Platform Matching

กรุณารอสักครู่

Platform Matching ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

smartfinn


platform matching

ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

Smartfinn ขายฝากออนไลน์ อันดับ 1

Smartfinn ธุรกิจขายฝากเพื่อ SMEs “คว้ารางวัลทุกปี ตอกย้ำความเป็นที่ 1” การขายฝากไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นการที่ผู้ขายฝากนำทรัพย์ (บ้าน คอนโด ที่ดิน) มาเปลี่ยนเป็นเงิน เพราะความจำเป็นเร่งด่วนบางอย่าง ทำให้ผู้ขายฝากอาจได้รับข้อเสนอที่ไม่เป็นธรรมได้ Credit : Smartfinn Team

อ่านต่อ >>

บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด เข้ารับรางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” ประจำปี 2563

มูลนิธิเพื่อสังคมไทยได้จัดงานประกาศเกียรติคุณรางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” สาขาบริหารและพัฒนาธุรกิจ ประจำปี 2563ทในโครงการหนึ่งล้านกล้าความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ณ หอประชุมกองทัพอากาศ โดยพลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี และเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส ให้เกียรติมอบรางวัล เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2563 Credit : Smartfinn Team

อ่านต่อ >>

บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด รับรางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปี 2019

เนื่องด้วยวันเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 19 ตุลาคม ของทุกปี มูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) ได้จัดโครงการ “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2019 ” เพื่อประกาศเกียรติคุณและเป็นการยกย่องบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการ ดำเนินชีวิต ทั้งชีวิตส่วนตัว ชีวิตการทำงาน และการอุทิศตนทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในด้านต่างๆ ซึ่งสมควรเป็นแบบอย่างที่ดีและควรค่าต่อการส่งเสริมเพื่อประกาศเชิดชูเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจ Credit : Smartfinn Team

อ่านต่อ >>

รู้ทันเขาเราเสี่ยงน้อย

        ประเทศไทยมีอัตราการเจริญเติบโตของประชากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่ ที่ดินไม่มีวันเพิ่มขึ้น แต่ราคาที่ดินสูงขึ้นตลอดเพราะทุกคนต้องหาเลี้ยงชีพ ต้องพักผ่อน ต้องมีที่พักพิงอาศัยนั่นเอง ซึ่งที่อยู่อาศัยนั้นเป็นปัจจัยพื้นฐานของทุกสิ่งมีชีวิต ถึงตรงนี้อสังหาริมทรัพย์ยังเป็นตัวเลือกที่หลายคนเริ่มหันมาให้ความสนใจ ในภาวะที่เศรษฐกิจผันผวน ตลาดหุ้นยังขึ้น ๆ ลง ๆ และทองก็ราคาพุ่งขึ้นจนอาจเอื้อมไม่ถึงแบบนี้ บิทคอยน์ราคาสูงเกินกว่าจะลงไปซื้อ ในท่ามกลางของภัยร้ายไวรัสโควิด-19 นั้น ก็ยังมีโอกาสดีๆ สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน อย่ามองแต่ในแง่ร้ายเพราะยังมีแง่ดีให้เห็น อย่างไรก็ตามการเลือกอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้อย่างเด็ดขาด ลักษณะของอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นสินทรัพย์ที่ Inertia คือราคามีการเปลี่ยนแปลงหรือขึ้นลงค่อนข้างช้า เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ทำให้มีผู้เชี่ยวชาญจากหลายสำนักที่ต่างออกมาประเมินว่า ภาวะโควิด-19 ที่เป็นวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่ไปทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยเมื่อช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีผลกระทบกับมูลค่าของทรัพย์สินระยะยาวประเภทนี้เท่าไรนัก เพราะราคาสินทรัพย์กับทิศทางเศรษฐกิจไม่ไปด้วยกัน เครื่องมือที่เราสามารถใช้ลดความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของตลาดได้ คือ การกระจายเงินลงทุน (Diversification) จึงขอย้ำคำแนะนำให้ผู้ลงทุนจัดพอร์ตแบบกระจายเงินลงทุนในหลายสินทรัพย์หรือเป็นการกระจายความเสี่ยงเพื่อป้องกันมูลค่าเงินเก็บในมือของเราที่กำลังถูกบั่นทอนให้ด้อยมูลค่าลงเรื่อยๆ จากเงินเฟ้อ ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ช่วยได้ในจุดนี้           แต่ก่อนจะไปรู้จักและเจาะลึกกับการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า คำว่าอสังหาริมทรัพย์คืออะไร ครอบคลุมอะไรบ้าง แล้วอสังหาริมทรัพย์ ความหมายเหมือน หรือแตกต่างจากสังหาริมทรัพย์อย่างไร ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ระบุว่า อสังหาริมทรัพย์คือหนึ่งในประเภทของทรัพย์ ซึ่งหมายถึง ที่ดินและทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดิน มีลักษณะเป็นการถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้น และหมายความรวมถึงทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับที่ดินหรือทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดิน หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นด้วย หรือสรุปแบบสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายได้ว่า อสังหาริมทรัพย์คือ (Real Estate) สิ่งที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หรือต้องอยู่ติดกับที่ (Immovable) อย่างเช่น อาคารบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ไปจนถึงที่ดิน และทรัพยากรตามธรรมชาติที่อยู่กับที่ดินนั้น ไม่ว่าจะเป็นพื้นดิน แม่น้ำ หรือเกาะแก่ง ซึ่งความหมายจะตรงกันข้ามกับสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหมายถึง สิ่งที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ (Movable) เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องประดับตกแต่งภายในบ้าน รถยนต์ เป็นต้น และเนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ล้วนเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง ทำให้การดำเนินการซื้อขายแต่ละครั้งจะต้องมีการทำหนังสือสัญญา หรือทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในรูปแบบของโฉนด ทะเบียน หรือเอกสารที่แสดงสิทธิต่าง ๆ เพื่อให้มีการแสดงข้อมูลที่ชัดเจน ทั้งในฝั่งของผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตนั่นเอง นอกจากการซื้อขายทั่วไปแล้ว ที่นิยมทำกันคือ จำนอง / ขายฝาก ที่ให้ประโยชน์ทั้งผู้ซื้อฝาก / ขายฝาก

อ่านต่อ >>

ปัญญาประดิษฐ์ พัฒนาธุรกิจได้อย่างไร

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) คือเครื่องจักรที่ถูกสร้าง สามารถทำงานเรียนรู้ พัฒนา โดยแบ่งได้ 3 รูปแบบ   ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้มีพฤติกรรมเลียนแบบมนุษย์ โดยไม่เลียนแบบข้อผิดพลาดของมนุษย์ หรือเรียกอีกมุมคือให้ระบบทำงานเฉพาะส่วนที่ต้องการให้ทำนั่นเอง เป็นความสามารถเฉพาะทาง สามารถทำงานได้เท่าเทียมมนุษย์หรือ เหนือกว่ามนุษย์ แต่ทั้งนี้จะยังอยู่ในขั้นที่ไม่สามารถเรียนรู้ หรือทำในสิ่งที่ต้องผ่านการคิดพัฒนา การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine learning) เป็นการศึกษาเรียนรู้ด้วยวิธีคิดจากตัวอย่างและประสบการณ์ที่ผ่านมา วิเคราะห์ตามรูปแบบและแผนที่เคยเกิดขึ้น เพื่อมาทำนายความเป็นไปได้ในอนาคต เช่น การทำนายราคาหุ้นในอนาคต จากข้อมูในลอดีตจนถึงปัจจุบัน การเรียนรู้เชิงลึก (Deep learning) ทำงานในรูปแบบของ Machine Learning แต่สามารถทำได้ในระดับที่ซับซ้อนกว่ามาก           เทคโนโลยีเหล่านี้ได้ถูกนำมาช่วยพัฒนา ปรับปรุงประสิทธิภาพในด้านต่างๆ โดยทำงานด้วยชุดข้อมูลที่หลากหลายเข้าด้วยกัน เช่น ข้อความ ข้อมูลล็อก ชุดเวลา รูปภาพ เสียง ฯลฯ   AI ต่างกับ Machine learning อย่างไร         AI คือวิทยาศาสตร์ที่ทำการฝึกฝนเครื่องจักร เพื่อลดปัญหาที่เกิดจากการทำงานที่ผิดพลาดของมนุษย์ เปรียบเสมือนการทำงานที่เลียนแบบมนุษย์ แต่ให้ประสิทธิภาพและปริมาณได้สูงกว่า         ในขณะที่ Machine Learning เป็นรูปแบบหนึ่งของ AI แต่มีความลึกซึ้งที่มากกว่าเนื่องด้วยต้องทำงานโดยทำความเข้าใจกับรูปแบบแผนงานของข้อมูลที่ได้รับ และนำมาพัฒนาเป็นแบบแผนใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลเดิม   ข้อดี พัฒนาประสิทธิภาพ ด้วยข้อมูลที่ธุรกิจมีอยู่ทำให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะเวลาที่น้อยลง ลดความผิดพลาดของมนุษย์ เพราะเป็นเหมือนเครื่องจักรที่มีแบบแผนการทำงานอย่างแม่นยำแล้ว จึงลดอัตราความผิดพลาด ต่างจากมนุษย์ได้มากกว่า เทคโนโลยีอื่นๆสามารถพัฒนาได้มากขึ้นจากการทำงานของ AI เช่น สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์ไอทีสำหรับสิ่งแวดล้อม   ข้อเสีย ปัญหาการเลิกจ้าง เมื่อเครื่องจักรอย่าง AI ทำงานได้ประสิทธิภาพมากกว่ามนุษย์ ผลที่ตามมามักเป็นมนุษย์ที่จะได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีรูปแบบนี้ ถึงแม้จะทำงานได้ดีกว่ามนุษย์แต่ยังมีข้อจำกัดที่ว่า อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้คือเครื่องจักร ไม่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในทุกสายงาน ข้อจำกัดทางความคิดของหุ่นยนต์ AI เนื่องจากการทำงานของระบบมาจากข้อมูลที่ถูกป้อนเข้าระบบการทำงานถูกพัฒนาจากข้อมูลที่มีอยู่แล้วเรียนรู้พัฒนาไปตามแผนที่คาดการณ์จากข้อมูลที่มี จึงอาจก่อให้เกิดการเรียนรู้ผิดๆ จากข้อมูลที่ผิดได้ ยกตัวอย่าง เช่น Chatbot ในทวิตเตอร์ของ Microsoft ที่มีการสื่อสารตอบโต้กับผู้คนออนไลน์อัตโนมัติ และทวีตเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติ เพราะเนื้อหาที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์ท่านอื่นๆ มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติ ทำให้ระบบดังกล่าวต้องปิดตัวลงหลังเปิดได้เพียง 16 ชั่วโมง   การใช้งานกับธุรกิจ         ในปัจจุบัน AI เป็นที่นิยมมากและถูกนำมาใช้ในทุกอุตสาหกรรมก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรม, การเงิน, การตลาด, สาธารณะสุข หรือการขนส่งและการเดินทาง ถ้ามองการใช้งานได้จริงแล้วละก็ คาดว่าสามารถใช้งานได้จริงในทุกอุตสาหกรรมก็เป็นได้ หากในองค์กรมีความสามารถในการพัฒนาบุคลากร การพัฒนาในรูปแบบของความเข้าใจและประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์นับว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอยู่ไม่น้อย เพราะในอีกนัยหนึ่ง บุคลากรคือผู้ที่เข้าใจลูกค้า การทำงานขององค์กรนั้นๆ และยังเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้าน AI ด้วยแล้ว การวางแผนเพื่อพัฒนา ประยุกต์นำ AI มาใช้กับองค์กรคงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรในระยะยาวได้อย่างดี   ค่าใช้จ่าย         การนำ AI มาใช้ในองค์กรเริ่มแรกมักต้องมีการลงทุนในระยะแรกก่อน แต่การทำงานของ AI ในระยะยาวจะสามารถช่วยลดต้นทุนในทุกๆด้านให้กับองค์กรได้เป็นอย่างมาก เช่น การซ่อมบำรุงเครื่องจักร ที่มีการคำนวณแผนระยะยาวไว้แล้ว ส่งผลให้ทั้งระบบรู้ได้ว่าต้องซ่อมบำรุงเมื่อใด ต้องสั่งอะไหล่เมื่อใด จำนวนเท่าไหร่ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายของการซ่อมบำรุงได้เป็นอย่างมาก           แม้ในอนาคตจะมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามา แต่การศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์นับว่าเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย เพื่อต่อยอดพัฒนาองค์กรทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งมีคุณประโยชน์ในระยะยาวได้อีกด้วย

อ่านต่อ >>

เตรียมธุรกิจให้พร้อมรองรับ 5G

5G คืออะไร         Fifth-Generation คือ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายสมัยใหม่ ที่จะมาแทนระบบเดิมอย่าง 4G การทำงานของ 5G ไม่เพียงแต่อยู่บนโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่จะเข้าถึงอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่สามารถสั่งการผ่าน wifi         การเข้ามาของ 5G จะมีประโยชน์อย่างมากทั้งการใช้ชีวิต ไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการดำเนินธุรกิจ การปรับตัวของธุรกิจในอุตสาหกรรม   สัญญาณ 5G ทำงานอย่างไร         5G จะถูกพัฒนา 3 ส่วนสำคัญเพื่อการใช้งานกับอุปกรณ์ไร้สายทุกชนิด ความเร็วของอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น จากการขยายช่องสัญญาณ ใช้เวลาน้อยลง เพราะความเร็วในการตอบสนองมากขึ้น รองรับได้มากกว่า 1 อุปกรณ์ในเวลาเดียวกัน เมื่อใช้สัญญาณ 5G สัญญาณ 4G จะต้องถูกยกเลิกไป เนื่องจากไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้ นอกจากนี้รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำงาน ต้องรองรับ 5G ด้วยเช่นกัน ซึ่งคาดว่าใน 1-2 ปีข้างหน้าอุปกรณ์เหล่านี้จะมีแนวโน้มราคาที่ถูกลง เพราะปัจจุบันยังใหม่จึงมีราคาที่สูง   เกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างไร ข้อดี ความเร็วสูงกว่า 4G ถึง 20 เท่า ส่งผลให้ใช้ระยะเวลาในการทำงานน้อยลง ทำสิ่งต่างๆได้เร็วขึ้น ด้วยความเร็วที่มากขึ้นส่งผลให้การทำงานของ AI เรียนรู้ได้ดีขึ้น เป็นผลดีต่อองค์กรที่ใช้ AI ในการทำงาน ข้อเสีย แน่นอนว่าการถือกำเนิดของเทคโนโลยีใหม่ๆ จะมีค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ที่อาจมีราคาแพงกว่าฮาร์ดแวร์รุ่นปัจจุบัน ดังนั้นธุรกิจที่ต้องการใช้ประโยชน์จาก 5G จะเริ่มคำนวณงบประมาณสำหรับการอัพเกรดในอนาคต ต้นทุนด้านอินเตอร์เน็ตแพงขึ้นเพราะผู้ให้บริการมีการลงทุนกับ 5G มากขึ้น รวมทั้งความเร็วของ 5G สามารถโหลดข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ให้เร็วขึ้น ดังนั้นจึงมีการใช้งานที่สูงขึ้นตามไปด้วย ผลเสียต่อสุขภาพจากคลื่นความถี่ที่แรงขึ้น ยังคงเป็นคำถามในใจหลายๆคนว่าการที่คลื่นความถี่ 5G เข้ามามีผลต่อสุขภาพของมนุษย์หรือไม่ แม้ว่าจะมีงานวิจัยจำนวนมากที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้ แต่ยังไม่มีผลที่ชัดเจน สำหรับการยืนยันว่าคลื่นเหล่านี้ก่อผลเสียต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง *ในขณะเดียวกันมีผู้เรียกร้องให้หยุดระงับการพัฒนา 5G เนื่องจากเชื่อว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นเครือข่ายความเร็วสูงเหล่านี้มีผลต่ออวัยวะ การทำงาน และสมองของสิ่งมีชีวิตอย่างแน่นอน ยกตัวอย่างในนกพิราบ ที่ไม่สามารถบินกลับไปยังที่หมายได้เอง   ธุรกิจไหนได้ประโยชน์กับการมาของ 5G ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เพราะในอนาคตจะมีการใช้อินเทอร์เน็ตที่สูงมากกว่าเดิมเนื่องจากต้องดาวน์โหลดข้อมูลที่มากขึ้น ผู้ให้บริการฮาร์ดแวร์ ทุกธุรกิจในอนาคตจำเป็นที่จะต้องพัฒนาระบบเพื่อให้รองรับสำหรับ 5G จึงถือเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ทุกธุรกิจจำเป็นต้องพัฒนาไปด้วย ผู้ให้บริการ AI หรือ ผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ไม่เพียงแต่ 5G แต่ในแง่ของการทำธุรกิจในยุคสมัยใหม่ AI นับเป็นที่ต้องการเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น หากมี 5G มาพัฒนาให้การทำงานดีขึ้น คงไม่มีธุรกิจใดที่จะมองข้าม AI ได้อย่างแน่นอน ผู้ให้บริการ Video Steaming เนื่องด้วยความบันเทิงเป็นสิ่งที่คู่กับมนุษย์มาอย่างเนิ่นนาน ระบบ 5G พัฒนาให้ระบบ Steaming ทำงานได้เสถียรขึ้น ผู้คนเข้าถึงสื่อได้ง่ายดาย การเติบโตของผู้ให้บริการ คงต้องสอดคล้องไปเช่นกัน การแพทย์ สามารถพัฒนาการผ่าตัดช่วยเหลือผ่านเครื่องกลข้ามประเทศได้ ยกตัวอย่างในปี 2019 ในจีนสามารถผ่าตัดข้ามพื้นที่โดยใช้เครื่องกลทางการแพทย์   สำหรับคนทำธุรกิจควรเริ่มที่จะศึกษา วางแผน เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ภายในองค์กรที่มี ให้สอดคล้องและรองรับไปกับเทคโนลียีใหม่ๆ และเป็นโอกาสในการพัฒนาธุรกิจในยุคสมัยที่แข่งขันกันด้วยความเร็ว   อ้างอิง - www.forbes.com - https://sennalabs.com - www.adslthailand.com

อ่านต่อ >>

รับมรดกที่ดินมาควรทำอย่างไร?

        เมื่อเจ้าของที่ดินเกิดถึงแก่กรรม ทำให้ได้รับมรดกที่ดินมา ต้องเริ่มที่ตรงไหนอย่างไร เพื่อให้การรับมรดกเรียบร้อยสมบูรณ์?   ผู้รับมอบสามารถเป็นใครได้บ้าง ทายาทตามลำดับ 6 ลำดับ บุตร หลาน เหลน ลื้อ บิดา มารดา พี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมบิดา หรือร่วมมารดาเดียวกัน ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา นอกจากนี้คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ มีสิทธิรับมรดกร่วมกับทายาททั้ง 6 ลำดับ   ต้องทำอย่างไร ทายาทที่ได้รับมรดกที่ดินจะต้องไปขอจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินนั้นที่สำนักงานที่ดิน พร้อมเอกสาร และค่าใช้จ่าย ดังนี้ ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน แบ่งได้ดังนี้ ค่าคำขอ ค่าประกาศมรดก ค่าจดทะเบียนผู้จัดการมรดก ค่าจดทะเบียนโอนมรดก ร้อยละ 2 ของราคาประเมิน กรณีเป็นบุพการี หรือคู่สมรส ร้อยละ 0.5 ของราคาประเมิน เอกสารในการขอรับมรดกที่ดิน โฉนดที่ดิน บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน มรณะบัตร หรือหลักฐานแสดงการเสียชีวิต พินัยกรรม (ถ้ามี)           กรณีอื่นๆเพิ่มเติมที่ต้องมีเอกสารหลักฐานแนบ ดังนี้ คู่สมรสตามกฎหมาย, หนังสือรับรองบุตรสำหรับบิดา, หนังสือรับบุตรบุญธรรม, หนังสือพิพากษาที่สิ้นสุด กรณีพิพาทในโฉนดที่ดิน, หากผู้ร่วมรับมรดกเสียชีวิต ต้องนำหลักฐานการเสียชีวิตของผู้ร่วมรับมรดกมาแสดง           นอกจากนี้การทำพินัยกรรม เพื่อเตรียมพร้อมก่อนจากไปก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงให้เจ้าหน้าที่เขต หรืออำเภอ ดำเนินการให้พร้อมชำระค่าธรรมเนียม ก็ทำให้ช่วยลดปัญหาการรับมรดกหลังจากถึงแก่กรรม

อ่านต่อ >>

อสังหาริมทรัพย์ น่าลงทุนอย่างไร

อสังหาริมทรัพย์มักเป็นตัวเลือกที่ดี ที่คนมีเงินเหลือส่วนใหญ่เลือกกระจายการลงทุนในรูปแบบของอสังหาริมทรัพย์กัน ด้วยการซื้อที่ดิน บ้าน หรือคอนโด เพราะอสังหาริมทรัพย์สามารถสร้างผลกำไรได้อีกทางหนึ่ง วันนี้สมาร์ทฟินน์รวบรวมข้อดีเกี่ยวกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ว่ามีความน่าลงทุนอย่างไร มาฝากกันค่ะ Credit : Smartfinn Team

อ่านต่อ >>

ตลาดอสังหาฯ สร้างปรากฏการณ์สวนกระแสเศรษฐกิจ ไตรมาส 2

ด้วยผลกระทบจากวิกฤต โควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวไปทั่วโลก และเมื่อเปิดผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมา กลับพบว่าผลการดำเนินงานของบริษัท อสังหาริมทรัพย์ที่มีส่วนครองการตลาด 70% พบว่า Credit : Smartfinn Team

อ่านต่อ >>

สรุปทรัพย์สิน ไปทำพินัยกรรมกันเถอะ พินัยกรรม ทำอย่างไร?

สรุปทรัพย์สิน ไปทำพินัยกรรมกันเถอะ พินัยกรรม ทำอย่างไร?   พินัยกรรม คือ เอกสารที่ระบุความจำนงเกี่ยวกับทรัพย์สินมรดกส่วนตัว ว่าต้องการมอบให้ผู้ใดเป็นผู้รับพินัยกรรมเมื่อเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถระบุกำหนดความต้องการให้ทายาททราบ หรือปฏิบัติเมื่อเสียชีวิต ในกรณีที่ไม่ได้มีการทำพินัยกรรม มรดกจะตกทอดสู่ทายาทโดยธรรม ตามที่กฎหมายระบุ   ทายาทโดยธรรมสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 ลำดับ เรียงลำดับสิทธิ์ดังนี้ ผู้สืบสันดาน คือ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย, บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว และบุตรบุญธรรม รวมถึงสามีภรรยาที่จดทะเบียสมรส บิดามารดา ในกรณีของบิดา เฉพาะบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้นที่มีสิทธิรับมรดก พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมแต่บิดาหรือมารดาเดียวกัน หรือที่เรามักเรียกกันว่า “พี่น้องต่างพ่อหรือต่างแม่” ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา   คุณสมบัติของผู้ทำพินัยกรรม คือ มีอายุครบ 15 ปีขึ้นไป และศาลไม่ได้มีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ พินัยกรรมมีกี่ประเภท พินัยกรรมแบบธรรมดา ผู้ทำพินัยกรรม จัดทำหนังสือโดยการพิมพ์ข้อความพินัยกรรมลงในกระดาษ ระบุใจความสำคัญของมรดกและผู้รับพินัยกรรมอย่างครบถ้วน ระบุวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมให้ชัดเจน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน โดยพยานจะต้องลงลายมือชื่อรับรองพินัยกรรมฉบับนั้นด้วย พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ทำพินัยกรรมเขียนรายละเอียดในพินัยกรรมทั้งฉบับด้วยลายมือตนเอง ระบุวัน เดือน ปี ที่เขียนพินัยกรรม พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม (รูปแบบเขียนเองนี้มีหรือไม่มีพยานก็ได้) พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง เป็นพินัยกรรมที่ต้องดำเนินการต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ โดยผู้ทำพินัยกรรมแจ้งความประสงค์ในพินัยกรรมต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ณ เขตหรืออำเภอที่อาศัยอยู่ โดยเจ้าพนักงานจะทำการอ่านข้อความพินัยกรรมต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม และพยานจำนวนอย่างน้อย 2 คน เมื่อเห้นว่าถูกต้องครบถ้วนแล้วผู้ทำพินัยกรรมและพยานจะต้องลงชื่อในเอกสาร พร้อมทั้งเจ้าพนักงานลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี พร้อมประทับตราตำแหน่งในเอกสาร พินัยกรรมแบบเอกสารลับ พินัยกรรมรูปแบบนี้ ดำเนินการที่เขตหรืออำเภอ คล้ายกันกับรูปแบบเอกสารฝ่ายเมืองเพียงแต่ข้อความภายในเอกสารจะเป็นความลับ โดยจะมีเพียงผู้ทำพินัยกรรมและพยานอย่างน้อย 2 คน ลงลายมือชื่อเพื่อปิดผนึก โดยเจ้าพนักงานจะลงวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมบซองพร้อมทั้งประทับตราตำแหน่ง ลายมือชื่อพยานและเจ้าพนักงาน พินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา รูปแบบวาจาสามารถใช้ได้ในกรณีที่ไม่เข้าข่ายในรูปแบบใดๆเลย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือไม่สามารถปฏิบัติได้ตามรูปแบบที่กำหนดไว้ ทั้งนี้จะต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คนเพื่อรับฟังข้อความ วาจาที่ระบุถึงเนื้อหาในพินัยกรรม นอกจากนี้พยานจะต้องติดต่อทางราชการโดยเร็วที่สุด เพื่อแจ้งข้อความวาจา ที่ได้รับมาและแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ทำพินัยกรรมและเหตุการณ์ที่จำต้องทำด้วยวาจาว่าเพราะอะไรจึงไม่สามารถทำในรูปแบบอื่นๆได้ ท้ายที่สุดเจ้าพนักงานและพยานจะลงลายมือชื่อในข้อความที่เจ้าพนักงานได้รับมาเป็นอันสิ้นสุด นอกจากนี้ยังมีรูปแบบของการจ้างทนายความผู้ดูแลพินัยกรรมให้กับครอบครัวอีกด้วย   ข้อมูลสำคัญที่ควรมีในพินัยกรรม ชื่อพินัยกรรม สถานที่ทำพินัยกรรม วัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม ชื่อ-นามสกุล และอายุ ของผู้ทำพินัยกรรม ที่อยู่ของผู้ทำพินัยกรรม ข้อความว่าชี้แจงทรัพย์สิน และมรดก ที่มีอยู่ในปัจจุบัน รายชื่อผู้ที่จะได้รับมรดก ข้อความรับรองว่าพินัยกรรมทั้งหมดเป็นความจริง และผู้เขียนมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ดีทุกประการ ลงชื่อผู้ทำพินัยกรรม   ค่าใช้จ่ายในการทำพินัยกรรม กรณีทำแบบฝ่ายมือง มีค่าใช้จ่ายต่อเอกสารจำนวน 50 บาท คู่ฉบับๆละ 10 บาท กรณีทำแบบเอกสารลับ มีค่าใช้จ่ายฉบับละ 20 บาท กรณีแบบธรรมดาและเขียนเองทั้งฉบับ จะไม่มีค่าใช้จ่ายให้กับเขต หรืออำเภอ กรณีมีทนายความดูแลพินัยกรรม ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างผู้ทำพินัยกรรมและทนายความ   หมายเหตุ : ในรูปแบบที่ต้องมีพยานในพินัยกรรม ผู้ที่เป็นพยานจะต้องเป็นผู้ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับมรดก

อ่านต่อ >>

ขายฝากที่เชื่อใจได้กับสมาร์ทฟินน์

ต้องบอกว่าในปัจจุบัน เงิน เป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิตในทุกๆวัน ทุกคนล้วนอยากประสบความสำเร็จในชีวิตแต่ขาดทุนทรัพย์ในการจะสร้างหรือสานต่อ บางคนสร้างขึ้นมาแต่ต้องสะดุดด้วยเศรษฐกิจที่ตกต่ำตามภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งผลกระทบที่ได้รับจากโควิด-19 ทำให้หลายๆอาชีพและธุรกิจส่วนใหญ่ไม่สามารถรักษากำไรและยอดขายไว้ได้ บางบริษัทอาจมีกำไรลดลงและเงินทุนลดลง การระบาดของไวรัสส่งผลให้จำนวนบริษัทที่ขาดสภาพคล่องหรือสภาพคล่องตึงตัวมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก Credit : Smartfinn Team

อ่านต่อ >>

ทำความรู้จักสัญญาขายฝากที่ดิน

สัญญาจะซื้อจะขายฝากที่ดิน เป็นเอกสารสัญญาที่ต้องทำร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งมีสาระสำคัญที่ควรอ่านอย่างละเอียดและรอบคอบ ดังนี้   ชื่อและรายละเอียดบุคคลคู่สัญญา รายละเอียดของผู้ซื้อฝากและผู้ขายฝาก เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน การทำสัญญาสามารถเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล อสังหาริมทรัพย์ที่จะซื้อจะขายฝาก รายละเอียดของหลักทรัพย์นั้นๆ เช่น เลขที่โฉนด เลขที่ดิน บ้านเลขที่ เนื้อที่กี่ตารางวา ราคาและระยะเวลาที่ตกลงกัน ราคาของราคาทรัพย์ที่ตกลงกัน โดยระบุรายละเอียดให้ครบถ้วนทั้งจำนวนเงิน วิธีการชำระ ณ วันทำสัญญา รวมถึงกรอบกำหนดระยะสัญญาที่จะมาไถ่ถอนขายฝาก กำหนดเวลาโอนหลักทรัพย์ ระบุขอบเขตของการทำธุรกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดิน สามารถกำหนดเป็นวันที่ที่แน่นอน หรือช่วงระยะเวลา ตามแต่ตกลงกันทั้ง 2 ฝ่าย ผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอน และภาษี ในการทำธุรกรรมโอนกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินจะต้องมีการชำระภาษีและค่าโอน ในสัญญาควรระบุชัดเจนเพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจตรงกัน และป้องกันปัญหาในภายหลังว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ เงื่อนไข ข้อตกลงเพิ่มเติม และการรับผิดเมื่อผิดสัญญา ในการทำสัญญาต่างๆ ท้ายสัญญามักมีเงื่อนไข ข้อตกลงหรือการรับผิดเมื่อฝายหนึ่งฝ่ายใด ได้ผิดสัญญาต่อคู่สัญญา ดังนั้นควรตกลงกันเพื่อให้เข้าใจตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้กรณีที่ไม่ได้เป็นคนร่างสัญญาเอง ให้อ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วนในเงื่อนไข ข้อตกลงเพิ่มเติมนี้ ลายมือชื่อ ลงลายมือชื่อคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งพยานของแต่ละฝ่าย             นอกจากนี้การทำสัญญาขายฝากนั้นควรทำสัญญา ณ กรมที่ดิน ต่อหน้าเจ้าพนักงานขณะการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อความโปร่งใสของทั้ง 2 ฝ่าย และสบายใจในการทำสัญญาร่วมกัน         อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาให้ถี่ถ้วน ไม่ว่าจะรู้จักกันมาก่อนหรือไม่ เพราะการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรแบบนี้ เมื่อพลาดท่าให้กับสัญญาที่ไม่เป็นธรรมไปแล้ว จะไม่สามารถแก้ไขได้นอกจากยกเลิกสัญญาที่ต้องเป็นไปตามที่ตกลงของสัญญา ซึ่งอาจเป็นข้อตกลงที่ถูกเอาเปรียบได้เช่นกัน ดังนั้นหากยังไม่มั่นใจในการดำเนินการทำสัญญาอะไรก็ตาม ควรมีที่ปรึกษาที่ปลอดภัย ไว้ใจได้ให้การดูแล SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด

เลขที่ 9 อาคารจีทาวเวอร์ ชั้น 32 ถนนพระราม 9

แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

• • • • • •

Platform Matching