Matching Platform

กรุณารอสักครู่

Matching Platform ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

smartfinn


Matching Platform

ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

บทความ Smartfinn


สมาร์ทฟินน์จัดงานทำบุญบริษัทฯ ประจำปี 2565

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด ได้จัดงานทำบุญบริษัทฯ ประจำปี 2565 ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่องค์กร เป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของพนักงาน และถือเป็นการทำบุญในโอกาสย้ายสำนักงานใหญ่ของบริษัท โดยมีพระราชธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ฯ เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ มีคุณปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ และคุณปฏิมากร ใจอ่อน ให้การต้อนรับคณะสงฆ์ ถวายภัตตาหารเพล และเครื่องสังฆทานแด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป ณ สำนักงานใหญ่ สมาร์ทฟินน์ อาคาร รสาทาวเวอร์ ตึก2 ชั้น25 ห้องเลขที่ 2504 ถนนพหลโยธิน แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900    

อ่านต่อ >>

Smartfinn ขายฝากออนไลน์ อันดับ 1

Smartfinn ธุรกิจขายฝากเพื่อ SMEs “คว้ารางวัลทุกปี ตอกย้ำความเป็นที่ 1”       การขายฝากไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นการที่ผู้ขายฝากนำทรัพย์ (บ้าน คอนโด ที่ดิน) มาเปลี่ยนเป็นเงิน เพราะความจำเป็นเร่งด่วนบางอย่าง ทำให้ผู้ขายฝากอาจได้รับข้อเสนอที่ไม่เป็นธรรมได้   “ การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ มีมานานกว่า 60 ปีแล้ว โดยธุรกิจขายฝากมีมูลค่ารวมกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี ”       นางสาวปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ ได้เห็นปัญหาและต้องการปิดช่องว่างสีเทาตรงนี้ จึงนำความรู้ทั้งหมดมาพัฒนาเข้ากับเทคโนโลยีในปัจจุบัน เกิดเป็นบริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ จับคู่การขายฝากระหว่างผู้ต้องการเงินกับนักลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด     ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรมและมีมาตรฐาน ช่วยเหลือผู้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือเป็นหนี้ ที่ไม่สามารถกู้จากสถาบันการเงิน เป็นทางเลือกใหม่ให้กับนักธุรกิจไทย (ไม่ต้องพึ่งการกู้นอกระบบ) อีกทั้งยังตรวจสอบมูลค่าทรัพย์สิน โดยบริษัทประเมินที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย อนุมัติไว ใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์     บริษัท สมาร์ทฟินน์ ก่อตั้งในปี 2017 ปัจจุบัน Smartfinn ได้ช่วยเหลือธุรกิจไปแล้วกว่า 500 ราย มูลค่ารวมกว่า 2000 ล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ SMEs เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ จากวิสัยทัศน์ในวันนั้น ในวันนี้ได้พิสูจน์แล้ว ด้วยรางวัลมากมาย   รางวัล “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2019” (ผู้อุทิศตนทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ)   รางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” (สาขาบริหารและพัฒนาธุรกิจ ประจำปี 2563)       ความสำเร็จเหล่านี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ในอุตสาหกรรมนี้ ยังมีผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออีกมาก ยังมีผู้ประกอบการหลากหลายธุรกิจที่รอให้เราเข้าไปช่วยเหลือ   หากคุณคือคนนั้น หรือรู้จักเจ้าของกิจการที่ต้องการรับเงินก้อนต่อยอดธุรกิจ สามารถลงทะเบียนได้ที่ www.smartfinn.co.th หรือ 02-026-0725   Smartfinn ยินดีให้คำปรึกษาและบริการ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ   อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด เข้ารับรางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” ประจำปี 2563

บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด เข้ารับรางวัล “ ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ” ประจำปี 2563   มูลนิธิเพื่อสังคมไทยได้จัดงานประกาศเกียรติคุณรางวัล “ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน” สาขาบริหารและพัฒนาธุรกิจ ประจำปี 2563 ในโครงการหนึ่งล้านกล้าความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ณ หอประชุมกองทัพอากาศ โดยพลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี และเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส ให้เกียรติมอบรางวัล เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2563     บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด ได้รับประกาศเกียรติคุณรางวัล “ ความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ” พุทธศักราช 2563 สาขา บริหารและพัฒนาธุรกิจ     คุณปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด รับรางวัลเกียรติยศ และประกาศนียบัตรจาก พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรีและเลขนุการมูลนิธิพระดาบส     เนื่องด้วยคณะกรรมการได้เล็งเห็นผลงานอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนในการดำเนินงานของบริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด ซึ่งเป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จแบบยั่งยืนตั้งแต่การบริการ การดำเนินงาน การบริหารจัดการที่ดี รวมไปถึงผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถที่ดี ซึ่งนำพาให้พนักงานทำงาน ปฏิบัติตนภายใต้คุณงามความดี มีคุณธรรมและจริยธรรม อีกทั้งยังมีการตอบแทนคุณแผ่นดินในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสมควรยกย่องให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคมและสาธารณชน  

อ่านต่อ >>

อัตราดอกเบี้ยขายฝากที่ดินตามกฎหมาย

ปกติแล้วในการทำธุรกรรมขายฝากที่ดินนั้น อัตราดอกเบี้ยขายฝากที่ดิน จะถูกกำหนดไว้ตามกฎหมาย โดยใช้ข้อบังคับของกฎหมายขายฝาก คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ซึ่งมีการประกาศบังคับใช้เมื่อเดือนเมษายน ปี 2562 เพื่อคุ้มครองผู้ขายฝากที่เป็นบุคคลธรรมดาให้ได้รับความเป็นธรรมจากการทำสัญญาขายฝาก   สรุปกฎหมายขายฝากฉบับใหม่ พ.ศ. 2562   กฎหมายกำหนดอัตราดอกเบี้ยขายฝากที่ดินเท่าไหร่? ตามกฎหมายขายฝาก จำนวนสินไถ่จะกำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝากก็ได้ แต่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี ของราคาขายฝากที่แท้จริง คำนวณนับแต่วันที่ขายฝากจนถึงวันครบกำหนดเวลาไถ่   อ้างอิง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 499 “ สินไถ่นั้น ถ้าไม่ได้กำหนดกันไว้ว่าเท่าใดไซร้ ท่านให้ไถ่ตามราคาที่ขายฝาก”  “ถ้าปรากฏในเวลาไถ่ว่าสินไถ่หรือราคาขายฝากที่กำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝากที่แท้จริงเกินอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี ให้ไถ่ได้ตามราคาขายฝากที่แท้จริงรวมประโยชน์ตอบแทนร้อยละสิบห้าต่อปี”   สินไถ่ คือ จำนวนเงินที่ผู้ขายฝากต้องนำมาชำระแก่ผู้รับซื้อฝาก เพื่อขอไถ่เอาทรัพย์สินที่ขายฝากคืน และสินไถ่จะต้องเป็น เงินสดเสมอ ไถ่ถอนกันด้วยทรัพย์สินอย่างอื่นไม่ได้ เมื่อมีการทำสัญญา ‘ขายฝาก’ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกไปเป็นของผู้ซื้อฝากทันที โดยมีข้อตกลงว่าผู้ขายฝากอาจไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ภายในเวลาที่กำหนด  หากผู้ขายฝากต้องการไถ่ทรัพย์สินคืน ก็ต้องมอบ ‘สินไถ่’ ให้กับผู้ซื้อฝาก จึงจะได้รับสินทรัพย์นั้นคืน     ตัวอย่าง ทางเลือกที่ 1 คุณฉลาดเลือก จดทะเบียนขายฝากที่ดินไว้กับ นาย ก. ในราคา 2 ล้านบาท กำหนดไถ่คืน 1 ปี เมื่อครบกำหนดไถ่คืน คุณฉลาดเลือก จึงนำเงินสินไถ่ ซึ่งแจกแจงออกมาได้เป็น ราคาขายฝากที่แท้จริง 2 ล้านบาท รวมกับค่าตอบแทนหรือดอกเบี้ย 15 % จำนวน 300,000 บาท (2,000,000 x 15%)  ดังนั้น จำนวนค่าสินไถ่ที่ดินคืน เท่ากับ 2,300,000 บาท    ทางเลือกที่ 2 คุณฉลาดเลือก จดทะเบียนขายฝากที่ดินไว้กับ SMARTFINN ในราคา 2 ล้านบาท กำหนดไถ่คืน 1 ปี เมื่อครบกำหนดไถ่คืน คุณฉลาดเลือก จึงนำเงินสินไถ่ ซึ่งแจกแจงออกมาได้เป็น ราคาขายฝากที่แท้จริง 2 ล้านบาท รวมกับค่าตอบแทนหรือดอกเบี้ย 9 %  จำนวน 180,000 บาท (2,000,000 x 9%) ดังนั้น จำนวนค่าสินไถ่ที่ดินคืน เท่ากับ 2,180,000 บาท   จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า การทำธุกรรมขายฝากกับ SMARTFINN จะสามารถช่วยคุณลดค่าดอกเบี้ยได้มากกว่า และช่วยคุณประหยัดเงินได้ถึง 120,000 บาท เพราะที่ SMARTFINN เราคิดอัตราดอกเบี้ยขายฝาก 9% ต่อปี หรือเพียง 0.75% ต่อเดือนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลตลอดอายุสัญญา     เหตุผลที่ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ เพราะ สมาร์ทฟินน์ (SMARTFINN) เป็นแหล่งเงินทุนในระบบ ด้านการขายฝากอสังหาฯ ระหว่างผู้ขายฝากและนักลงทุน ผ่าน Matching Platform อันดับ 1 ในประเทศไทย ที่มีมาตรฐานและเป็นหนึ่งในสมาชิกของ สมาคมฟินเทคประเทศไทย (Thai Fintech Association) เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีทางการเงินของประเทศไทย  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ที่มีกฎหมายคุ้มครอง ภายใต้กรอบดอกเบี้ยของกฎหมาย ช่วยผู้ที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือมีภาระหนี้ ที่ไม่สามารถกู้หรือขอวงเงินจากสถาบันการเงินได้ ให้เป็นทางเลือกของ SMEs ไม่ต้องไปพึ่งนายทุนนอกระบบ   ดังนั้นหากคุณต้องการจะขายฝาก ก็ควรเลือกทำธุรกรรมขายฝากกับบริษัทรับขายฝาก ที่จดทะเบียนบริษัทฯถูกต้องตามกฎหมาย มีแหล่งที่ตั้งสำนักงานชัดเจน สามารถติดต่อได้ ตรวจสอบได้ และมีทีมเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้คำปรึกษา ให้บริการ ตลอดอายุสัญญา และทำธุรกรรมที่กรมที่ดิน คุณจึงมั่นใจได้ว่าเป็นการขายฝากที่เป็นธรรม 100%   สารบัญ ข้อดีของการขายฝากที่ดิน ทั้งผู้ขายฝากและนักลงทุน ขายฝาก เป็นเงินกู้ในระบบหรือเงินกู้นอกระบบ? ค่าธรรมเนียมขายฝาก ปกติใครออกค่าใช้จ่าย ขั้นตอนการขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ค่าธรรมเนียมขายฝาก ปกติใครออกค่าใช้จ่าย

การขายฝาก คือการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย มีกฎหมายคุ้มครองทั้งผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก(นักลงทุน) โดยการขายฝากคือการซื้อขายทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันทีที่มีการทำสัญญา แต่มีเงื่อนไขตกลงว่าผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดและวงเงินที่ตกลงกัน โดยจะมีค่าธรรมเนียมในการขายฝากที่ดิน และค่านิติกรรมอื่นๆที่เกิดขึ้นในการทำธุรกรรม   ค่าธรรมเนียมในการขายฝาก โดยปกติแล้วจะมีค่าใช้จ่าย ดังนี้   ในกรณีบุคคลธรรมดา: ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คิดตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร ค่าธรรมเนียมการโอน 2% คิดจากราคาประเมินของทางราชการ ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (คิดอย่างใดอย่างหนึ่ง) คิดจากราคาซื้อ-ขายฝาก แต่ถ้าราคาซื้อ-ขายฝาก ต่ำกว่าราคาประเมิน ให้ใช้ราคาประเมินราชการ โดยทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท เสียค่าอากรแสตมป์ 1 บาท  ค่าคำขอ ค่าพยาน ตามเกณฑ์ของกรมที่ดิน   ในกรณีนิติบุคคล:   ค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย 1% ของราคาซื้อ-ขายหรือราคาประเมินราชการ (อย่างใดอย่างหนึ่งที่มูลค่าสูงกว่า) ค่าธรรมเนียมการโอน 2% คิดจากราคาประเมินของทางราชการ ค่าอากรแสตมป์ 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (คิดอย่างใดอย่างหนึ่ง) คิดจากราคาซื้อ-ขายฝาก แต่ถ้าราคา ซื้อ-ขายฝากต่ำกว่าราคาประเมิน ให้ใช้ราคาประเมินราชการ ค่าคำขอ ค่าพยาน ตามเกณฑ์ของกรมที่ดิน     โปรแกรมคำนวณค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย   ค่านิติกรรมอื่นๆ: ค่าต่อสัญญาขายฝาก แปลงละ 50 บาท ค่าไถ่ถอนการขายฝาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สำนักงานที่ดินอีกครั้ง ทั้งในกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยต้องเสียภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร ค่าอากร 0.50% ค่าคำขอและค่าพยาน เสมือนการซื้อกลับมา โดยได้รับยกเว้นค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าธรรมเนียม (โดยจะคิดค่าธรรมเนียมเหลือ 50 บาทต่อแปลง)   ค่าธรรมเนียมในการขายฝาก ปกติใครออกค่าใช้จ่าย? ในการขายฝาก ผู้ขายฝากจะเป็นผู้ชําระค่าธรรมเนียม แต่กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามหากคู่กรณีจะตกลงกันให้ผู้ซื้อฝากเป็นผู้ออกก่อน ทั้งนี้ผู้ไถ่จะต้องชดใช้ให้แก่ผู้ซื้อฝากพร้อมกับการชําระสินไถ่ (ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา ๕๐๐ วรรค แรก)   ระบบตรวจสอบค่าธรรมเนียมและภาษีอากร ขายฝากที่ดิน เบื้องต้น   เอกสารที่ใช้ในขั้นตอนขายฝากที่ดิน โฉนดที่ดินฉบับจริง บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบทะเบียนสมรส (ถ้ามี) ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)   เอกสารเพิ่มเติมอื่นๆ ได้แก่ เอกสารยินยอมจากคู่สมรส หรือใบหย่าใบพร้อมเอกสารแนบใบหย่า หากคู่สมรสเสียชีวิตแล้วต้องแนบใบมรณบัตรด้วย ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนสกุล ให้เตรียมใบเปลี่ยนมาด้วย เอกสารประกอบสิ่งปลูกสร้างบนโฉนดที่ดิน หรือเอกสารกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้าง อาคารชุดหรือคอนโดมิเนียม ต้องมีใบปลอดหนี้แนบด้วย   ข้อมูลอ้างอิง กรมที่ดิน , กรมสรรพากร   สารบัญ ขายฝากคืออะไร ? ขั้นตอนการขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์ ข้อดีของการขายฝากที่ดิน ทั้งผู้ขายฝากและนักลงทุน ขายฝากที่ดินคืออะไร? ต่างจาก จำนอง ฝากขาย ขาย อย่างไร? ครบทุกประเด็น ที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝาก เป็นเงินกู้ในระบบหรือเงินกู้นอกระบบ?

จากหลายๆบทความ เราคงทราบและเข้าใจกันดีแล้วว่า ขายฝากคืออะไร แต่คำถามที่ตามมา คือ แล้วมันเป็นเงินกู้ในระบบ หรือนอกระบบ ถูกกฎหมายหรือไม่ ปลอดภัยหรือเปล่า วันนี้เรามีคำตอบให้ทุกท่านกันค่ะ แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจ เงินกู้นอกระบบ และเงินกู้ในระบบกันก่อนค่ะ     เงินกู้นอกระบบ คือ เป็นการกู้เงินที่ไม่มีการรับรองตามกฎหมาย ขึ้นอยู่กับความพอใจระหว่างผู้ขอกู้และผู้ให้กู้  มีลักษณะเป็นการยืมเงินปากเปล่า อาจมีเพียงแค่ทำบันทึกข้อความ หรือทำสัญญาไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น อย่างที่เราพบเห็นสื่อโฆษณาเชิญชวนทั่วๆไป เช่น พวกเงินด่วนทั้งหลายที่มีการแปะประกาศตามรั้ว ตามเสาไฟฟ้า หรือมีการบอกต่อกันแบบปากต่อปาก หรือเป็นการปล่อยกู้กันเองในกลุ่มคนรู้จัก รวมถึงสื่อตามอินเทอร์เน็ตต่างๆ ที่ไม่ได้มีการรับรองตามกฎหมาย   ข้อดีของเงินกู้นอกระบบ กู้ง่าย อนุมัติไว มีทั้งแบบมีหลักทรัพย์และไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่กรณีไม่มีหลักทรัพย์ดอกเบี้ยจะสูงกว่า ไม่เช็คเครดิตบูโร   ข้อเสียของเงินกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยสูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ต้องจ่ายเป็นรายวัน, รายเดือน มักได้รับวงเงินน้อยมาก ยากที่จะปิดภาระหนี้ได้     เงินกู้ในระบบ คือ การกู้เงินจากแหล่งเงินกู้ในระบบ มีกฎหมายรองรับ มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยภายใต้กฎหมายกำหนด เป็นระบบระเบียบ ตรวจสอบได้ ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ที่กู้เงินในระบบ จะได้รับสิทธิ และการคุ้มครองถูกต้องตามกฎหมาย แหล่งเงินกู้ในระบบ คือ แหล่งเงินกู้จากธนาคาร สถาบันการเงิน หรือผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยเงินกู้ได้ การกู้เงินในระบบ เป็นการกู้ยืมเงินที่อยู่ภายใต้กฎหมาย มีข้อกำหนด และกฎเกณฑ์ปฏิบัติชัดเจน ทั้งในส่วนของเจ้าหนี้ และลูกหนี้ ภาครัฐยังควบคุมดูแลขั้นตอนการดำเนินงานของการกู้ยืมเงินในระบบ เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบ หรือเสียเปรียบกันระหว่างเจ้าหนี้ และลูกหนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีในการกู้เงินนอกระบบ   ข้อดีของเงินกู้ในระบบ สามารถผ่อนชำระเป็นรายเดือน อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด สามารถผ่อนได้นาน เกิน 10 ปี ขึ้นไป   ข้อเสียของเงินกู้ในระบบ ใช้เวลาในการยื่นกู้และรออนุมัตินาน ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช็กเครดิตบุโร   การขายฝาก เป็น ขั้นตอนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนรูปแบบหนึ่ง ที่มีกฎหมายกำหนด และ มีการควบคุมโดยกฎหมาย ในการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น ขั้นตอนการทำสัญญา อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลา เป็นต้น จะได้รับการคุ้มครองอย่างถูกต้อง โดย กฎหมายขายฝาก เพื่อช่วยป้องกันเจ้าของที่ดินโดนเอาเปรียบและป้องกันการถูกยึดทรัพย์โดยนายทุนนอกระบบ     การขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ อยู่ในระบบหรือไม่และดีอย่างไร?   สมาร์ทฟินน์ (SMARTFINN) เป็นแหล่งเงินทุนในระบบ ด้านการขายฝากอสังหาฯ ระหว่างผู้ขายฝากและนักลงทุน ผ่าน Matching Platform อันดับ 1 ในประเทศไทย ที่มีมาตรฐานและเป็นหนึ่งในสมาชิกของ สมาคมฟินเทคประเทศไทย (Thai Fintech Association) เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีทางการเงินของประเทศไทย  โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ที่มีกฎหมายคุ้มครอง ภายใต้กรอบดอกเบี้ยของกฎหมาย   ข้อดีของการขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ (SMARTFINN)   เป็นแหล่งเงินทุนในระบบ อนุมัติเร็ว รับเงินไว ไม่เช็กเครดิตบูโร หรือแบล็คลิสต์ ทำธุรกรรมต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ถูกต้องตามกฎหมาย อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด สามารถไถ่ถอนคืนได้ก่อนครบกำหนดสัญญา ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยรายเดือน ชำระพร้อมกันทีเดียวในวันไถ่ถอนหรือครบสัญญา มีทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ คอยดูแลตลอดอายุสัญญา     ขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ เหมาะกับใคร?   "ขายฝาก" กับ สมาร์ทฟินน์ เหมาะกับ บุคคลทั่วไป นิติบุคคล นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ ที่ต้องการเงินทุน เพื่อนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น ปิดหนี้นอกระบบ ปิดหนี้บัตรเครดิต หมุนธุรกิจ เปิด หรือขยายกิจการใหม่ ใช้จ่ายทั่วไป โดยไม่ต้องแสดงสถานะทางการเงิน ยอดเดินบัญชี เครดิตบุโร โดยจะเน้นดูแค่หลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกันเท่านั้น ดำเนินการรวดเร็ว มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล ไม่ต้องรอนานเหมือนการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงินต่างๆ   สมาร์ทฟินน์ จัดให้มีการประเมินทรัพย์สินโดยบริษัทประเมินที่ได้รับการรับรองจาก กลต. เพื่อให้ได้ราคาตลาดที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด ช่วยให้ผู้ขายฝากได้ราคาขายฝากที่ดีขึ้น และเป็นธรรมมากขึ้น   สนใจลงทะเบียน ปรึกษาฟรี! โดย ทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ   สารบัญ ขายฝากคืออะไร ? สรุปกฎหมายขายฝากฉบับใหม่ พ.ศ. 2562 ขั้นตอนการขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์ ข้อดีของการขายฝากที่ดิน ทั้งผู้ขายฝากและนักลงทุน     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

กทม.ขยายเวลาจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างถึง กรกฎาคม 2565

กทม.ประกาศขยายเวลาชำระเงินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากเดิมสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2565 ออกไปเป็น กรกฎาคม 2565เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการเปลี่ยนฐานข้อมูลและโปรแกรมระบบการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้การจัดเก็บเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องครบถ้วน จึงให้ ขยายกำหนดเวลาดำเนินการตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ต่อจากรอบระยะเวลาเดิมนั้น มีรายละเอียดดังนี้   เลือกหัวข้ออ่าน ขยายกำหนดเวลาการผ่อนชำระภาษี กรณีเรียกเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ถูกต้อง วิธีเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แบบประเมินภาษี ประกอบไปด้วย การขอเงินคืนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ช่องทางการชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง   ขยายกำหนดเวลาการผ่อนชำระภาษี   ขยายกำหนดเวลาการแจ้งการประเมินภาษี โดยส่งแบบประเมินภาษีให้แก่ผู้เสียภาษี จากภายในเดือนเมษายน เป็นภายในเดือนพฤษภาคม 2565   ขยายกำหนดเวลาการชำระภาษีตามแบบแจ้งการประเมินภาษี จากภายในเดือนมิถุนายน เป็นภายในเดือนกรกฎาคม 2565   ขยายกำหนดเวลาการผ่อนชำระภาษี ดังนี้ งวดที่ 1 จากภายในเดือนมิถุนายน เป็นภายในเดือนกรกฎาคม 2565 งวดที่ 2 จากภายในเดือนกรกฎาคม เป็นภายในเดือนสิงหาคม 2565 งวดที่ 3 จากภายในเดือนสิงหาคม เป็นภายในเดือนกันยายน 2565   ขยายกำหนดเวลาการมีหนังสือแจ้งเตือนผู้เสียภาษีที่มีภาษีค้างชำระ จากภายในเดือนกรกฎาคม เป็นภายในเดือนสิงหาคม 2565   ขยายกำหนดเวลาการแจ้งรายการภาษีค้างชำระให้สำนักงานที่ดินหรือสำนักงานที่ดินสาขาทราบ จากภายในเดือนสิงหาคม เป็นภายในเดือนกันยายน 2565     ทั้งนี้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลบัญชีรายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ ณ สำนักงานเขตที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ พร้อมคิวอาร์ โค้ด (QR CODE) ในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์  จากใบประเมินเรียกเก็บภาษีที่ได้รับ รวมถึงตรวจสอบอัตราการจัดเก็บภาษีฯ ตามการใช้ประโยชน์ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประเภทต่างๆ ซึ่งติดประกาศไว้พร้อมกับประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์ ณ สำนักงานเขตที่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ และประกาศทางเว็บไซต์ของฝ่ายรายได้แต่ละสำนักงานเขตที่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่     กรณีเรียกเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ถูกต้อง   ผู้เสียภาษีสามารถยื่นคำร้องคัดค้านการประเมินภาษีหรือการเรียกเก็บภาษีต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ณ สำนักงานเขตที่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ หรือสแกนคิวอาร์ โค้ด ในใบแจ้งการประเมินเพื่อยื่นคำร้องคัดค้านฯ พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้อง หรือยื่นคำร้องคัดค้านฯ ผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ของฝ่ายรายได้แต่ละสำนักงานเขตที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่     วิธีเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง   โดยปกติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ประเมินภาษีให้ และจะส่งแบบประเมินภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีภายในเดือน ก.พ. ของแต่ละปี และต้องชำระภาษีภายใน 30 เม.ย. ของปีนั้น ซึ่งหากค่าภาษี ตั้งแต่ 3,000 บาท สามารถขอผ่อนชำระเป็น 3 งวดเท่าๆ กันได้เป็นเวลา 3 เดือน โดยต้องยื่นหนังสือขอผ่อนชำระภาษีต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ สำนักงานหรือที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนชำระค่าภาษีงวดแรก     แบบประเมินภาษี ประกอบไปด้วย   รายการที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง ราคาประเมินทุนทรัพย์ อัตราภาษี จำนวนภาษีที่ต้องชำระ     การขอเงินคืนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง   หลังชำระภาษีฯ แล้วตรวจพบความผิดพลาด ในการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเกินกว่าจำนวนที่ต้องเสีย สามารถยื่นคำร้องต่อผู้บริหารท้องถิ่น ขอเงินคืนภาษีได้ภายใน 3 ปีนับแต่วันที่ชำระภาษี  และหากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ประเมินภาษีผิดพลาด ยังมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในอัตรา 1% ต่อเดือน (เศษเดือนและจำนวนเงินปัดเป็น 1เดือน) ของเงินภาษีได้รับคืนโดยไม่คิดทบต้น นับแต่วันที่ยื่นคำร้องขอรับคืนเงินจนถึงวันที่คืนเงิน ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดเพดานดอกเบี้ยไว้สูงสุดไม่เกินจำนวนเงินภาษีที่จะได้รับคืน     ช่องทางการชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง   สำนักงานเขต, เทศบาล, อบต. ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ เครื่องเอทีเอ็ม (ATM) ของธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ บัตรเครดิตประเภท Visa และ Master ของธนาคารและสถาบันการเงินทุกแห่ง หรือบัตรกรุงไทยวีซ่าเดบิต ทำรายการชำระเงินข้ามธนาคารด้วย Barcode หรือ QR Code    โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการชำระภาษีประเภทต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์สำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร www.fdbma.net หรือติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเขตที่ที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ หรือกองรายได้ สำนักการคลัง กทม. โทร 02-224-3070 หรือ 02-224-8266     ข้อมูลอ้างอิง: กรุงเทพมหานคร   บทความที่เกี่ยวข้อง เทคนิค การเลือกซื้อ ที่ดิน ที่ต้องรู้ กรมที่ดินเปิดระบบ e-QLands จดทะเบียนที่ดินออนไลน์ บัตรบอกดิน เปิดให้ลงทะเบียนสำหรับผู้ที่มีที่ดินแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ ถึง 30 มิ.ย.65     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

เทคนิค การเลือกซื้อ ที่ดิน ที่ต้องรู้

หากคิดอยากจะเลือกการลงทุนที่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงต่ำมากๆ เรามักจะนึกถึงการซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร เนื่องจากไม่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญพิเศษมากนัก แต่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างน่าพึงพอใจ วันนี้สมาร์ทฟินน์จะมาสรุป เทคนิคการเลือกซื้อที่ดิน ที่นักลงทุนต้องรู้ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจกันค่ะ     1. ทำเลสำคัญที่สุด เพราะทำเลคือหัวใจหลักของการเลือกซื้อที่ดิน จะต้องไม่เป็นที่ดินตาบอด มีทางเข้าออกสะดวก ควรเลือกซื้อที่ดินที่อยู่ห่างจากแหล่งชุมชนไม่เกิน 8-10 กิโลเมตร ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ร้านอาหาร ฯลฯ หรือมีแนวโน้มว่าจะมีสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเพิ่มเติมในอนาคต หรือมีถนนตัดผ่านเพิ่มความเจริญในพื้นที่อีกหรือไม่ มีระบบน้ำประปาและไฟฟ้า ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเลือกทำเลที่ดี     2. รูปทรงที่ดินสมบูรณ์ คือ ต้องเป็นที่ดินรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าและสี่เหลี่ยมจัตุรัส หากมีหน้ากว้างและด้านหนึ่งติดถนนยิ่งเพิ่มมูลค่าที่ดินได้เป็นอย่างดี และจะต้องไม่เป็น ทรงสามเหลี่ยม ทรงรี หรือทรงเหลี่ยมที่หน้าแคบแต่ลึก ซึ่งยากต่อการใช้สอยประโยชน์และยากต่อการออกแบบโครงสร้างตึก     3. เลือกที่ดินแปลงขนาดกำลังดี ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ที่ดินขนาดใหญ่ใช้เงินลงทุนสูงและปล่อยขายยาก แต่หากคุณมีเงินทุนหนาก็สามารถซื้อที่แปลงใหญ่แล้วแบ่งขายเป็นแปลงย่อยเพื่อทำกำไรและขายออกไปเพียงครึ่งเดียวส่วนที่เหลือถือเก็บไว้ขายในอนาคตเพื่อทำกำไรต่อไป      4. สภาพที่ดินพื้นไม่อ่อนยวบ คือที่ดินที่มีลักษณะเป็นพื้นดินนุ่ม ยวบ ไม่แน่น ที่ดินลักษณะนี้จะไม่เหมาะกับการอยู่อาศัย หรือสิ่งปลูกสร้าง เพราะอาจเกิดการทรุดตัวของหน้าดินในอนาคต หรือควรเป็นสภาพดินอุดมสมบูรณ์ สามารถใช้ทำการเพาะปลูกพืชผลได้  หากขายไม่ได้จริงๆ ก็สามารถตักหน้าดินขายได้     5. ศึกษาประวัติที่ดินให้ละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อ ควรสอบถามหาข้อมูลประวัติที่ดินก่อนว่าเคยมีปัญหามาก่อนหรือไม่  เช่น ที่ดินที่เคยเป็นสุสาน โรงพยาบาล โรงฆ่าสัตว์ เป็นต้น  เมื่อได้ข้อมูลละเอียดแล้ว ควรตรวจสอบไปยังกรมที่ดิน ว่าที่ดินแห่งนี้ติดจำนองหรือถูกอายัดหรือไม่ ระบุว่าเป็นที่ดินต้องห้ามหรือไม่ สามารถซื้อขายได้อย่างถูกต้องหรือเปล่า ได้ที่กรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบและเกิดเป็นคดีความตามมาภายหลัง   การลงทุนในอสังหาฯประเภทที่ดิน ถือเป็นการลงทุนเก็งกำไร ไม่มีความเสี่ยง และได้รับผลกำไรในระยะยาว แต่หากเลือกการลงทุนรับซื้อฝาก กับ SMARTFINN จะได้รับผลตอบแทนสูงจากการลงทุนสูงถึง 9-12% ต่อปี ได้รับผลกำไรที่รวดเร็วและไม่มีความเสี่ยงเนื่องจากผู้ขายฝากที่ดินใช้โฉนดที่ดินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายที่กรมที่ดิน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการดูแลตลอดอายุสัญญา   สารบัญ อสังหาริมทรัพย์ น่าลงทุนอย่างไร 5 ข้อดีของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ จะซื้อให้ถูกขายให้ได้กำไรนั้น ต้องดูอะไรบ้าง 10 เทรนด์อสังหาฯ ปี 65 บ้านประหยัดพลังงานครองแชมป์     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ประเภทของอสังหาริมทรัพย์ที่ขายฝากได้

อย่างที่ทราบและเข้าใจกันดีแล้วว่า ขายฝาก คือ รูปแบบหนึ่งของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย เหมือนกับการจำนอง หรือการกู้ยืมผ่านสถาบันการเงิน โดยมีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งวงเงินที่ได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับประเภทและลักษณะของอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยต่างๆที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินและพิจารณาอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้ในการขายฝาก และต้องเป็นโฉนดที่ดิน (นส.4) เท่านั้น ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจกันว่า อสังหาริมทรัพย์คืออะไร และมีกี่ประเภท   อสังหาริมทรัพย์ คือ ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หากเคลื่อนย้ายหรือทำลายได้ก็จะทำได้อย่างยากลำบาก ได้แก่ พวกที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ตลอดจนทรัพย์ตามธรรมชาติที่ประกอบเป็นอันเดียวกับดิน เช่น แม่น้ำ บึง แร่ กรวด ทราย หรือทรัพย์ที่อยู่ติดกับที่ดินเป็นการถาวร เช่น พวกไม้ยืนต้น ที่อยู่ในอาณาบริเวณที่ดินนั้นก็จัดว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ด้วยเช่นกัน     ประเภทของอสังหาริมทรัพย์   ประเภทของอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้สำหรับขายฝากนั้น จะแบ่งตามลักษณะการใช้สอย แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ประกอบไปด้วย   1. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย สามารถแบ่งแยกย่อย ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์แนวราบ เช่น โครงการที่อยู่อาศัย ประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม บ้านแฝด และคลัสเตอร์โฮมที่เป็นบ้านระดับ Super Luxury ลักษณะเป็นบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่มาก ๆ ระดับราคาประมาณ 30 - 100 ล้านขึ้นไป ทำเลก็จะอยู่ในโครงการใหญ่ ๆ หรือไม่ก็อยู่ใจกลางเมือง อสังหาริมทรัพย์แนวสูง เช่น พวก คอนโดมิเนียม โรงแรม อพาร์ตเม้นต์    2. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีไว้สำหรับใช้ในธุรกิจที่แสวงหาผลกำไร เช่น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า สถานีบริการ ร้านอาหารเช่น อาคารพาณิชย์ ศูนย์การค้า โรงแรม ตลาดสด ฯลฯ   3. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการเกษตร คือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จัดสรรที่ดินเพื่อทำการเกษตรเป็นหลัก เช่น ที่นา ไร่ สวน หรือที่ดินที่จัดให้เป็นพื้นที่สำหรับทำเกษตรกรรมโดยเฉพาะ   4. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม ได้แก่ โรงงาน โกดัง/ คลังสินค้า หรือที่ดินเปล่าจากนิคมอุตสาหกรรมหรือจากสวนอุตสาหกรรม   5. อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน ได้แก่ โรงแรมตากอากาศ รีสอร์ต อาคารชุดบ้านพักตากอากาศ ฯลฯ   นอกจากประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถใช้ขายฝากได้แล้วนั้น ยังมีปัจจัยต่างๆที่มีผลกับราคาประเมินอสังหาริมทรัพย์ด้วย   ปัจจัยที่ใช้ประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ทำเลที่ดี จะต้องไม่เป็นที่ดินตาบอด มีทางเข้าออกสะดวก อยู่ห่างจากแหล่งชุมชนไม่เกิน 8-10 กิโลเมตร ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก รูปทรงที่ดิน สี่เหลี่ยมผืนผ้าและสี่เหลี่ยมจัตุรัส ง่ายต่อการใช้ประโยชน์และการออกแบบโครงสร้างตึก สภาพที่ดินพื้นแน่น ไม่อ่อนยวบ ไม่เกิดการทรุดตัวของหน้าดินในอนาคต ที่ดินไม่มีประวัติด่างพร้อย เช่น เป็นสุสานเก่า หรือ โรงฆ่าสัตว์ เป็นต้น     เมื่อทราบดังนี้แล้ว เจ้าของทรัพย์ก็สามารถใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ที่มีได้อย่างเต็มที่ หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดกลาง หรือ ขนาดย่อม ที่ติดขัดสภาพคล่อง ก็สามารถนำทรัพย์มาขายฝากกับ SMARTFINN ได้ ดอกเบี้ยเพียง 0.75% ต่อเดือน หรือ 9% ต่อปี เท่านั้น   สารบัญ ความหมายของ อสังหาริมทรัพย์ การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ โฉนดที่ดิน มีกี่แบบ? แบบไหนซื้อ-ขาย-โอน ได้ ขายฝากที่ดินคืออะไร? ต่างจาก จำนอง ฝากขาย ขาย อย่างไร? ครบทุกประเด็น ที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ธปท.ชี้ เงินเฟ้อไทยพุ่ง ย้ำไม่เข้าสู่ Stagflation

ธปท. โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 12 เดือนข้างหน้า (ไตรมาส 2 ปี 65 - ไตรมาส 1 ปี 66) จะอยู่ที่ 4.1% โดยมีปัจจัยจากแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปทาน (cost-push shocks) เป็นสำคัญ ในขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ (demand-pull inflation) ยังอยู่ในระดับต่ำ พร้อมตรึงอัตราดอกเบี้ยช่วยหนุนภาคเศรษฐกิจ   แรงกดดันเงินเฟ้อส่วนใหญ่มาจาก ปัจจัยด้านอุปทานจากต่างประเทศ จากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลให้ราคาพลังงาน และราคาโภคภัณฑ์ทั่วโลกปรับสูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่องทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ ก๊าซหุงต้ม และค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตาม   ปัจจัยด้านอุปทานในประเทศ จากโรคระบาดในสุกร ราคาอาหารสดหมวดอื่นๆ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนราคาอาหารสัตว์ และปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน   อย่างไรก็ดี แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศยังไม่เข้มแข็งนัก จากเศรษฐกิจที่กำลังทยอยฟื้นตัว และยังมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงตลาดแรงงานที่ยังเปราะบาง และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง   ทั้งนี้ กนง.ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในอีก 12 เดือนข้างหน้าจะปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% จากราคาอาหารสำเร็จรูปที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเป็นหลัก   ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มสูงกว่า 5% ในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ก่อนที่จะปรับลดลงในช่วงหลังของปี 2565 และกลับมาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบเป้าหมายตั้งแต่ช่วงต้นปี 66 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 2 และ 3 ปีนี้ มาจากผลของฐานของราคาน้ำมันที่ต่ำลงและมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของภาครัฐในปี 64 โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะทยอยลดลงในไตรมาส 4 ของปีนี้   นอกจากนี้ ราคาพลังงานและอาหารที่คาดว่าจะไม่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องตามอุปทานน้ำมันของกลุ่มโอเปคและสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ประกอบกับปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบและสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่จะบรรเทาลง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับมาอยู่ในกรอบเป้าหมายตั้งแต่ช่วงต้นปี 66   ในส่วนการดำเนินนโยบายการเงิน เพื่อดูแลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในระยะเวลาที่เหมาะสม กนง. เห็นว่าภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับการดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเต็มศักยภาพ และรักษาเสถียรภาพระบบการเงินนั้น กนง.ยังให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยประเมินว่าเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่องจะช่วยสนับสนุนการจ้างงาน และรายได้ของภาคธุรกิจ และประชาชนให้ขยายตัวได้อย่างเข้มแข็ง สามารถรองรับค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้ ขณะที่ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น เป็นผลจากปัจจัยด้านอุปทานในระยะสั้นที่ผันผวนสูงเป็นสำคัญ ดังนั้น นโยบายการเงินที่ต้องใช้ระยะเวลาในการส่งผ่านอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป อาจจำเป็นต้องมองผ่านความผันผวนในระยะสั้น และให้ความสำคัญกับนโยบายการเงิน ที่มุ่งจะรักษาแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในระยะปานกลางให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย   ในระยะต่อไป กนง.เห็นว่ามาตรการภาครัฐ และการประสานนโยบายมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายใต้สถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะมาตรการการคลังที่สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างตรงจุด ขณะที่นโยบายการเงินยังผ่อนคลายต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนภาวะการเงินโดยรวม นอกจากนี้ มาตรการด้านการเงินและสินเชื่อที่มีส่วนช่วยกระจายสภาพคล่อง และช่วยลดภาระหนี้ โดยคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย   ทั้งนี้ กนง. จะติดตามปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และพร้อมใช้เครื่องมือนโยบายการเงินที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลเสถียรภาพด้านราคาและเสถียรภาพระบบการเงิน   สมาร์ทฟินน์ แหล่งเงินทุนในระบบ ช่วยลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากภาครัฐและสถาบันการเงินที่มีส่วนช่วยกระจายสภาพคล่องและช่วยลดภาระหนี้แล้ว  “สมาร์ทฟินน์” ผู้ให้บริการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ เป็นแหล่งเงินทุนในระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเสริมสภาพคล่อง จากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเพียง 0.75% ต่อเดือน โดยไม่ต้องมีการพิจารณาการเดินหน้าบัญชีธนาคาร หรือเครดิตบูโร สามารถยื่นเรื่องได้ทุกเพศทุกวัย เพียงมีโฉนดที่ดินเท่านั้น พร้อมขั้นตอนดำเนินการที่รวดเร็วและสามารถรับเงินได้ไวกว่าการทำธุรกรรมจากภาครัฐและสถาบันการเงินอื่นๆ ตลอดจนมีเจ้าหน้าที่คอยบริการดูแลตลอดอายุสัญญา   ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม   ไทยไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation ธปท.เผยเศรษฐกิจไทยไม่อยู่ในภาวะ Stagflation เนื่องจากถึงแม้จะมีเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น แต่เป็นในลักษณะชั่วคราวไม่ต่อเนื่องระยะยาว และเศรษฐกิจปีนี้ สามารถขยายตัว 3.2%  และแนวโน้ม 4.4% ในปีหน้า จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและภาคการท่องเที่ยวเป็นหลัก ขณะที่การระบาดของ Omicron และผลจากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจะไม่กระทบแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะมีแนวโน้มลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมายในช่วงต้นปี 2566   ดังนั้น เศรษฐกิจไทยจึงไม่เข้าข่ายภาวะ stagflation ซึ่งหมายถึงภาวะที่เศรษฐกิจขยายตัวต่ำมากหรือหดตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง   มั่นใจไม่กระทบเงินไหลออกนอกประเทศ ทั้งนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยปีนี้ 5-6% สู่ระดับเกิน 2% มีผลทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยไทยและต่างประเทศห่างขึ้น ซึ่งคาดว่าส่วนต่างดอกเบี้ยจะไม่สร้างแรงกดดันทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายมากนัก เพราะนักลงทุนมักให้ความสำคัญกับการฟื้นตัวเศรษฐกิจ มากกว่าส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย และจากการที่เรามีทุนสำรองสูง  แต่มีหนี้ในต่างประเทศต่ำ   แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาครัฐปีนี้ลดลง ด้านแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากภาครัฐในปีนี้เชื่อว่าจะทยอยลดลง หากเทียบกับ 1-2 ปีที่ผ่านมา   ซึ่งคล้ายกับต่างประเทศที่ทยอยลดการกระตุ้นเศรษฐกิจลงในปีนี้  แต่ภาครัฐยังทำหน้าที่ในการสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ด้วยการออกมาตรการภาครัฐเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย   จะเห็นได้ว่าจากผลกระทบเงินเฟ้อหลายๆปัจจัย ส่งผลให้ธุรกิจและผู้ประกอบการจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะในเรื่องของการเสริมสภาพคล่องธุรกิจ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว  ไม่ว่าจะเป็นการหาแหล่งเงินทุน หรือการลดอัตราดอกเบี้ยที่มีอยู่ ทั้งนี้ หากท่านสนใจสามารถขอรับคำปรึกษา จากทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญสมาร์ทฟินน์ได้   สนใจลงทะเบียน ปรึกษาฟรี!   ข้อมูลอ้างอิง  ธนาคารแห่งประเทศไทย   สารบัญ ลงทุนอะไรดี ในช่วงตลาดผันผวน 10 มาตรการลดค่าครองชีพจากมติครม. สายเทรดเฮต่อ! คลังเลื่อนแผน เก็บภาษีขายหุ้น แก๊งคริปโต เฮลั่น! ครม.ไฟเขียว เว้นเก็บ VAT และภาษีเงินได้ สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ลงทุนอะไรดี ในช่วงตลาดผันผวน

การลงทุนในตลาดนั้นมีความผันผวนเกิดขึ้นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ การระบาดของโควิด-19 อย่างหนัก หรือผลกระทบวิกฤติรัสเซียและยูเครน รวมทั้งความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ปรับสูงมากขึ้น แต่สิ่งที่นักลงทุนควรทำคือ การปรับตัวและการกระจายความเสี่ยงของประเภทการลงทุนหรือการเลือกลงทุน ที่สร้างผลตอบแทนขั้นต่ำ 3-5% ต่อปี เพื่อรองรับความผันผวน เศรษฐกิจถดถอยหรืออัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น   นักลงทุนพิจารณาเลือกลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ได้ดังนี้     1. เงินสด เงินฝากธนาคาร หรือกองทุนตลาดเงิน   ช่วงเวลาที่นักลงทุนมีความไม่มั่นใจต่อทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุน อาจจะถือเงินสด เพราะสามารถรักษาอำนาจการซื้อขาย และมีสภาพคล่องสูง เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นก็สามารถนำเงินสดไปลงทุนได้ แต่อย่าลืมว่าการถือเงินสดนั้น ให้ผลตอบแทนที่ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ลงทุนอื่นที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และไม่สามารถชนะเงินเฟ้อได้ เมื่ออัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเศรษฐกิจถดถอย จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่หักเงินเฟ้อออก หรือที่เรียกว่า อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง มีค่าลดลงไป     2. ตราสารหนี้   ในช่วงเศรษฐกิจถดถอย ธนาคารกลางจะลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตได้ การลดดอกเบี้ยทำให้มูลค่าของตราสารหนี้สูงขึ้น นักลงทุนควรเลือกลงทุนตราสารหนี้ระยะยาวมากกว่าระยะสั้น เนื่องจากราคาตราสารหนี้ระยะยาวจะปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าทำให้มีกำไรจากส่วนต่างของราคา (Capital gain) มากกว่า แต่การลงทุนในตราสารหนี้เอกชนมีความเสี่ยงที่จะผิดนัดชำระหนี้สูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดอันดับเรตติ