SMARTFINN
Platform Matching การขายฝากอสังหาฯ
กับนักลงทุน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุน
และช่วย SMEs ให้มีสภาพคล่อง

การขายฝาก vs โรงรับจำนำ

หมวดหมู่ : ขายฝาก, 2018-03-12 16:54:25, 639
การขายฝาก vs โรงรับจำนำ

โรงรับจำนำอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน การไปจำนำทรัพย์สินที่โรงรับจำนำ เป็นเรื่องที่คนทั่วไปยอมรับหลักการและเข้าใจกระบวนการได้ง่าย ซึ่งแน่นอนว่าการจำนำนั้นสามารถช่วยเหลือสภาพคล่องให้ในการใช้จ่ายประจำวัน หรือ การลงทุนระดับเล็ก (Micro SME) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนทรัพย์สินที่ได้ราคารับจำนำสูงสุดก็คือทรัพย์สินประเภททองคำ ซึ่งจะได้ราคารับจำนำสูงถึง 80 – 85% ของราคาทองคำ ณ ขณะนั้น ส่วนเรื่องระยะเวลาตามตั๋วจำนำ ก็อยู่ระหว่าง5-6เดือน ถ้าถึงกำหนดแล้วยังไม่ต้องการไถ่ถอน ก็สามารถไปจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยและและต่อสัญญาตามตั๋วจำนำออกไปได้อีกหนึ่งรอบ ส่วนอัตราดอกเบี้ยก็อยู่ระหว่างร้อยละ 0.75-1.25% ต่อเดือน(9-15%ต่อปี) แต่ถ้าครบกำหนดตามตั๋วจำนำและไม่มาต่อดอกเบี้ยหรือไถ่ถอนคืน ทรัพย์สินนั้นก็จะหลุดจำนำและตกเป็นของโรงรับจำนำตามขั้นตอนและกฎหมายที่ระบุไว้โดยสมบูรณ์

การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ของ Smartfinn ก็มีลักษณะหลายอย่างคล้ายกับการจำนำ ได้แก่

1. ราคาขายฝากได้รับการประเมินจากบริษัทประเมินที่มีมาตรฐานเป็นธรรมต่อราคาสินทรัพย์ผู้มาขายฝาก

2. มีการกำหนดระยะเวลาขายฝาก 1-3 ปี หรือตามแต่คู่สัญญาตกลงกัน ถ้ามาไถ่ถอนก่อนครบกำหนดเวลาก็จะได้ทรัพย์สินกลับคืนไป ในขณะที่ การขายฝาก Smartfinn ผู้ขายฝากยังมีสิทธิในการอยู่อาศัย/ทำกิจการในทรัพย์สินของตนเองต่อไปได้จนครบกำหนดไถ่ถอน

3. สามารถต่ออายุการขายฝากได้ แต่มีสิ่งสำคัญที่แตกต่างไปคือ เงื่อนไขในการต่อสัญญาที่ไม่เหมือนกับการไปจำนำทรัพย์สินต่อโรงรับจำนำ

4. Smartfinn ช่วยส่งเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ แปลงสินทรัพย์ที่มีอยู่ ให้เป็นทุนหรือขยายกิจการได้โดยช่วยเหลือในระดับใหญ่กว่าโรงรับจำนำ คือตั้งแต่ Micro-SME ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดใหญ่

5. มีดอกเบี้ยเป็นสิ่งตอบแทนเช่นกัน แต่ดอกเบี้ยขายฝากส่วนใหญ่จะมีอัตราสูงมาก คือตั้งแต่ร้อยละ 1-3 %ต่อเดือน(12-36% ต่อปี) แต่ในขณะที่ Smartfinn ให้บริการดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 0.75% ต่อเดือน (9%ต่อปี) เท่านั้น

การขายฝากแตกต่างจากการจำนำ คือ การต้องไปทำการขายฝาก ต้องไปดำเนินการ ณ สำนักงานที่ดิน นั่นเอง โดยจะต้องเสียค่าธรรมเนียมและภาษีให้กับกรมที่ดิน รวมทั้งเมื่อมาไถ่ถอนคืน ก็ต้องมีค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนอีกครั้ง

รูปแบบของโรงรับจำนำเป็นที่พึ่งยามยากของคนระดับรากหญ้า เสริมสภาพคล่องทางการเงินได้รวดเร็ว และมีดอกเบี้ยควบคุมโดยรัฐ รวมทั้งมีการกำหนดเงื่อนไขเวลาและเงื่อนไขการต่อสัญญาตั๋วจำนำ ที่มีความยืดหยุ่นพอที่จะให้เวลาแก่ผู้จำนำในการไถ่ถอนทรัพย์สินคืน เพียงแต่โรงรับจำนำใช้ได้กับสังหาริมทรัพย์ เช่น แหวนสร้อยทองคำ โทรศัพท์ เท่านั้น แต่เมื่อเป็นทรัพย์สินมูลค่าสูง เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโด ที่อยู่ในหมวดอสังหาริมทรัพย์ การใช้วิธี “ขายฝาก” จะใกล้เคียงกับโรงรับจำนำ แต่ก็มีความแตกต่างจากการจำนำในโรงรับจำนำ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. การกำหนดอายุสัญญาตอนแรกต้องได้รับการยินยอมทั้งสองฝ่าย แต่การขอต่ออายุสัญญาขายฝาก จะเป็นอำนาจการตัดสินใจของผู้ซื้อฝาก
2. ดอกเบี้ยในการขายฝากทั่วๆไป จะสูงกว่าดอกเบี้ยโรงรับจำนำมาก ทำให้มีภาระดอกเบี้ยจำนวนมาก ทำให้หาเงินต้นมาไถ่ถอนทรัพย์สินในเวลาอันสั้นยิ่งเป็นไปได้ยาก
3. จะต้องเสียค่าธรรมเนียมและภาษีให้กับกรมที่ดิน รวมทั้งเมื่อมาไถ่ถอนคืน ก็ต้องมีค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนอีกครั้ง ซึ่งเป็นการทำตามขั้นตอนตามกฎหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ทั้งฝ่ายผู้ขายฝากและฝ่ายนายทุนผู้ให้เงิน


การขายฝากกับ Smartfinn ช่วยแก้ปัญหาข้อที่ 1 และ 2 ได้ระดับหนึ่ง โดยการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน กำหนดเงื่อนไขและจำนวนปีในการทำสัญญาขายฝาก ระหว่างนายทุนผู้ให้เงินและผู้ขายฝาก ให้สอดคล้องกับความสามารถในการไถ่ทรัพย์คืนของผู้ขายฝาก รวมถึงอัตราดอกเบี้ย Smartfinn ที่ 9% ต่อปี ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยเบิกเกินบัญชี(โอดี) ของสถาบันการเงินในระบบ

► www.smartfinn.co.th
► ติดต่อสอบถามข้อมูล Line ID: @smartfinn
► โทร 094-445-7975

เกี่ยวกับผู้เขียน
การขายฝาก vs โรงรับจำนำ
Smartfinn Team
Platform Matching การขายฝากอสังหาฯ กับนักลงทุน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุน และช่วย SMEs ให้มีสภาพคล่อง