Matching Platform

กรุณารอสักครู่

Matching Platform ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

smartfinn


Matching Platform

ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

6 อาการกลัวตกกระแส หรือ FOMO เช็กสักนิด คุณมีอาการหรือเปล่า?

6 อาการกลัวตกกระแส หรือ FOMO เช็กสักนิด คุณมีอาการหรือเปล่า?

ทุกวันนี้การตามเทรนด์ที่เข้ามา ดูเหมือนจะเป็นพฤติกรรมปกติในยุคโซเชียลมีเดีย แต่อันที่จริงทางการแพทย์ถือว่าพฤติกรรมนี้มีความผิดปกติ และสามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจ บุคลิกภาพ และสุขภาพร่างกายได้ ซึ่งอาการที่ว่าคืออาการ โฟโม (Fear Of Missing Out : FOMO) นั่นเอง

 

อาการกลัวตกกระแส : โฟโม (Fear Of Missing Out : FOMO)

อาการ FOMO คือ อาการของคนที่กลัวการตกข่าว กลัวตกเทรนด์ รวมถึงกลัวการไม่เป็นที่ยอมรับ และมีความอยากเป็นคนสำคัญ จึงต้องติดตามข่าวสาร เช็กกระแสต่างๆ เพื่อที่จะแชร์สิ่งที่รู้มาออกไปเป็นคนแรกๆ

 

คนเป็นโฟโม (FOMO) มีอาการแบบไหน?

นอกจากจะต้องการติดตามข่าวสารสถานการณ์ต่างๆ ตลอดเวลา คนมีอาการโฟโมยังจะมีความเครียดมากกว่าปกติเมื่อตัวเองเกิดพลาดตกข่าวอะไรซักอย่างไป หรือแชร์โพสต์แล้วมีจำนวนคนกดไลค์เพียงน้อยนิด

 

อาการโฟโม เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย และส่วนใหญ่แล้ว คนมีอาการโฟโมมักจะไม่รู้ตัวเอง ส่งผลให้อาการย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เพราะไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

 

พฤติกรรมที่เข้าข่ายโฟโม (FOMO) 

  • หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน เมื่อไม่ได้เช็กโทรศัพท์ หรือไม่ได้เข้าโซเชียล
  • กลัวที่จะรู้ข่าวช้ากว่าคนอื่น ติดการใช้ Facebook Instagram และ Twitter
  • ใช้เวลาอยู่กับสมาร์ทโฟนมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน
  • อัปเดตและแชร์เรื่องราวของตัวเองบนโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง
  • รู้สึกแย่เมื่อเห็นเพื่อนๆ ออกไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมโดยที่ไม่ได้ไปด้วย
  • เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ตลอดเวลา และรู้สึกด้อยค่าเมื่อเห็นคนอื่นได้เที่ยว กินดี หรือได้เช็กอินในสถานที่ฮิต

 

โฟโม (FOMO) ส่งผลกระทบอะไรบ้าง?

  • ส่งผลต่อบุคลิกภาพ กลายเป็นคนที่ก้มดูโทรศัพท์ตลอดเวลา
  • รับฟังคนอื่นน้อยลง และเสียโอกาสการพัฒนาตัวเองในด้านอื่นๆ
  • ทำให้สภาพร่างกายย่ำแย่ นอนน้อย นอนไม่หลับ สายตาเสียจากแสงสีฟ้า
  • ทำให้เป็นโรคหลงตัวเอง จากการได้ยอดไลค์ยอดแชร์จำนวนมาก
  • อารมณ์ร้อนง่าย เมื่อมีคนไม่เห็นด้วยหรือโดนตำหนิ และจะรู้สึกโกรธแค้นมากกว่าที่จะคิดทบทวนกับตัวเอง
  • อาจส่งผลลุกลามไปถึงการเป็นโรคซึมเศร้า จากการเปรียบเทียบวิถีชีวิต ไลฟ์สไตล์ มักคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ เมื่อไม่มีเหมือนคนอื่นเขา

 

เช็กแล้วว่าเป็นโฟโม (FOMO) แก้ยังไงดี?

เมื่อเช็กอาการแล้วว่าตัวเองหรือคนรอบข้างมีพฤติกรรมติดสมาร์ทโฟน หรือมีอาการโฟโมควรรีบแก้ไข ดังนี้

 

  • ยอมรับว่าตัวเองมีอาการโฟโม เมื่อยอมรับได้ ก็จะเกิดการเปิดใจและยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลองปิดโทรศัพท์ในวันเสาร์-อาทิตย์ แล้วใช้เวลากับงานอดิเรกอื่นๆ
  • ออกจากแชทและโซเชียล แล้วไปเที่ยวกับเพื่อน หรือไปทานข้าวกับครอบครัวในโลกความจริง
  • ใช้ชีวิตให้ช้าลง หัดมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ รอบตัว หรือความสำเร็จเล็กๆ ที่ตัวเองทำได้
  • ปรับความคิด ยินดีที่เพื่อนประสบความสำเร็จ หรือมีความสุข แทนที่จะรู้สึกหงุดหงิด

 

การรักษาอาการโฟโมนั้น ขึ้นอยู่กับการปรับทัศนคติและพฤติกรรมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ใครที่เช็กแล้วว่าตัวเองเป็นโฟโม ก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนที่ละนิด หรือหากมีคนรอบข้างที่เป็นโฟโม ก็ควรให้กำลังใจ และลองชวนเขาออกไปทำนู่นทำนี่ จะช่วยให้ไม่เครียด และหายจากอาการโฟโมได้

 


 

SMARTFINN
ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน

มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก
บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ
เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ

 

ขายฝาก Smartfinn.gif ดียังไง
ขายฝาก Smartfinn ดอกเบี้ยต่ำ

 

อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร
สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th
บริการให้คำปรึกษา ฟรี
โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359
LINE ID: @smartfinn

 

ขายฝาก_ไม่มีนโยบายยึดทรัพย์


เกี่ยวกับผู้เขียน

Smartfinn Team Matching Platform การขายฝากอสังหาฯ กับนักลงทุน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุน และช่วย SMEs ให้มีสภาพคล่อง

บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด

555 อาคารรสา อาคาร 2 ชั้น 25 ถนนพหลโยธิน

แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

• • • • • •

Platform Matching