือนการทำงานที่เลียนแบบมนุษย์ แต่ให้ประสิทธิภาพและปริมาณได้สูงกว่า         ในขณะที่ Machine Learning เป็นรูปแบบหนึ่งของ AI แต่มีความลึกซึ้งที่มากกว่าเนื่องด้วยต้องทำงานโดยทำความเข้าใจกับรูปแบบแผนงานของข้อมูลที่ได้รับ และนำมาพัฒนาเป็นแบบแผนใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลเดิม   ข้อดี พัฒนาประสิทธิภาพ ด้วยข้อมูลที่ธุรกิจมีอยู่ทำให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะเวลาที่น้อยลง ลดความผิดพลาดของมนุษย์ เพราะเป็นเหมือนเครื่องจักรที่มีแบบแผนการทำงานอย่างแม่นยำแล้ว จึงลดอัตราความผิดพลาด ต่างจากมนุษย์ได้มากกว่า เทคโนโลยีอื่นๆสามารถพัฒนาได้มากขึ้นจากการทำงานของ AI เช่น สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์ไอทีสำหรับสิ่งแวดล้อม   ข้อเสีย ปัญหาการเลิกจ้าง เมื่อเครื่องจักรอย่าง AI ทำงานได้ประสิทธิภาพมากกว่ามนุษย์ ผลที่ตามมามักเป็นมนุษย์ที่จะได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีรูปแบบนี้ ถึงแม้จะทำงานได้ดีกว่ามนุษย์แต่ยังมีข้อจำกัดที่ว่า อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้คือเครื่องจักร ไม่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในทุกสายงาน ข้อจำกัดทางความคิดของหุ่นยนต์ AI เนื่องจากการทำงานของระบบมาจากข้อมูลที่ถูกป้อนเข้าระบบการทำงานถูกพัฒนาจากข้อมูลที่มีอยู่แล้วเรียนรู้พัฒนาไปตามแผนที่คาดการณ์จากข้อมูลที่มี จึงอาจก่อให้เกิดการเรียนรู้ผิดๆ จากข้อมูลที่ผิดได้ ยกตัวอย่าง เช่น Chatbot ในทวิตเตอร์ของ Microsoft ที่มีการสื่อสารตอบโต้กับผู้คนออนไลน์อัตโนมัติ และทวีตเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติ เพราะเนื้อหาที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์ท่านอื่นๆ มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติ ทำให้ระบบดังกล่าวต้องปิดตัวลงหลังเปิดได้เพียง 16 ชั่วโมง   การใช้งานกับธุรกิจ         ในปัจจุบัน AI เป็นที่นิยมมากและถูกนำมาใช้ในทุกอุตสาหกรรมก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรม, การเงิน, การตลาด, สาธารณะสุข หรือการขนส่งและการเดินทาง ถ้ามองการใช้งานได้จริงแล้วละก็ คาดว่าสามารถใช้งานได้จริงในทุกอุตสาหกรรมก็เป็นได้ หากในองค์กรมีความสามารถในการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาในรูปแบบของความเข้าใจและประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์นับว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอยู่ไม่น้อย เพราะในอีกนัยหนึ่ง บุคลากรคือผู้ที่เข้าใจลูกค้า การทำงานขององค์กรนั้นๆ และยังเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้าน AI ด้วยแล้ว การวางแผนเพื่อพัฒนา ประยุกต์นำ AI มาใช้กับองค์กรคงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรในระยะยาวได้อย่างดี   ค่าใช้จ่าย         การนำ AI มาใช้ในองค์กรเริ่มแรกมักต้องมีการลงทุนในระยะแรกก่อน แต่การทำงานของ AI ในระยะยาวจะสามารถช่วยลดต้นทุนในทุกๆด้านให้กับองค์กรได้เป็นอย่างมาก เช่น การซ่อมบำรุงเครื่องจักร ที่มีการคำนวณแผนระยะยาวไว้แล้ว ส่งผลให้ทั้งระบบรู้ได้ว่าต้องซ่อมบำรุงเมื่อใด ต้องสั่งอะไหล่เมื่อใด จำนวนเท่าไหร่ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายของการซ่อมบำรุงได้เป็นอย่างมาก           แม้ในอนาคตจะมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามา แต่การศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์นับว่าเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย เพื่อต่อยอดพัฒนาองค์กรทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งมีคุณประโยชน์ในระยะยาวได้อีกด้วย

อ่านต่อ >>