SMARTFINN
Platform Matching การขายฝากอสังหาฯ
กับนักลงทุน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุน
และช่วย SMEs ให้มีสภาพคล่อง

ขายฝากอย่างฉลาด... โฉนดไม่มีหลุด

หมวดหมู่ : ขายฝาก, 2020-03-24 12:22:00, 355
ขายฝากอย่างฉลาด... โฉนดไม่มีหลุด

ขายฝากอย่างฉลาด... โฉนดไม่มีหลุด

    ปัญหาหลักทรัพย์หลุดขายฝาก สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การเลือกนายทุนรับซื้อฝาก การทำสัญญา หรือหลังทำสัญญาไปจนถึงระยะไถ่ถอนหลักทรัพย์
    ซึ่งขั้นตอนก่อนทำการขายฝาก สมาร์ทฟินน์ได้เคยให้คำแนะนำอย่างละเอียดในบทความก่อนหน้า สามารถอ่านได้ที่นี่ โดยบทความนี้เราจะกล่าวถึงขั้นตอนก่อนทำการขายฝากเพียงคร่าวๆ แต่จะกล่าวถึงกรณีภายหลังจากทำสัญญาขายฝากเรียบร้อยแล้ว คือระยะช่วงก่อนไถ่ถอนหลักทรัพย์

ก่อนขายฝากตรวจเช็ค 3 สิ่งให้ครบถ้วนเสียก่อน

  1. เงื่อนไขและข้อเสนอ
    เปรียบเทียบข้อเสนอ และเงื่อนไขของผู้รับซื้อฝากแต่ละราย โดยนำมาเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด
  2. ความน่าเชื่อถือของแหล่งเงินทุน
    ผู้รับซื้อฝากให้ข้อมูลติดต่อที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว เพราะการทำสัญญาขายฝากเป็นการทำสัญญาขั้นต่ำ 1 ปี ดังนั้นอย่างน้อยใน 1 ปีข้างหน้าเราจะยังสามารถติดต่อผู้รับซื้อฝากได้
  3. ระเบียบวินัยในตนเอง
    ประเมินความสามารถและวินัยของตนเองด้วยว่าสามารถไถ่ถอนได้ทันตามกำหนดสัญญาหรือไม่ นำเงินที่ได้ ไปใช้ในเรื่องที่จำเป็นกับธุรกิจจริงๆ เท่านั้น

สามารถศึกษารายละเอียดข้อควรรู้และปฏิบัติก่อนการขายฝากเพิ่มเติมได้ที่บทความ 3 กฎเหล็กต้องจำ ก่อนนำหลักทรัพย์ขายฝาก

ระหว่างขายฝาก เช็คข้อมูลสัญญา จดบันทึกให้เรียบร้อย
    ในขั้นตอนนี้ภายหลังการทำสัญญาขายฝากเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้ผู้ขายฝากจดบันทึก หรือตั้งแจ้งเตือนไว้ล่วงหน้าก่อนหมดสัญญาเนิ่นๆตั้งแต่ 6 เดือน 3 เดือนเพื่อเตือนตนเองว่าใกล้ครบกำหนดสัญญา
    แต่ในขณะเดียวกันทางนายทุนผู้รับซื้อฝาก มีหน้าที่ตามที่กฏหมายกำหนดคือการทำหนังสือแจ้งเตือนผู้ขายฝากล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อให้ผู้ขายฝากได้มีโอกาสได้เตรียมตัว/ตื่นตัวในการรวบรวมเงินเพื่อมาไถ่ถอนหลักทรัพย์กลับคืนให้ทันตามกำหนด

ก่อนไถ่ถอน แยกเป็นกรณีมีเงินไถ่ หรือประเมินแล้วว่าไม่มีเงินไถ่
กรณีมีเงินพร้อมไถ่ถอน
    ให้ทำการนัดหมายวันและเวลากับผู้รับซื้อฝากเพื่อไถ่ถอนหลักทรัพย์ตามที่ตกลงกันไว้ ตามปกติแล้วทั่วไปเราจะไม่พบปัญหาจากการที่ผู้ขายฝากมีเงินมาไถ่ถอนกันเท่าไหร่นัก แต่ปัญหาที่จะเกิดขึ้นมักเป็นกรณีที่ผู้รับซ์้อฝากไม่มาให้ไถ่ถอน แยกเป็น 2 กรณี

  1. ผู้รับซื้อฝากมาไถ่ถอน
    เตรียมเงินสินไถ่มาให้ครบถ้วน พร้อมเอกสารแสดงตัวตนเพื่อทำธุรกรรมโอนกรรมสิทธิ์หลักทรัพย์กลับคืน
  2. ผู้รับซื้อฝากไม่มาไถ่ถอน
        กรณีที่ผู้ขายฝากพร้อมจะชำระหนี้ไถ่ถอนตามสัญญา แต่ผู้รับซื้อฝากกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับชำระหนี้ ซึ่งจะมีผลทำให้ทรัพย์สิน หรือที่ดินที่ขายฝากนั้นตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากทันที ไม่รู้จะทำยังไง เงินก็มีพร้อมไถ่ถอนตามกำหนด แต่หาคนรับซื้อไม่เจอ ติดต่อไม่ได้
        วิธีแก้ปัญหา คือ ให้เอาเงินสินไถ่ไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์ กรมบังคับคดีนะคะ อย่าปล่อยให้ผ่านเลยวันสิ้นสุดสัญญา โดยผลของการวางทรัพย์ ภายในกำหนดสัญญา จะทำให้ลูกหนี้ หลุดจากหนี้ที่ต้องชำระ ในที่นี้ก็หมายถึงที่ดินของเราก็จะไม่ตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากอีกต่อไป
        การแก้ปัญหาโดยวิธีวางทรัพย์นี้มีคนรู้กันน้อยมาก ซึ่งทำให้ผู้ขายฝากเหล่านั้นต้องเสียที่ดินให้กับผู้รับซื้อฝากไป ดังนั้นควรนัดหมายหรือติดต่อผู้รับซื้อฝากตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ทันกำหนดสัญญา

กรณีไม่มีเงินไถ่ถอน

  1. ยังต้องการหลักทรัพย์คืน
    ให้รีบดำเนินการเจรจากับผู้รับซื้อฝาก เพื่อขอขยายสัญญาต่อ โดยขั้นตอนขยายสัญญา ขึ้นอยู่กับข้อตกลงใหม่ระหว่างผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก
  2. ไม่ต้องการหลักทรัพย์คืน
    ให้ผู้ขายฝากเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ โดยแนะนำให้หาทางขายหลักทรัพย์และนำเงินมาไถ่ถอนให้กับผู้รับซื้อฝาก เพราะการขายหลักทรัพย์จะทำให้ท่านได้ราคาตามที่ต้องการ หลังจากไถ่ถอนหลักทรัพย์แล้วจะยังมีเงินก้อนเหลือเป็นทุนได้อีก

ไม่แนะนำให้ผู้ขายฝากละเลย ปล่อยหลักทรัพย์ให้เสียกรรมสิทธิ์ไปตามวันสิ้นสุดสัญญา เพราะวงเงินที่ได้รับตอนขายฝากนั้นไม่ใช่วงเงิน 100% ของมูลค่าหลักทรัพย์จริง จะทำให้ผู้ขายฝากเสียโอกาสและกำไรจากหลักทรัพย์ที่นำไปขายฝาก โดยสามารถศึกษารายละเอียดการขายฝากก่อนขายจริงที่นี่

เกี่ยวกับผู้เขียน
ขายฝากอย่างฉลาด... โฉนดไม่มีหลุด
Smartfinn Team
Platform Matching การขายฝากอสังหาฯ กับนักลงทุน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุน และช่วย SMEs ให้มีสภาพคล่อง