Matching Platform

กรุณารอสักครู่

Matching Platformขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

smartfinn


Matching Platform

ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

ทั่วไป

เครื่องหมายการค้า เรื่องสำคัญที่ทุกธุรกิจไม่ควรมองข้าม

เมื่อนักธุรกิจได้ลงทุนสร้างธุรกิจแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือโลโก้หรือตราสินค้าที่แสดงถึงตัวตนของแบรนด์หรือธุรกิจนั้น ๆ เพื่อทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์หรือสินค้าของเราได้ เรียกอีกอย่างหนึ่งก็คือเครื่องหมายการค้า ทำไมเครื่องหมายการค้าจึงจำเป็นต่อธุรกิจ แล้วทำไมธุรกิจจะต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าด้วย นับว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่ทุก ๆ ธุรกิจไม่ควรมองข้าม ก่อนอื่นไปรู้จักกันก่อนว่าเครื่องหมายทางการค้ามีกี่แบบ ธุรกิจของเราเป็นประเภทไหน?   เครื่องหมายการค้ามี 4 แบบ ดังนี้ เครื่องหมายการค้า คือ เครื่องหมายที่ใช้กับสินค้าที่จับต้องได้ มียี่ห้อและเจ้าของที่แตกต่างกันชัดเจน มีความแตกต่างจากคนอื่น เครื่องหมายบริการ คือเครื่องหมายที่ใช้กับธุรกิจที่ให้บริการ อาทิเช่นโรงแรม สายการบิน ธนาคาร เป็นต้น เครื่องหมายรับรอง คือ เครื่องหมายที่ใช้รองรับสินค้าและบริการของบุคคลอื่น เพื่อรับรองกระบวนการผลิต คุณภาพ ส่วนประกอบของสินค้าหรือบริการนั้น ๆ เครื่องหมายร่วม คือ เครื่องหมายที่ถูกตั้งขึ้นมาใช้โดยบริษัทหรือวิสาหกิจในกลุ่มเดียวกัน หรือจากสมาคม สหกรณ์ สหภาพ สมาพันธ์ กลุ่มบุคคลจากองค์ของรัฐหรือเอกชน   ทำไมต้องจดเครื่องหมายการค้า? เพื่อเป็นการแสดงความเป็นเจ้าของตัวโลโก้หรือตราสินค้าได้เพียงผู้เดียว ให้ความคุ้มครองสิทธิ์ ป้องกันการลอกเลียนแบบ ผู้อื่นไม่มีสิทธิมาอ้างหรือมาสวมรอยเอาโลโก้หรือตราสินค้านั้นไปใช้ประโยชน์หรือก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจ หากมีคนละเมิดลิขสิทธิ์ เจ้าของแบรนด์ก็สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจึงสำคัญ และทำให้แบรนด์มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างชัดเจน ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534   ถ้าไม่จดเครื่องหมายการค้า จะเกิดอะไรขึ้น ผู้อื่นสามารถนำโลโก้หรือตราสินค้าของแบรนด์เราไปใช้ได้ และเราไม่สามารถฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทน หรือเรียกร้องว่าเราเป็นเจ้าของได้ ถึงแม้ว่าเราจะเป็นผู้ริเริ่มสร้างโลโก้หรือตราสินค้านั้นขึ้นมา เพราะเราไม่ได้ทำการจดเครื่องหมายการค้าตั้งแต่เริ่มแรก    เริ่มต้นจดเครื่องหมายทางการค้าทำยังไง? ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ใช้ระยะเวลาพิจารณาอยู่พอสมควรเพราะต้องพิจารณาหลาย ๆ ขั้นตอน ข้อสังเกตในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ให้ตรวจสอบธุรกิจของตัวเองให้แน่ชัดว่าธุรกิจต้องใช้เครื่องหมายการค้าเพียงอย่างเดียว ให้เลือก 1 เครื่องหมาย หรือในธุรกิจหนึ่งมีทั้งเครื่องหมายการค้า และเครื่องหมายบริการ ให้เลือก 2 เครื่องหมาย เพื่อรักษาสิทธิและแสดงความเป็นเจ้าของธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย   เครื่องหมายการค้ามีอายุนานเท่าไร? เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วจะมีอายุการคุ้มครอง 10 ปี เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนด ต้องต่ออายุของเครื่องหมายการค้าไปได้ครั้งละ 10 ปี   ดังนั้นการจดเครื่องหมายการค้ามีความสำคัญกับธุรกิจอย่างมาก เพราะนอกจากแสดงความเป็นเจ้าของอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ยังป้องกันไม่ให้ผู้อื่นนำโลโก้หรือตราสินค้าไปใช้หาผลประโยชน์ได้อีกด้วย   อ้างอิงข้อมูล dbd.go.th เครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียน จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายหรือไม่     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ   รับคำปรึกษาจาก สมาร์ทฟินน์ ฟรี     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

PDPA คือ อะไร กฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลที่ทุกคนควรรู้ในยุค 5.0

PDPA (Personal Data Protection Act) เป็นพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำหนดขึ้นเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ให้ถูกจัดเก็บหรือนำไปใช้โดยไม่ได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบ และต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน     PDPA คือข้อมูลที่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลที่เป็นบุคคลธรรมดาได้ ไม่ว่าทางตรงและทางอ้อม โดยมีตัวอย่างของข้อมูลดังนี้ ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ อีเมลส่วนตัว ที่อยู่ปัจจุบัน เลขบัตรประชาชน เลขหนังสือเดินทาง เลขใบอนุญาตขับขี่ ข้อมูลทางการศึกษา ข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลทางการแพทย์ ทะเบียนรถยนต์ โฉนดที่ดิน ทะเบียนบ้าน วันเดือนปีเกิด สัญชาติ น้ำหนักส่วนสูง ข้อมูลบนอื่น ๆ บนอินเทอร์เน็ตที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น Username /password,  Cookies IP address,  GPS Location ข้อมูลใดที่ไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้ เช่น ข้อมูลบริษัท จะไม่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล และไม่อยู่ภายใต้บังคับตาม​ PDPA     ใครบ้าง? ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายใต้การควบคุม PDPA เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Subject) คือผู้ที่เป็นเจ้าของข้อมูล ซึ่งจะเป็นผู้ที่ได้รับการปกป้องคุ้มครองและมีสิทธิต่างๆ เหนือข้อมูลส่วนบุคคลของตน   ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือ Data Controller คือคน บริษัทหรือองค์กรต่างๆ  ที่เป็นคนตัดสินใจว่า จะมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอะไร เพื่ออะไร อย่างไร เช่น ร้านค้าที่มีข้อมูลลูกค้าเพื่อจัดส่งสินค้า หรือบริษัทที่มีข้อมูลพนักงาน   ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือ Data Processor คือ คน บริษัทหรือองค์กรต่าง ๆ ที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยจะทำภายใต้คำสั่ง หรือในนามของ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) เท่านั้น เช่น พนักงานขนส่งสินค้าตามที่อยู่ที่บริษัท (Data Controller) มอบหมายให้จัดส่ง หรือบริษัทผู้ให้บริการ Cloud ในการเก็บข้อมูลแทนบริษัท ใน 2 กรณีนี้ พนักงานขนส่งและบริษัทผู้ให้บริการ Cloud ถือเป็น Data Processor   นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) โดยผู้เก็บข้อมูลควรระวังมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนและอาจส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูล ทั้งในแง่ของการทำงาน สังคม และชีวิตความเป็นอยู่ โดยเฉพาะอาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติได้ PDPA จึงกำหนดโทษที่หนักขึ้นหากนำข้อมูลไปใช้ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจรวมถึงโทษอาญาถึงขั้นติดคุก      ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว คือข้อมูลดังต่อไปนี้  เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลด้านสุขภาพ ความพิการ เช่น โรคประจำตัว การฉีดวัคซีน ใบรับรองแพทย์ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ เช่น ลายนิ้วมือ แบบจำลองใบหน้า ข้อมูลม่านตา     บทลงโทษของ PDPA โทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 1 ปี และ/หรือปรับสูงสุด 1 ล้านบาท โทษทางแพ่ง จ่ายสินไหมไม่เกิน 2 เท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โทษทางปกครอง ปรับไม่เกิน 5 ล้านบาท     ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า หากเข้าเว็บไซต์ใดก็ตามจะสามารถเห็น ข้อความขออนุญาตในการเก็บข้อมูลของผู้เข้าเว็บไซต์ทันทีที่เข้าเว็บไซต์ โดยเว็บไซต์นั้นๆจะแสดงข้อมูลนโยบายการเก็บและรักษาข้อมูลที่ได้รับหลังจากเจ้าของข้อมูลยินยอม    สำหรับผู้ประกอบการท่านใดที่เว็บไซต์ของธุรกิจยังไม่มีนโยบายรองรับกฎหมาย PDPA ควรตระหนักรู้ถึงสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กร บริษัท ห้างร้าน หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า ผู้ใช้งาน หรือจะเป็นพนักงานที่ทำงานภายในองค์กรเองก็ตาม เนื่องจาก PDPA จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 นี้ หลังจากที่ถูกเลื่อนจากวันที่ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562     บทความที่เกี่ยวข้อง 6 อาชญากรรมออนไลน์ที่คนไทยตกเป็นเหยื่อมากที่สุด ร้านค้าคนละครึ่ง ควรยื่นภาษีอย่างไร? Alibaba DAMO Academy คาดการณ์ 10 เทรนด์เทคโนโลยีพุ่งแรงปี 2022 5 เทรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์ปี 2022 ธุรกิจสะดวกซื้อมาแรง     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ที่ดิน Metaverse พุ่ง 300 เท่าหลังเปิดตัว 2 ปี

PIER Research เผยที่ดิน Metaverse พุ่ง 300 เท่าหลังเปิดตัว 2 ปี และดัชนีราคาที่ดินที่มีการซื้อขายซ้ำสูง 12 เท่า สูงกว่าที่ดินโลกจริงเสี่ยงเกิดฟองสบู่ ขณะที่ อาจเป็นโอกาสของภาคธุรกิจในการลงทุนเพื่อขายสินค้า และสร้างอาชีพใหม่ใน Metaverse   จากงานวิจัยของ ผศ.ดร.วรประภา และ รศ.ดร.คณิสร์ ได้ทำการวัดดัชนีราคาที่ดิน (LAND NFT) ใน The Sandbox โดยใช้ราคาที่ดินทั้งหมด (All-Sales Index) ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม 2562 ถึงมกราคม 2565 พบว่า ราคาที่ดินเพิ่มสูงถึงกว่า 300 เท่า การวัดดัชนีราคาที่ดิน (LAND NFT) ใน The Sandbox โดยใช้ราคาที่ดินทั้งหมด (All-Sales Index) ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม 2562 ถึงมกราคม 2565   ดัชนีราคาที่ดินที่มีการซื้อขายซ้ำสูง 12 เท่า ในช่วงเวลา 2 ปี คำนวณดัชนีราคาที่ดินแบบใช้ราคาของที่ดินผืนที่มีการซื้อขายซ้ำ (Repeat  Sales Index) ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของที่ดินในโลกจริง แต่ไม่สามารถทราบได้ว่ามีการปั่นหรือสร้างราคาอันเกินจริงหรือไม่ นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของ Metaverse เมืองใหม่ ๆ อาจทำให้ราคาของที่ดินในเมืองที่สร้างมาก่อนปรับลดลง และราคาที่ดินที่สูงเกินไปอาจทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดฟองสบู่แตกได้   เมืองยอดนิยม ที่มีการซื้อขายที่ดินราคาสูง จากสถิติล่าสุด (เดือนเมษายน 2565) The Sandbox มีผู้ซื้อที่ดินในราคาสูงถึง 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 140 ล้านบาท Decentraland มีผู้ซื้อที่ดินในราคาสูงถึง 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 115 ล้านบาท   การซื้อที่ดิน (หรือ Virtual Land) ในโลก Metaverse จะทำให้ผู้ซื้อได้สิทธิในการเปิดร้านใน Metaverse นั้น ๆ ซึ่งการเปิดร้านอาจจะหมายถึงการเปิดร้านขายของที่เป็น NFT การสร้างเกมให้คนเข้ามาเล่น หรือการจัดกิจกรรม PR ต่าง ๆ นอกจากนี้ ผู้ซื้อ Virtual Land อาจซื้อไว้เพื่อขายต่อในราคาที่สูงขึ้นก็ได้   ภาคธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์อะไรได้จากที่ดินใน Metaverse ทำ PR/Marketing เพื่อหาลูกค้าใหม่ ๆ คือ เมื่อมีคนเข้าไปใน Metaverse มากขึ้น กลุ่มลูกค้าก็มากขึ้น โอกาสในการประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการก็มากขึ้น โอกาสการได้ลูกค้าใหม่จึงเพิ่มขึ้น   สร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าที่มีอยู่แล้ว เช่น โรงพยาบาล ลูกค้าอาจจะไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลทุกครั้งก็ได้ บางครั้งอาจจะต้องการคุยกับคุณหมอในห้อง Metaverse แทน หรือการขายสินค้า ซึ่งปกติต้องเดินเลือกซื้อในห้าง แต่ต่อไป อาจเข้ามาดูสินค้าใน Metaverse แทน   ใช้ประโยชน์จาก Blockchain เพื่อสร้างสินค้าใหม่ๆ หรือ ทำธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ เช่น ขาย NFTs (อาทิ เครื่องประดับและวัตถุที่ใช้ในโลกเสมือน งานศิลปะ) สร้างเกม Play-to-Earn ขาย Virtual Land เป็นต้น หากโลก Metaverse เติบโตขึ้นได้จริงก็อาจจะมีการจ้างงานประเภทใหม่ ๆ ได้อีกมากมาย เช่น นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นักเศรษฐศาสตร์ นักวิเคราะห์ข้อมูล ผู้จัดงานในโลก Metaverse วิศวกร Blockchain เป็นต้น   ขอบคุณข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจ   บทความที่เกี่ยวข้อง เทคนิค การเลือกซื้อ ที่ดิน ที่ต้องรู้ ลงทุนอะไรดี ในช่วงตลาดผันผวน ธปท.ชี้ เงินเฟ้อไทยพุ่ง ย้ำไม่เข้าสู่ Stagflation 10 เทรนด์อสังหาฯ ปี 65 บ้านประหยัดพลังงานครองแชมป์ ดีเดย์ กรมที่ดินเปิดระบบ e-QLands เพื่อคนกรุงเทพฯ จดทะเบียนที่ดินออนไลน์     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

เคล็ดลับเลือกอาหารหน้าร้อน ปรับสมดุลร่างกาย

ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้ภูมิอากาศมีลักษณะเป็นแบบร้อนชื้นหรือแบบสะวันนา ภาวะอากาศร้อนส่งผลต่อร่างกายและจิตใจทำให้กระหายน้ำตลอดเวลาและอารมณ์หงุดหงิดได้ง่าย   หน้าร้อนร่างกายสูญเสียน้ำได้ง่าย แถมเชื้อโรคประเภทแบคทีเรียก่อตัวได้ดีในอาหาร และตามผิวสัมผัสต่างๆ จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารดิบ เพื่อลดความเสี่ยงโรคท้องร่วง ควรเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เน้นอาหารที่มีฤทธิ์เย็น มีส่วนประกอบของน้ำเพื่อชดเชยที่สูญเสียไป เช่น ผัก ผลไม้ เต้าหู้ นอกจากนี้อาหารที่มีพลังงานต่ำ ไขมันน้อยก็ช่วยคลายร้อนได้เช่นกัน เนื่องจากร่างกายไม่ต้องโหมใช้พลังงานมากเพื่อนำไปเผาผลาญอาหาร อุณหภูมิในร่างกายจึงแตกต่างจากการที่เรากินอาหารไขมันสูง ย่อยยาก ย่อยนาน ทำให้อุณหภูมิในร่างกายร้อนมากยิ่งขึ้น   วันนี้สมาร์ทฟินน์มีวิธีการเลือกอาหารให้เหมาะสมกับมื้ออาหารในหน้าร้อนมาฝากกันค่ะ   อาหารเช้า เป็นมื้อที่สำคัญที่สุด ทำให้ร่างกายสดชื่น มีสมาธิดี ไม่อ่อนเพลีย อารมณ์ดี ไม่หงุดหงิดง่าย ควรกินอาหารเช้าที่ย่อยง่ายและไขมันต่ำ เช่น โจ๊กหมู ข้าวต้มปลา ข้าวกล้องกับฟักตุ๋น หรือแกงจืดเต้าหู้หมูสับ สารอาหารครบถ้วน ช่วยให้ผ่อนคลาย ลดร้อนได้เป็นอย่างดี   อาหารกลางวัน หน้าร้อนควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มัน เพราะไขมันเป็นอาหารที่ย่อยยาก ร่างกายต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อเผาผลาญไขมัน เพิ่มอุณหภูมิภายในร่างกาย ทำให้รู้สึกร้อนมาก นอกจากอาหารทอดควรหลีกเลี่ยงอาหารและขนมที่มีส่วนประกอบของกะทิ ควรเลือกอาหารที่ปรุงสุกใหม่ งดอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ ก้อย เนื่องจากอากาศที่ร้อนทำให้อาหารบูดได้ง่าย   อาหารเย็น อุณหภูมิภายนอกลดลง สามารถรับประทานอาหารที่มีเครื่องเทศได้บ้าง เพื่อขับความร้อน ขับเหงื่อออกจากร่างกาย เมื่อเหงื่อระเหยออกมาจะทำให้รู้สึกเย็นสบาย เช่น แกงส้มเปลือกแตงโม ต้มยำ ต้มโคล้ง แกงป่า แกงเลียง แต่วัตถุดิบที่นำมาปรุงควรเป็นอาหารที่มีสรรพคุณเย็น เช่น น้ำเต้า บวบ มะระ ฟัก มะเขือ เต้าหู้ อาหารยำปรุงเองที่บ้านก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่ช่วยให้คลายร้อนแบบมีรสชาติจัดจ้านขึ้น    เพิ่มเติมน้ำและน้ำตาลระหว่างวันด้วย อาหารว่าง ในวันที่อากาศร้อนมากอาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร กินได้น้อย อาหารว่างจะช่วยให้สดชื่น หายง่วงนอน เช่น น้ำมะนาวเย็น น้ำกระเจี๊ยบ น้ำมะตูม น้ำมะพร้าวอ่อน หรือผลไม้ไทยๆ แช่เย็นเจี๊ยบ เช่น แตงโม แตงไทย มะเฟือง ชมพู่ ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีน้ำฉ่ำ เพิ่มความสดชื่น ดับกระหาย และผ่อนคลาย หลีกเลี่ยงผลไม้หวานจัดปริมาณมาก เช่น ทุเรียน ขนุน ลำไย เงาะ ผลไม้ตากแห้ง เพราะจะไปเพิ่มการทำงานของร่างกาย   สิ่งสำคัญสำหรับการใช้ชีวิตช่วงหน้าร้อนคือ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากอาการเบื่ออาหารที่สามารถเกิดขึ้นได้แล้ว ยังส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ อย่างโรคลมแดดได้เช่นกัน นอกจากนี้ถ้าใครเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร เคล็ดลับการกินอาหารที่เหมาะต่อหน้าร้อนก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีต่อสุขภาพได้เช่นกัน     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

10 มาตรการลดค่าครองชีพจากมติครม.

จากสถานการณ์สงครามระหว่างยูเครน - รัสเซียที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผลกระทบต่อราคาสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภค เป็นผลมาจากความผันผวนของราคาพลังงาน โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 มี.ค. 2565 มีการหารือมาตรการลดค่าครองชีพ และมาตรการลดภาระราคาพลังงานให้กับประชาชนเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค. - ก.ค. 2565   ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ประกาศ 10 มาตรการช่วยเหลือ โดยมีมาตรการดังนี้ เพิ่มเงินช่วยเหลือเพื่อซื้อก๊าซหุงต้มจากเดิม 45 บาทเป็น 100 บาท/3 เดือน (สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3.6 ล้านคน) ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้มเดือนละ 100 บาท (สำหรับผู้ค้าหาบเร่ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 5,500 คน) และกำกับดูแลการปรับราคาก๊าซหุงต้ม ตั้งแต่เม.ย. - มิ.ย. 2565 คงราคาก๊าซที่ 13.62 บาท/กิโลกรัม สำหรับผู้ขับขี่แท็กซี่มิเตอร์ภายใต้โครงการลมหายใจเดียวกัน คงราคาขายปลีกผู้ใช้ก๊าซ NGV ที่ราคา 15.59 บาท/กิโลกรัม ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขึ้นทะเบียนกับกรมขนส่งจำนวน 1.57 แสนคน ได้รับส่วนลดค่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 5 บาท/ลิตร จำนวน 50 ลิตร เป็นเวลา 3 เดือน รวมทั้งกำกับราคาการให้บริการประชาชนในราคาเดิม ลดภาระค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วย/เดือน โดยลดค่า Ft จำนวน 22 สตางค์ต่อหน่วย ตั้งแต่พ.ค. - ส.ค. 2565 ตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 30 บาท/ลิตร ถึง 30 เม.ย. 2565 หลังจากนั้นรัฐจะเข้าช่วยเหลือส่วนที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นครึ่งหนึ่ง ลดอัตราเงินสบทบของนายจ้าง และลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 จาก 5% เหลือ 1% เพื่อให้ลูกจ้าง และ นายจ้าง สามารถมีกำลังในการใช้จ่าย และผู้ประกอบการสามารถมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจในช่วงถัดไป ลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตนมาตรา 39 จาก 9% เหลือ 1.9%  เกษตรกร 9 ล้านคน จะได้รับประโยขน์จากการแก้ปัญหาปุ๋ยแพงและปุ๋ยขาด และแก้ปัญหาอาหารสัตว์   อย่างไรก็ตามมาตรการดังกล่าว ได้มีการปรับปรุงรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งมีความแตกต่างจากบางมาตรการที่ได้มีการแถลงไว้หลังการประชุมครม. เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา เช่น การตัดแนวทางการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ออกไปจากเดิม พร้อมเพิ่มการช่วยเหลือเกษตรกร 9 ล้านคน จะได้รับประโยชน์จากการแก้ปัญหาปุ๋ยแพงและปุ๋ยขาด และแก้ปัญหาอาหารสัตว์ เข้ามาแทน   ขอบคุณข้อมูล : ฐานเศรษฐกิจ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

สงกรานต์นี้ ฟรี! ค่าทางด่วน-มอเตอร์เวย์

          กระทรวงคมนาคมเตรียมพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2565 เนื่องจากมีวันหยุดราชการติดต่อกันหลายวัน จึงคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยว ทั้งการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลหรือใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเป็นจำนวนมาก โดยมีแผนการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ให้แก่ประชาชนช่วงเทศกาล ระยะเวลารวม 7 วัน   กระทรวงคมนาคมมีการตั้งเป้าหมายการดำเนินการในช่วงวันหยุดยาวไว้ดังนี้ 1. บริการระบบขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงง่าย เพียงพอไม่ล่าช้า ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ไม่โก่งราคา ไม่ทิ้งผู้โดยสาร และทันกับเหตุการณ์ 2. คุณภาพของการให้บริการขนส่งสาธารณะ การดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นและจริงจัง 3. กำกับและควบคุม ลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินจากการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565   นอกเหนือจากนี้ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม อย่างการทางพิเศษ (ทางด่วน) ได้ร่วมกันให้บริการขนส่งสาธารณะฟรี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ดังนี้ ทางพิเศษบูรพาวิถี และกาญจนาภิเษก ระหว่างวันที่ 12 - 18 เมษายน 2565 เป็นเวลา 7 วัน ทางพิเศษศรีรัช อุดรรัถยา และเฉลิมมหานคร ระหว่างวันที่ 13 - 15 เมษายน 2565 เป็นเวลา 3 วัน มอเตอร์เวย์ 2 เส้นทาง ระหว่างวันที่ 12 - 18 เมษายน 2565 เป็นเวลา 7 วัน ได้แก่ มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ - พัทยา และมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 - สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ถนนกาญจนาภิเษก ตอนบางปะอิน - บางพลี และตอนพระประแดง - บางแค ช่วงพระประแดง - ต่างระดับบางขุนเทียน เปิดใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ชั่วคราว ช่วงปากช่อง - สีคิ้ว - ขามทะเลสอ ระยะทาง 64 กิโลเมตร ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 สำหรับขาออกระหว่างวันที่ 11 - 14 เมษายน 2565 เป็นเวลา 4 วัน และขาเข้าระหว่างวันที่ 15 - 18 เมษายน 2565 เป็นเวลา 4 วัน บริการที่จอดรถฟรี ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณลานจอดรถยนต์ระยะยาว โซน C ระหว่างวันที่ 11 - 17 เมษายน 2565             อย่างไรก็ตามสมาร์ทฟินน์ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน สำหรับการเดินทางในสถานการณ์โควิดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนมากในทุกวัน ให้ทุกท่านเดินทางด้วยความปลอดภัย ไม่ประมาท เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย และหมั่นล้างมือให้บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันโควิดกันนะคะ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

10 อันดับ คริปโต ที่น่าลงทุนมากที่สุด (อัพเดทล่าสุด)

อีกหนึ่งกระแสกำลังมาแรงและเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของแวดวงการลงทุนคือ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งการลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่ เนื่องมาจากผลตอบแทนที่พุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา   โดยมูลค่าตลาดคริปโตในปี 2564 ณ สิ้นปี (31 ธันวาคม 2564 )  2,233,586,799,113 ดอลลาร์ หรือ ประมาณ 74 ล้านล้านบาท  ข้อมูลอ้างอิงจาก CoinMarketCap ตลาดคริปโตจะมีการจัดอันดับเหรียญโดยดูจากมูลค่าตลาดของเหรียญนั้น ๆ ซึ่งข้อมูลนี้ช่วยให้นักลงทุนสามารถมองเห็นภาพรวมตลาดเพื่อนำมาเป็นแนวทางในการประกอบการตัดสินใจได้เป็นอย่างดี     อันดับ 1  Bitcoin (BTC) • มูลค่าตลาด: มากกว่า 846,000 ล้านดอลลาร์   สร้างขึ้นในปี 2009 โดยบุคคลที่ใช้นามแฝง Satoshi Nakamoto Bitcoin (BTC) เป็นสกุลเงินดิจิตอลดั้งเดิมเช่นเดียวกับคริปโตเคอร์เรนซีส่วนใหญ่ที่มีอยู่    Bitcoin (BTC) ทำงานบน blockchain หรือธุรกรรมการบันทึกบัญชีแยกประเภทที่กระจายไปทั่วเครือข่ายของคอมพิวเตอร์หลายพันเครื่อง เนื่องจากการเพิ่มในบัญชีแยกประเภทต้องได้รับการตรวจสอบโดยการไขปริศนาการเข้ารหัส ซึ่งเป็นกระบวนการที่เรียกว่าการพิสูจน์การทำงาน Bitcoin จะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยและปลอดภัยจากมิจฉาชีพ   ราคาของ Bitcoin พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากความนิยม จนกลายมาเป็นชื่อที่ใช้เรียกสื่อถึงเหรียญคริปโต โดยในเดือนพฤษภาคม 2559 คุณสามารถซื้อ Bitcoin ได้ในราคาประมาณ $500 แต่ณ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565 ราคาของ Bitcoin เดียวอยู่ที่  $43,000 เป็นการเติบโตอย่างมาก ประมาณ 8,500%     อันดับ 2. Ethereum (ETH) • มูลค่าตลาด: มากกว่า 361,000 ล้านดอลลาร์   ทั้งคริปโตเคอเรนซีและแพลตฟอร์มบล็อคเชน Ethereum เป็นที่ชื่นชอบของนักพัฒนาโปรแกรมเนื่องจากเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีศักยภาพ เช่น สัญญาอัจฉริยะที่ดำเนินการโดยอัตโนมัติเมื่อตรงตามเงื่อนไขและเป็นโทเค็น Non-fungible token (NFT)  ที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ และมีลักษณะเฉพาะตัวของคริปโตเคอร์เรนซี่ที่ไม่สามารถทดแทนได้   Ethereum มีการเติบโตอย่างมาก โดยตั้งแต่เดือนเมษายน 2559 ถึงมีนาคม2565 ราคาของมันเพิ่มขึ้นจากประมาณ  $11 เป็นมากกว่า  $2,900 เพิ่มขึ้นเกือบ 26,260%     อันดับ 3. Tether (USDT) • มูลค่าตลาด: มากกว่า 79,000 ล้านดอลลาร์   แตกต่างจากรูปแบบอื่น ๆ ของสกุลเงินดิจิทัล Tether เป็นเหรียญที่มีความเสถียรภาพ ซึ่งหมายความว่าได้รับการสนับสนุนจากสกุลเงิน fiat เช่น ดอลลาร์สหรัฐและยูโร และคงมูลค่าไว้เท่ากับหนึ่งในสกุลเงินเหล่านั้นตามสมมุติฐาน ในทางทฤษฎี หมายความว่ามูลค่าของ Tether ควรจะมีความสอดคล้องกันมากกว่าคริปโตอื่น ๆ และเป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนที่เฝ้าระวังความผันผวนที่รุนแรงของเหรียญอื่น ๆ     อันดับ 4. Binance Coin (BNB) • มูลค่าตลาด: มากกว่า 68,000 ล้านดอลลาร์   Binance Coin เป็นสกุลเงินดิจิทัลรูปแบบหนึ่งที่คุณสามารถใช้เพื่อซื้อขายและชำระค่าธรรมเนียมใน Binance ซึ่งเป็นหนึ่งในการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีที่ใหญ่ที่สุดในโลก นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2560 Binance Coin ในอดีตเพียงแค่อำนวยความสะดวกในการซื้อขายบนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนของ Binance แต่ตอนนี้สามารถใช้สำหรับการซื้อขาย ดำเนินการชำระเงิน หรือแม้แต่จองการเดินทาง นอกจากนี้ยังสามารถซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดิจิตอลรูปแบบอื่น ๆ เช่น Ethereum หรือ Bitcoin   ราคาในปี 2560 อยู่ที่ $0.10; เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565 ได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ  $406 หรือประมาณ 405,900%     อันดับ 5. U.S. Dollar Coin (USDC) • มูลค่าตลาด: มากกว่า 53,000 ล้านดอลลาร์   เช่นเดียวกับ Tether USD Coin (USDC) เป็น Stablecoin ซึ่งหมายความว่าได้รับการสนับสนุนจากดอลลาร์สหรัฐฯ และตั้งเป้าไว้ที่อัตราส่วน 1 USD ต่อ 1 USDC USDC ขับเคลื่อนโดย Ethereum และคุณสามารถใช้ USD Coin เพื่อทำธุรกรรมทั่วโลกได้     อันดับ 6. XRP (XRP) • มูลค่าตลาด: มากกว่า 37,000 ล้านดอลลาร์   สร้างขึ้นโดยผู้ก่อตั้งรายเดียวกันกับ Ripple ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการประมวลผลการชำระเงิน สามารถใช้ XRP บนเครือข่ายนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินประเภทต่างๆ รวมถึงสกุลเงิน fiat และสกุลเงินดิจิตอลที่สำคัญอื่นๆ   เมื่อต้นปี 2560 ราคาของ XRP อยู่ที่  $0.006 ณ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565 ราคาอยู่ที่  $0.77 ซึ่งเท่ากับเพิ่มขึ้นมากกว่า 12,733%     อันดับ 7. Terra (LUNA) • มูลค่าตลาด: มากกว่า 34,000 ล้านดอลลาร์   Terra หรือ LUNA เป็นโทเคนและเป็นแพลตฟอร์ม Dual-Token ที่มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาสำหรับเหรียญ Stablecoin ชั้นนำภายในกลุ่มสกุลเงินดิจิทัลต่าง ๆ โดยโทเคนสองโทเคนที่ขับเคลื่อนบนเครือข่ายคือ โทเคน LUNA ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัล และ Terra USD (UST) ซึ่งเป็น Stablecoin บน Ethereum Blockchain   Terra Stablecoin และ Luna ทำงานร่วมกันตามอุปสงค์และอุปทาน: เมื่อราคาของ Stablecoin สูงขึ้นเหนือมูลค่าของสกุลเงินที่ผูกไว้ ผู้ใช้จะได้รับแรงจูงใจให้เบิร์น Luna เพื่อสร้าง Terra Stablecoin ให้มากขึ้น ในทำนองเดียวกัน เมื่อมูลค่าของมันลดลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก สิ่งนี้จะกระตุ้นให้ผู้ใช้เบิร์น Terra Stablecoins เพื่อสร้าง Luna ให้มากขึ้น เมื่อมีการใช้แพลตฟอร์ม Terra เพิ่มขึ้น คุณค่าของ Luna ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน   ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2564 ราคาอยู่ที่  $0.64 Luna ได้เพิ่มขึ้นเกือบ 14,426% เป็น  $92.97 ในเดือนมีนาคมปี 2565     อันดับ 8. Solana (SOL) • มูลค่าตลาด: มากกว่า 33,000 ล้านดอลลาร์ SOL คือ เหรียญในสาย DeFi ที่ก่อตั้งขึ้นมาในเดือนมีนาคม 2017 โดยมูลนิธิ Solana ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ การทำงานของ Solana ก็คือเป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนที่เข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องของความเร็วในการทำธุรกรรมตลอดจนค่าธรรมเนียมที่แพงโดยมีนวัตรกรรมที่เรียกว่า Proof-of-History ซึ่งจะคอยตรวจสอบและยืนยันการทำธุรกรรมด้วยการใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตจึงไม่จำเป็นต้องใช้คนในแพลตฟอร์มหรือว่า Node มาช่วยยืนยันการทำธุรกรรม ทำให้ SOL สามารถรองรับการใช้งานด้วยความเร็วถึง 50,000 ธุรกรรม/วินาที   เปิดตัวในปี 2020 ราคาของ SOL เริ่มต้นที่  $0.77  เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565 ราคาของมันอยู่ที่ประมาณ 100 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 13,000%     อันดับ 9. Cardano (ADA) • มูลค่าตลาด: มากกว่า 33,000 ล้านดอลลาร์   Cardano หรือ ADA คือเครือข่ายบล็อกเชนรูปแบบหนึ่ง โดยเครือข่ายดังกล่าวจะมีเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี Cardano หรือ ADA ไว้ใช้เป็นค่าธรรมเนียม (Gas) ในการทำธุรกรรม เฉกเช่นเดียวกับเครือข่ายอย่าง Ethereum, Binance Smart Chain, Solana และเครือข่ายอื่นๆ อีกมากมายบนโลกคริปโตเคอร์เรนซี   Cardano ถูกจับตามองว่าเป็นคู่แข่งสำคัญของ Ethereum โดยมีการเปรียบเทียบว่า Cardano ก็คือ Ethereum ในฉบับที่พัฒนาแล้ว โดยระบบการทำงานบล็อกเชนของ Cardano นั้นสามารถประมวลผลและรองรับการทำธุรกรรมได้มากกว่า รวดเร็วกว่า และค่าธรรมเนียมถูกกว่า Ethereum อีกด้วย   โทเค็น ADA ของ Cardano มีการเติบโตค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีหลักอื่นๆ ในปี 2560 ราคาของ ADA อยู่ที่ $0.02 ณ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565 ราคาอยู่ที่  $0.92  เพิ่มขึ้น 4,500%     อันดับ 10. Avalanche (AVAX) • มูลค่าตลาด: มากกว่า 22,000 ล้านดอลลาร์   Avalanche กำลังดึงดูดความสนใจของนักลงทุนคริปโตหลายพันคนในตลาดที่มีความผันผวนสูงในขณะนี้ เปิดตัวในปี 2020 แต่ครองตำแหน่งสิบอันดับแรกของคริปโตในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีทั่วโลก เป็นหนึ่งในคริปโตเคอร์เรนซีที่เติบโตเร็วที่สุดสำหรับความสามารถในการปรับขนาด ความเร็วสูง และความเข้ากันได้ของเครือข่าย blockchain เป็นที่รู้จักสำหรับการประมวลผลมากกว่า 6,500 ธุรกรรมต่อวินาทีอย่างมีประสิทธิภาพ   ระหว่างเดือนสิงหาคม 2020 ถึง มีนาคม 2565 ราคาของมันเพิ่มขึ้นประมาณ 1,876% จาก 4.11 ดอลลาร์เป็น 81.22 ดอลลาร์   *มูลค่าตลาดและราคา ณ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565     สรุป ตลาดคริปโตเคอเรนซี่กลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักลงทุนที่ชอบท้าทายความเสี่ยงในการการลงทุนและไม่เกรงกลัวการขาดทุนนั้นเอง เพราะถึงแม้การลงทุนในตลาดคริปโตเคอเรนซี่นั้นจะมีความเสี่ยงมาก แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงมากเช่นเดียวกัน   การลงทุนทุกประเภทย่อมมีความเสี่ยง ดังนั้นนักลงทุนจึงควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ก็จะช่วยลดความเสี่ยงนั้นลง แต่การลงทุนในหุ้นหรือคริปโตจะแตกต่างจากการลงทุนในการรับซื้อฝากกับ SMARTFINN ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าและมีผลตอบแทนที่มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการนำเงินไปฝากธนาคาร โดยให้ผลตอบแทนสูงถึง 9%-12% ต่อปี และมีหลักทรัพย์เป็น อสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูงค้ำประกัน มีบริการดูแลและให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญตลอดระยะสัญญา   ดังนั้นเพื่อลดความเสี่ยง และเพิ่มผลตอบแทนในการลงทุน จึงขอสนับสนุนนักลงทุนทุกท่านให้ลองศึกษาประเภทหรือรูปแบบและผลตอบแทน ตลอดจนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ก่อนการลงทุน   ข้อมูลอ้างอิง Coinmarketcap       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

6 อาชญากรรมออนไลน์ที่คนไทยตกเป็นเหยื่อมากที่สุด

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลอาชญากรรมออนไลน์ที่คนไทยมักถูกหลอกมากที่สุด   สแกม (Scam) คือ ลักษณะการหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยมีจุดประสงค์คือการหลอกเอาเงินจากผู้เสียหาย โดยใช้ความรัก ความโลภ หรือความกลัวทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและสูญเสียทรัพย์สิน   1. การหลอกลวงผ่านอีเมล (Email scam) มักมาในรูปแบบข้อความหรืออีเมลแสดงความยินดีคุณถูกรางวัล หรือคุณได้รับเงิน แล้วตามการเชิญชวนให้กดลิงก์ เพื่อไปหน้าเว็บไซต์ปลอมที่มิจฉาชีพออกแบบไว้ให้ผู้เสียหายกรอกข้อมูลส่วนตัว วิธีป้องกัน : ควรตรวจสอบที่มาของเบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมลว่ามีที่มาที่น่าเชื่อถือสามารถหรือไม่ก่อนคลิกลิงก์   2. การหลอกลวงขายสินค้า (Sales scam) การหลอกลวงขายสินค้าหลากหลายประเภททางออนไลน์ หลังจากผู้เสียหายชำระเงินแล้วไม่มีการจัดส่งสินค้าจริง และยังบล็อกหรือลบช่องทางการติดต่อผู้เสียหายออกไป ในหลายรายมักแสดงความโปร่งใสด้วยการวางบัตรประชาชนเพื่อหลอกให้ผู้เสียหายเชื่อใจ แล้วโอนเงินมัดจำให้ วิธีป้องกัน : การซื้อสินค้าควรเลือกรับชำระเงินแบบปลายทางหรือนัดรับสินค้าแบบเจอหน้ากันทั้งผู้ขายและผู้ซื้อเพื่อความปลอดภัยของทรัพย์สิน หรือหากมีความจำเป็นให้ตรวจสอบชื่อผู้ขายว่าตรงกับเลขบัตรประชาชนหรือไม่และนำไปตรวจสอบในเว็บไซต์เช็ครายชื่อคนโกง www.blacklistseller.com เพื่อตรวจสอบประวัติการโกงเบื้องต้น   3. การหลอกรักออนไลน์ (Romance Scam) มิจฉาชีพมักสร้างโปรไฟล์ที่ดูดี มีฐานะดูน่าเชื่อถือได้ เข้ามาทักทาย พูดคุยและตีสนิท ให้ผู้เสียหายหลงรักและเชื่อใจจนขาดสติ หลงโอนเงินหรือทรัพย์สินอื่นๆให้ วิธีป้องกัน : ก่อนโอนเงินให้บุคคลที่ไม่คุ้นเคยหรือรู้จักจากช่องทางออนไลน์ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อน   4. การหลอกลวงลงทุน (Hybrid Scam) มิจฉาชีพจะมาในรูปแบบของนักธุรกิจ มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย เชิญชวนผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนหรือทำธุรกิจด้วยกัน โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง นอกจากนี้อาจมีการเตรียมการมีรายการหรือตัวอย่างรายได้ให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินหรือทรัพย์สินให้ วิธีป้องกัน : ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่ดูแลธุรกิจนั้นๆ หรือค้นคว้ารูปแบบการเชิญชวนจากอินเตอร์เน็ตที่อาจเคยมีหลายคนแชร์ประสบการณ์ไว้   5. การหลอกลวงด้วยการโทรศัพท์โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Vishing Phishing) แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะพยายามสร้างสถานการณ์ให้ผู้เสียหายตกใจกลัว สวมบทเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานต่างๆ อ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนร่วมในการทำสิ่งผิดกฎหมาย  วิธีป้องกัน : หากบริสุทธิ์ใจและมั่นใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้สอบถามข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วน และขอวางสายก่อนเพื่อตรวจสอบข้อมูลจริงเท็จอีกครั้ง   6. การหลอกให้ลงทุนแชร์ลูกโซ่ (Ponzi scheme) มักจะมาทั้งในรูปแบบของแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ ที่หลอกชักชวนให้ร่วมลงทุนหลากหลายธุรกิจทั้งการเกษตร ทองคำ น้ำมัน เทคโนโลยี มักอ้างว่าจะมีผลกำไรตอบแทนที่สูงในระยะเวลาสั้น ๆ   การดำเนินการหากถูกละเมิด หากรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง ซึ่งมีการโอนเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ผู้เสียหายจัดเก็บหลักฐานได้แก่ รายละเอียดการโอนเงิน เช่น เลขบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี สาขาที่โอน หรือรูปแบบการโอนเงินอื่นๆ ที่มีหลักฐานการโอน ข้อมูลหัวอีเมล หรือข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ใดๆ ทีมีการติดต่อสื่อสารกับผู้กระทำความผิด รวบรวมข้อมูลตามข้อ 1. และ 2. แจ้งสถานีตำรวจใกล้ที่เกิดเหตุ โดยการแจ้งนั้น หากเป็นกรณีการส่งอีเมลและวิธีการใดๆ ทางคอมพิวเตอร์ ให้ระบุว่าเป็นการถูกหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตอันทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม   สำหรับผู้ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องชั่วคราว หรือต้องการลดภาระหนี้ สามารถนำทรัพย์สินมาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ (Smartfinn) ได้ สมาร์ทฟินน์ คือ ช่องทางการขายฝากแบบใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ในอัตราดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงกับสถาบันการเงิน     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ร้านค้าคนละครึ่ง ควรยื่นภาษีอย่างไร?

สิ้นสุดปี 2564 ด้วยโครงการคนละครึ่งเฟส 1-3 ถึงเวลาที่พ่อค้า-แม่ค้าต้องยื่นชำระภาษีจากรายได้ที่ได้รับจากโครงการคนละครึ่ง ซึ่งหลักการคำนวณภาษีคือการนำรายได้ที่ได้รับมาหักค่าใช้จ่ายตามจริง เพื่อให้ได้จำนวนเงินได้สุทธิว่าอยู่ในอัตราที่ต้องชำระภาษีเป็นจำนวนเท่าใด วันนี้สมาร์ทฟินน์ขอแบ่งปันแนวทางการยื่นภาษีสำหรับพ่อค้า-แม่ค้านะคะ   รายได้ที่ถูกนำมาคำนวณภาษี หมายถึง รายได้ทุกช่องทางตั้งแต่ เงินได้ที่ลูกค้าชำระผ่านแอปถุงเงิน เงินได้สนับสนุนจากภาครัฐ(คนละครึ่ง) รวมทั้งรายได้อื่นๆ เช่น รายได้จากเงินสดที่ได้จากการขายสินค้าและบริการ รวมถึงรายได้ประเภทเงินเดือน ค่านายหน้า ค่าเช่า ดอกเบี้ย ค่าวิชาชีพ ทุกประเภท   การชำระภาษีที่พ่อค้า-แม่ค้าต้องรู้ ภาษีครึ่งปี [นำเงินได้ตามมาตรา 40(5) - รายจ่ายตามจริง] คำนวณรายได้ตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายนของปีที่มีรายได้ โดยยื่นแบบภาษีประเภท ภ.ง.ด.94 ได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม - กันยายนของปีที่มีรายได้ และถึง 8 ตุลาคมสำหรับการยื่นแบบผ่านอินเตอร์เน็ต   ภาษีสิ้นปี [นำเงินได้ตามมาตรา 40(1) - รายจ่ายตามจริง] คำนวณรายได้ตั้งแต่เดือนมกราคม - ธันวาคมของปีที่มีรายได้ โดยยื่นแบบภาษีประเภท ภ.ง.ด.90 ได้ตั้งแต่เดือนมกราคม - มีนาคมของปีถัดไป และถึง 8 เมษายนสำหรับการยื่นแบบผ่านอินเตอร์เน็ต   ภาษีมูลค่าเพิ่ม - สำหรับร้านค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปีภาษี หรือ วันที่มีรายได้ถึง 1.8 ล้านบาท มีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.01) ก่อนวันเริ่มประกอบกิจการ หรือภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มี รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี - สำหรับร้านค้าที่มีการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ก่อนแล้ว ให้นำยอดขายในแต่ละเดือนภาษีมายื่นรายการตามแบบ ภ.พ.30 *ต้องยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นรายเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป และวันที่ 23 ของเดือนถัดไปกรณียื่นแบบผ่านอินเตอร์เน็ต   หลังจากคำนวณรายได้และหักค่าใช้จ่ายตามจริง ให้นำเงินสุทธิที่ได้ตรวจสอบอัตราภาษีที่ต้องชำระ ตามเกณฑ์ขั้นบันไดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพื่อคำนวณภาษีที่ต้องนำส่งสรรพากรตามระยะเวลาที่กำหนด     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

Alibaba DAMO Academy คาดการณ์ 10 เทรนด์เทคโนโลยีพุ่งแรงปี 2022

Alibaba DAMO Academy คาดการณ์ 10 เทรนด์เทคโนโลยีพุ่งแรงปี 2022   Alibaba DAMO Academy (DAMO) คือ สถาบันเพื่อการวิจัยด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ระดับโลกของ อาลีบาบา กรุ๊ป นำเสนอการคาดการณ์แนวโน้มสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี   โดยคาดการณ์ 10 อันดับเทคโนโลยีที่สำคัญที่จะเกิดขึ้นใน 2-5 ปีข้างหน้า ซึ่งคาดการณ์จากการวิเคราะห์เอกสารที่ตีพิมพ์เผยแพร่สู่สาธารณะ การยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตรในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และการสัมภาษณ์นักวิทยาศาสตร์เกือบ 100 คน และคาดว่าเราจะได้เห็นการพัฒนาที่ก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมทุกภาคส่วนในวงกว้าง   1. การผสมผสานระหว่างคลาวด์-เครือข่าย-อุปกรณ์ การพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีที่เป็นระบบเครือข่ายใหม่ๆ จะขับเคลื่อนวิวัฒนาการของคลาวด์คอมพิวติ้งไปสู่ระบบการประมวลผลแบบใหม่ที่มีการรวมระบบคลาวด์-เครือข่ายและอุปกรณ์เข้าไว้ด้วยกัน   2. AI กับการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ จะมีการนำ AI ไปใช้อย่างกว้างขวางในกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์-ประยุกต์ และเพื่อผลิตเครื่องมือวิทยาศาสตร์พื้นฐานบางประเภท   3. ชิปซิลิคอนที่ส่งข้อมูลด้วยแสง จะมีการใช้ชิปซิลิคอนโฟโตนิคอย่างแพร่หลาย เพื่อการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงใน Data Center ขนาดใหญ่   4. AI กับพลังงานหมุนเวียน จะมีการนำ AI ไปใช้เพื่อปูทางไปสู่การรวมแหล่งพลังงานหมุนเวียนเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้า ตลอดจนมีส่วนสนับสนุนทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเชื่อถือได้   5. การรักษาแบบแม่นยำและจำเพาะสูง การแพทย์ที่มีความแม่นยำสูงและเน้นผู้รับการรักษาเป็นศูนย์กลาง จะเป็นแนวโน้มสำคัญที่ขยายขอบเขตของการดูแลสุขภาพด้านต่างๆ เช่น การป้องกัน การวินิจฉัย และการรักษาโรค   6. การประมวลผลแบบรักษาความเป็นส่วนตัว มีการปรับปรุงประสิทธิภาพ และความสามารถในการเข้าใจการประมวลผลแบบปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล และจะมีหน่วยงานด้านข้อมูลที่เชื่อถือได้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใช้เทคโนโลยีเป็นหลักในการให้บริการแบ่งปันข้อมูลต่าง ๆ   7. เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง - XR จะมีแว่นตา XR รุ่นใหม่ที่มีรูปลักษณ์และให้ความรู้สึกที่ไม่ผิดเพี้ยนไปจากแว่นสายตาทั่วไปออกสู่ตลาด และจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสู่อินเทอร์เน็ตในยุคต่อไป   8. เทคโนโลยีหุ่นยนต์นิ่ม จะมีการนำหุ่นยนต์นิ่มที่มีเซ็นเซอร์ อัลกอริทึมในการรับรู้ มีโครงสร้างอ่อน และมีข้อต่อที่ยืดหยุ่น มาใช้แทนที่หุ่นยนด์ทั่วไปในอุตสาหกรรมการผลิตเป็นการปูทางไปสู่การใช้เป็นหุ่นยนต์ในงานบริการในชีวิตประจำวันมากขึ้น *หุ่นยนต์นิ่ม เป็นการพัฒนาหุ่นยนต์ให้เคลื่อนไหวได้ เหมือนร่างกายของสิ่งมีชีวิต ด้วยการใช้วัสดุน้ำหนักเบา และยืดหยุ่น ช่วยลดอุปสรรคจากหุ่นยนต์แบบเดิม ที่มีน้ำหนักมาก เคลื่อนย้าย และติดตั้งยาก   9. การประมวลผลแบบบูรณาการผ่านดาวเทียมและภาคพื้นดิน - STC ดาวเทียมและระบบภาคพื้นดินจะทำงานร่วมกันเป็นโหนดการประมวลผลเพื่อสร้างระบบเครือข่ายแบบครบวงจรที่ให้การเชื่อมต่อทั่วทุกพื้นที่   10. วิวัฒนาการร่วมของโมเดล AI ขนาดใหญ่และขนาดเล็ก AI ในอนาคตกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านการปรับขนาดการทำงานของโมเดลพื้นฐาน ไปสู่การพัฒนาร่วมกันของโมเดลขนาดใหญ่และเล็ก ผ่านคลาวด์ เอดจ์ และอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งมีประโยชน์มากขึ้นในทางปฏิบัติ   จะเห็นได้ว่า AI ถือเป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีในอนาคตมากมาย ที่สามารถทำไปพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ของโลก และอาจเปลี่ยนวิถีการทำงานของผู้คนไปอย่างสิ้นเชิง   ขอขอบคุณที่มา : ฐานเศรษฐกิจ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

5 เทรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์ปี 2022 ธุรกิจสะดวกซื้อมาแรง

5 เทรนด์ธุรกิจแฟรนไชส์ปี 2022 ธุรกิจสะดวกซื้อมาแรง   สำหรับใครที่กำลังมองหาการลงทุนในธุรกิจ ธุรกิจแฟรนไชส์ ก็นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะขนาดการลงทุนมีตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลายสิบล้านบาท แต่ก่อนที่คิดจะลงทุน จะต้องศึกษาข้อมูลการลงทุนให้ถี่ถ้วนก่อน และที่สำคัญคือจับกระแสการลงทุนในอนาคตให้ได้  โดยในปี 2022 เทรนด์แฟรนไชส์ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคนั้นก็จะเน้นที่ "ความสะดวก" เป็นหลัก ซึ่งมีดังนี้   ธุรกิจสะดวกซื้อ ในช่วงการแพร่ระบาดของ โควิด-19 แฟรนไชส์ค้าปลีกไม่ค่อยได้รับผลกระทบเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่มีสาขาอยู่ตามแหล่งชุมชนที่พักอาศัย ทั้งยังมีบริการขายออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงและเลือกซื้อได้ตลอดเวลา   ธุรกิจสะดวกซัก / สะดวกล้าง ธุรกิจบริการซักอบรีด คาร์แคร์ และบริการตู้หยอดเหรียญต่าง ๆ เป็นอีกกลุ่มที่มีโอกาสเติบโต เพราะคนต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ในช่วงเวลาที่เร่งรีบ อีกทั้งผู้ประกอบการยังสามารถตั้งสาขาได้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคโดยเฉพาะในชุมชนได้ง่าย   ธุรกิจสะดวกรับประทาน แฟรนไชส์ร้านอาหารขนาดเล็กจะขยายธุรกิจได้รวดเร็ว และยังมีการปรับโมเดลร้านให้ใช้พื้นที่น้อยลง เงินลงทุนต่ำ และมีรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งสตรีทฟู๊ด คีออส ซึ่งมีความเป็น Self-Service มากขึ้น    ธุรกิจสะดวกส่ง งานบริการด้านโลจิสติกส์ รวมถึงเดลิเวอรี่ เป็นกลุ่มที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคในยุค New Normal เพราะคนหันมาซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์และสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่มากขึ้น   ธุรกิจสะดวกเรียน ธุรกิจเกี่ยวกับการศึกษาออนไลน์เข้ามามีบทบาทมากในช่วงที่มีการระบาดโควิด-19 เพราะมีคำสั่งให้นักเรียนเรียนผ่านออนไลน์อยู่ที่บ้าน ซึ่งกลุ่มนี้มีโอกาสเติบโตได้หลังจากผ่านยุคโควิดไปแล้ว   สำหรับคนที่กำลังมองหาธุรกิจแฟรนไชส์น่าลงทุน ก็ลองหาเทรนด์หรือธุรกิจที่คุณมีความสนใจเป็นพิเศษ หรือเหมาะสมกับเงินลงทุนของคุณ แต่ผู้ลงทุนเองก็ต้องใช้กลยุทธ์การตลาดด้านต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นด้วย     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

6 อาการกลัวตกกระแส หรือ FOMO เช็กสักนิด คุณมีอาการหรือเปล่า?

ทุกวันนี้การตามเทรนด์ที่เข้ามา ดูเหมือนจะเป็นพฤติกรรมปกติในยุคโซเชียลมีเดีย แต่อันที่จริงทางการแพทย์ถือว่าพฤติกรรมนี้มีความผิดปกติ และสามารถส่งผลกระทบต่อจิตใจ บุคลิกภาพ และสุขภาพร่างกายได้ ซึ่งอาการที่ว่าคืออาการ โฟโม (Fear Of Missing Out : FOMO) นั่นเอง   อาการกลัวตกกระแส : โฟโม (Fear Of Missing Out : FOMO) อาการ FOMO คือ อาการของคนที่กลัวการตกข่าว กลัวตกเทรนด์ รวมถึงกลัวการไม่เป็นที่ยอมรับ และมีความอยากเป็นคนสำคัญ จึงต้องติดตามข่าวสาร เช็กกระแสต่างๆ เพื่อที่จะแชร์สิ่งที่รู้มาออกไปเป็นคนแรกๆ   คนเป็นโฟโม (FOMO) มีอาการแบบไหน? นอกจากจะต้องการติดตามข่าวสารสถานการณ์ต่างๆ ตลอดเวลา คนมีอาการโฟโมยังจะมีความเครียดมากกว่าปกติเมื่อตัวเองเกิดพลาดตกข่าวอะไรซักอย่างไป หรือแชร์โพสต์แล้วมีจำนวนคนกดไลค์เพียงน้อยนิด   อาการโฟโม เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย และส่วนใหญ่แล้ว คนมีอาการโฟโมมักจะไม่รู้ตัวเอง ส่งผลให้อาการย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เพราะไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม   พฤติกรรมที่เข้าข่ายโฟโม (FOMO)  หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน เมื่อไม่ได้เช็กโทรศัพท์ หรือไม่ได้เข้าโซเชียล กลัวที่จะรู้ข่าวช้ากว่าคนอื่น ติดการใช้ Facebook Instagram และ Twitter ใช้เวลาอยู่กับสมาร์ทโฟนมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน อัปเดตและแชร์เรื่องราวของตัวเองบนโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง รู้สึกแย่เมื่อเห็นเพื่อนๆ ออกไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมโดยที่ไม่ได้ไปด้วย เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ตลอดเวลา และรู้สึกด้อยค่าเมื่อเห็นคนอื่นได้เที่ยว กินดี หรือได้เช็กอินในสถานที่ฮิต   โฟโม (FOMO) ส่งผลกระทบอะไรบ้าง? ส่งผลต่อบุคลิกภาพ กลายเป็นคนที่ก้มดูโทรศัพท์ตลอดเวลา รับฟังคนอื่นน้อยลง และเสียโอกาสการพัฒนาตัวเองในด้านอื่นๆ ทำให้สภาพร่างกายย่ำแย่ นอนน้อย นอนไม่หลับ สายตาเสียจากแสงสีฟ้า ทำให้เป็นโรคหลงตัวเอง จากการได้ยอดไลค์ยอดแชร์จำนวนมาก อารมณ์ร้อนง่าย เมื่อมีคนไม่เห็นด้วยหรือโดนตำหนิ และจะรู้สึกโกรธแค้นมากกว่าที่จะคิดทบทวนกับตัวเอง อาจส่งผลลุกลามไปถึงการเป็นโรคซึมเศร้า จากการเปรียบเทียบวิถีชีวิต ไลฟ์สไตล์ มักคิดว่าตัวเองไม่ดีพอ เมื่อไม่มีเหมือนคนอื่นเขา   เช็กแล้วว่าเป็นโฟโม (FOMO) แก้ยังไงดี? เมื่อเช็กอาการแล้วว่าตัวเองหรือคนรอบข้างมีพฤติกรรมติดสมาร์ทโฟน หรือมีอาการโฟโมควรรีบแก้ไข ดังนี้   ยอมรับว่าตัวเองมีอาการโฟโม เมื่อยอมรับได้ ก็จะเกิดการเปิดใจและยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลองปิดโทรศัพท์ในวันเสาร์-อาทิตย์ แล้วใช้เวลากับงานอดิเรกอื่นๆ ออกจากแชทและโซเชียล แล้วไปเที่ยวกับเพื่อน หรือไปทานข้าวกับครอบครัวในโลกความจริง ใช้ชีวิตให้ช้าลง หัดมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ รอบตัว หรือความสำเร็จเล็กๆ ที่ตัวเองทำได้ ปรับความคิด ยินดีที่เพื่อนประสบความสำเร็จ หรือมีความสุข แทนที่จะรู้สึกหงุดหงิด   การรักษาอาการโฟโมนั้น ขึ้นอยู่กับการปรับทัศนคติและพฤติกรรมเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ใครที่เช็กแล้วว่าตัวเองเป็นโฟโม ก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนที่ละนิด หรือหากมีคนรอบข้างที่เป็นโฟโม ก็ควรให้กำลังใจ และลองชวนเขาออกไปทำนู่นทำนี่ จะช่วยให้ไม่เครียด และหายจากอาการโฟโมได้     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

5 เทรนด์ Cryptocurrency ปี 2022

5 เทรนด์ Cryptocurrency ปี 2022   การเติบโตเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ดิจิทัล Cryptocurrency จะยังต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า ดังนั้นจึงรวบรวมเทรนด์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2022 ในแวดวงนี้มาฝากกัน   1. ราคา Bitcoin และ Altcoins ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่รุนแรงและอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น คนที่อยู่ในแวดวงคริปโตต่างก็มองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะได้เห็นอนาคต Bitcoin และเหรียญ Crypto อื่น ๆ ราคาพุ่งไปถึงจุดหมายได้ในปี 2022   2. กฎระเบียบ Cryptocurrency ถือเป็นปีแห่งการพิจารณากฎระเบียบของสกุลเงินดิจิทัลปี 2022 เพราะในปีนี้สกุลเงินดิจิทัลจำนวนมากยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงเป็นตัวชี้วัดได้ด้วยว่าหน่วยงานกำกับดูแลเริ่มทำความเข้าใจและยอมรับในสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น และแน่นอนว่าในปีนี้มีเรื่องของภาษี Cryptocurrency สินทรัพย์ดิจิทัล ที่หากใครมีกำไรหรือมีผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ร้อยละ 15 ของกำไรด้วย และบุคคลที่มีเงินได้จากการซื้อขายคริปโตฯ จะต้องยื่นแบบแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเงินได้จากกรณีดังกล่าวเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนํามารวมคํานวณเพื่อเสียภาษีด้วย  ** ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด   3. NFT ยังน่าสนใจ ในปีนี้ Non-Fungible Tokens (NFTs) ได้เป็นหัวข้อที่ร้อนแรงในโลกบล็อคเชน ซึ่งมันได้ช่วยให้ผู้คนสามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์ในโลกเสมือนจริงที่ซ้อนทับอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริงได้ ดังนั้นหลายคนจึงคาดการณ์ว่าแนวโน้มของ NFT จะยังคงไม่หายไปในปี 2022 ด้วย   4. เกม Play to earn จะกลายเป็นที่ต้องการ Axie Infinity , Splinterlands , Decentralands และ The Sandbox เป็นตัวอย่างของเกม Play to earn ที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงให้กับระบบนิเวศ DeFi และ NFT จะมีความสำคัญมากขึ้น นักเล่นเกมรุ่นใหม่จะสามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์ได้จากภายในเกมและแลกเปลี่ยนกับตลาดรองได้ผ่านเครือข่ายบล็อกเชน ระบบนิเวศทั้งหมดนี้คาดว่าจะได้เห็นความเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีหน้าและจะได้รับการชื่นชมในวงกว้าง   5. การปรับใช้สัญญา Smart contract  นับตั้งแต่การเป็นเจ้าของ NFT ไปจนถึงสัญญา Smart contract เครือข่าย Ethereum ล้วนถูกนำมาปรับใช้ในแอปพลิเคชันที่หลากหลาย และคาดว่าเครือข่ายสัญญา Smart contract อย่างเช่น Ethereum และ Solana จะยิ่งเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อขับเคลื่อนการปรับขนาดและเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกรรมในอนาคต   ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี พัฒนาการของมนุษย์เราและโลกที่เปลี่ยนไป ทำให้เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นได้หลายอย่าง เช่นเดียวกับ Cryptocurrency ที่ปัจจุบันหลายคนเริ่มเปิดใจยอมรับมากขึ้น และคาดว่าจะมีจำนวนผู้ใช้คริปโตฯ พุ่งขึ้นถึงพันล้านในปีนี้ คริปโตฯ จะกลายมาเป็นทางเลือกของพอร์ตการเงิน ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกก็จะมีมาตรการกฎหมายกฎระเบียบคอยดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลนี้อย่างชัดเจนมากขึ้น   Smartfinn ช่องทางลงทุนรับผลตอบแทน 9-12% ต่อปี ผ่าน matching platform รับข้อเสนอที่ดีที่สุด มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นทางเลือกในการลงทุนความเสี่ยงต่ำ บริหารงานโดยคนรุ่นใหม่ มืออาชีพ สนใจลงทุนรับซื้อฝากสมัยใหม่ บริหารโดยทีมงานรุ่นใหม่ มืออาชีพกับสมาร์ทฟินน์   ทางเลือกใหม่นักลงทุนเพื่อผลตอบแทน 9-12% ต่อปี สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th สอบถามเพิ่มเติมเพื่อเป็นนักลงทุน 02-937-2289, 089-664-2622  LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

รวมรายชื่อ Antigen Test Kit (ATK) ที่อย.รับรอง

รวมรายชื่อ Antigen Test Kit (ATK) ที่อย.รับรอง (อัพเดต 2 ธันวาคม 2564)   ชุดตรวจการติดเชื้อ COVID-19 ประเภท Rapid Test Antigen หรือ Antigen Test Kit แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (COVID-19 Antigen Test Self-Test Kits) คือ ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่สามารถทดสอบได้ด้วยตนเองเบื้องต้น โดยการทดสอบจะใช้เวลาไม่นานประมาณ 15-30 นาที   ชุดตรวจ ATK สามารถแบ่งออกได้ 2 ชนิดคือ ATK Home use : เป็นชุดตรวจที่สามารถใช้ได้เองตามขั้นตอนจากคู่มือการใช้ซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละยี่ห้อ การใช้งานต้องเน้นย้ำเรื่องความสะอาดเพื่อให้ได้ผลตรวจที่ถูกต้อง ATK Professional use : เป็นชุดตรวจที่ไม่สามารถตรวจได้ด้วยตนเอง ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญหรือเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ใช้ตรวจให้เท่านั้น เนื่องจากไม้ swab จะยาวกว่า และมีปริมาณการบรรจุน้ำยาที่มากกว่า   ข้อดีของชุดตรวจ ATK ราคาไม่แพง สามารถหาซื้อได้ง่าย ทราบผลได้รวดเร็วเพียง 15-30 นาที สามารถตรวจด้วยตนเองได้ทุกที่ ทุกเวลา   ข้อเสียของชุดตรวจ ATK ความแม่นยำของผลตรวจน้อยกว่าการตรวจแบบ RT-PCR หากพึ่งได้รับเชื้อโควิดมา จะมีในปริมาณที่ต่ำไม่สามารถตรวจพบ ทำให้เกิดผลผิดพลาดได้   ข้อควรระวังในการใช้ชุดตรวจ ATK ชุดตรวจ ATK ต้องได้รับการลงทะเบียนจาก อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) หากมีอาการเสี่ยงติดเชื้อควรตรวจ RT-PCR เพื่อยืนยันมากกว่าใช้ชุดตรวจ ATK หากน้ำยาสกัดเชื้อกระเด็นโดนผิวหนัง หรือเข้าดวงตาให้ล้างทันทีด้วยน้ำสะอาดปริมาณมาก หลังใช้งานให้แยกทิ้งที่ขยะติดเชื้อ   หากผลตรวจเป็นบวก ควรปฏิบัติตัวโดยแยกตนเองออกจากผู้อื่น ติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้านเพื่อทำการกักตัว และเข้ารับดูแลรักษาโดยแพทย์   ปัจจุบันยี่ห้อที่ได้รับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. อนุญาตให้ผลิตและนำเข้าในประเทศไทย ซึ่งอัปเดตล่าสุด (2 ธันวาคม 2564) มีอยู่ 156 ยี่ห้อ     สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา   สำหรับผู้ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องชั่วคราว หรือต้องการลดภาระหนี้ สามารถนำทรัพย์สินมาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ (Smartfinn) ได้ สมาร์ทฟินน์ คือ ช่องทางการขายฝากแบบใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ในอัตราดอกเบี้ยที่ใกล้เคียงกับสถาบันการเงิน      SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

9 ลักษณะของหุ้นส่วนที่ควรปฏิเสธ

9 ลักษณะของหุ้นส่วนที่ควรปฏิเสธ การจะเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเองนั้น หากทำเพียงลำพัง โอกาสประสบความสำเร็จนั้นอาจใช้เวลานานมาก ดังนั้นการมีหุ้นส่วนเพื่อช่วยกันเพิ่มเงินทุน นำความรู้และประสบการณ์มาช่วยกันพัฒนาธุรกิจอย่างมีแบบแผน ย่อมเป็นการดีกว่า แต่ถ้าคุณพบลักษณะบางอย่างของว่าที่หุ้นส่วนเข้า ระยะยาวน่าจะเป็นผลเสียมากกว่าก็เป็นได้ ลองพิจารณาจาก 9 ข้อนี้ดูค่ะ   คุณไม่ต้องการ หุ้นส่วน ที่…พูดมากแต่ไม่เคยจำได้ มีคนอยู่ 3 ประเภทในโลก คือคนที่พูดเก่งและทำงานเก่ง คนที่พูดไม่เก่งแต่ทำงานยอดเยี่ยม และคนที่พูดได้ยอดเยี่ยมแต่ทำงานยอดแย่ คนประเภทสุดท้ายนี้น่าอันตรายที่สุด เพราะจะทำให้คุณเชื่ออย่างสนิทใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างกำลังไปได้ดี และบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เวลาคุณสัมภาษณ์มองหา หุ้นส่วน นอกจากประวัติการทำงานที่คุณกำลังพิจารณาแล้ว อย่าลืมว่าคุณสามารถมองหาข้อมูลเชิงลึกในโลกอินเตอร์เน็ตได้ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าเป็นคนที่คุณกำลังพิจารณาเป็นพิเศษแล้ว ก็ยิ่งต้องดูให้ลึกว่ามีการโพสว่าอย่างไรใน Tweets, LinkedIn ,Facebook, Blog posts และอื่นๆบนเว็บไซต์    คุณไม่ต้องการ หุ้นส่วน ที่…ทำงานไม่สอดคล้องกับคุณ ช่วงเวลาเริ่มต้นของการทำธุรกิจเป็นไปตามแผนงานนั้น เวลาและทรัพยากรเป็นสิ่งที่จะสูญเสียไปไม่ได้ ถ้าหุ้นส่วนของคุณตัดสินใจเรื่องหนึ่งในวันนี้ และตัดสินใจอีกเรื่องในวันถัดมา คุณเริ่มที่จะต้องกังวลใจแน่นอนแต่ถ้าคุณเห็นด้วยและไม่กระทบกับเวลาและทรัพยากรที่ใช้อยู่ก็อาจจไม่มีปัญหา แต่อย่าลืมว่าการทำดำเนินการธุรกิจให้เป็นไปตามแผนงาน คุณจะต้องมุ่งเน้นสิ่งที่ต้องทำตามเป้าหมายเป็นหลัก    คุณไม่ต้องการ หุ้นส่วน ที่…ไม่เป็นมิตรกับผู้อื่น ในโลกใบใหญ่ใบนี้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้จักวิธีติดต่อพูดคุยหรือวิธีการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น ยกตัวอย่างเช่น มีเพื่อนบางคนของดิฉันบอกให้ทราบว่า หุ้นส่วนใหม่ของดิฉันพูดตะโกนในที่สาธารณะ ทำตัวเองจนเป็นที่ตลกของบุคคลทั่วไป ในประเด็นนี้ ถ้าคุณกำลังคาดหวังกับหุ้นส่วนรายใหม่ที่กำลังจะมาร่วมงานของคุณนั้น ไม่สามารถทำให้คนอื่นๆทั่วไปชอบเค้าได้ สุดท้ายก็จะเหลือเพียงคุณคนเดียวอยู่นั่นเอง ถ้าเจอกรณีนี้แนะนำให้หาหุ้นส่วนรายอื่นดีกว่า   คุณไม่ต้องการ หุ้นส่วน ที่…ไม่เป็นที่รักของพนักงาน ไม่จำเป็นที่หุ้นส่วนของคุณจะต้องเป็นที่รักเหมือนดั่งดาราพระเอกหนัง ขอเพียงแค่เข้ากันกับพนักงานทุกคนได้ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี รู้จักฟังและให้ความเคารพกับเพื่อนร่วมงานทุกคน และที่สำคัญจะดีมากถ้ามีการสอบถามความคิดเห็นของพนักงานอยู่เป็นประจำ   คุณไม่ต้องการ หุ้นส่วน ที่…ดูแลหลายๆโครงการในเวลาเดียวกัน มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยากในโลกธุรกิจ ถ้าทักษะความรู้ความสามารถของหุ้นส่วนของคุณนั้นจะมีโอกาสทำงานมากกว่าหนึ่งธุรกิจในช่วงเวลาเดียวกัน คุณต้องการคนที่ช่วยคุณอย่างเต็มเวลามากกว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่น ตัวคุณเองก็เช่นกัน คุณพร้อมกับงานของคุณมากแค่ไหน คุณยุ่งกับเรื่องอื่นมากเกินไปหรือไม่ อย่างไร   คุณไม่ต้องการ หุ้นส่วน ที่…ยึดถือแต่ตัวเองเป็นสำคัญ ทุกๆคนล้วนมีทัศนะคติที่แตกต่างกัน การสร้างทีมงานที่ต้องการการตัดสินใจบางเรื่อง การยึดถือตัวเองเป็นใหญ่ อาจจะก่อให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาด ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจจะลดราคาสินค้าลง เพื่อสร้างฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้น แต่กลยุทธ์นี้ถ้าหุ้นส่วนของคุณกลับมองว่าการขายราคาต่ำกว่ามาตรฐานของบริษัทอาจจะเสียภาพลักษณ์ขององค์กรก็เป็นไปได้ ถ้าเป็นเรื่อง “ทุกอย่าง 50-50” จะไม่มีใครมีอำนาจในการชี้ขาดในเรื่องเหล่านี้   คุณไม่ต้องการ หุ้นส่วน ที่…ทำงานร่วมกันแบบ 50-50 หุ้นส่วนมีอยู่หลายประเภทด้วยกัน บางประเภทเงินมาก่อน “Money Partner” หรือประเภทงานมาก่อน “Working Partner” แต่สินทรัพย์และการบริหารในองค์กรเป็นไปอย่างเท่าเทียมกันในระบบ ในคำว่าเท่าเทียมกันของหุ้นส่วน “Equal Partnership” เป็นการบริหารความเท่าเทียมกันของการเงินการงานและเวลา โดยไม่ต้องสนใจว่าเป็นหุ้นส่วนในรูปแบบใดที่คุณมี ขอเพียงแต่ 50-50 มันไม่ใช่ความคิดที่ดี 60/40 ก็ดีใช้ได้ หรืออาจจะเป็น 52/48 แต่ไม่ควรมี 50-50 ด้วย เพราะตำแหน่งหน้าที่การสั่งการมันเท่าเทียมกัน ถ้าต้องมีการตัดสินใจในการบริหารและบัญชี ใครจะเป็นคนให้คำตัดสินและชี้ขาดได้ และสามารถทำงานร่วมกันได้โดยไม่ต้อง 50-50 ยกตัวอย่างเช่น การแข่งขันทางด้านกีฬาจำเป็นต้องมีกรรมการผู้ชี้ขาดเช่นเดียวกัน    คุณไม่ต้องการ หุ้นส่วน ที่…เห็นด้วยกับทุกสิ่งตลอดเวลา ทุกหัวข้อที่กล่าวมานั้นไม่อันตรายเท่าหัวข้อนี้ ในขณะที่ทำงานอยู่คุณจะไม่มีวันได้เห็นจุดอ่อนของคุณอย่างแน่นอน รู้แต่เพียงว่าคุณคือคนที่สุดยอดของการทำงานเพราะการดำเนินธุรกิจที่ผ่านไม่เคยมีคำโต้แย้งแต่อย่างใดจากหุ้นส่วนของคุณ ทุกๆสิ่งที่คุณทำมันดูเหมือนทำได้ดีมากและเหมาะสมอยู่เสมอ คุณลักษณะหรือสิ่งอื่นๆที่คุณไม่มีเลยนั้น โปรดอย่ามองหาหุ้นส่วนที่มีความรู้ความสามารถเหมือนกับคุณ จงมองหาหุ้นส่วนที่มาเติมเต็มในส่วนที่คุณไม่มี ยกตัวอย่างเช่น คุณมีความสามารถในการสร้างสรรความคิดใหม่ๆ แปลกๆ คุณก็ควรมองหาหุ้นส่วนสักคนที่เก่งในการทำตลาด หรือคุณเก่งในการเป็นนักขาย คุณก็ควรมองหาหุ้นส่วนที่เก่งในการสร้างสินค้า ค่อยๆศึกษาหาหุ้นส่วนที่ดีและเหมาะสมมาร่วมงานกัน สุดท้ายความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นได้    ประวัติการเงินไม่ดี หรือขาดสภาพคล่องอย่างหนัก แม้ว่าเราจะโชคดีได้เจอหุ้นส่วนที่มากความสามารถเพียบพร้อมในหลายๆเรื่อง แต่เรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ การมีประวัติการเงินที่ไม่ดี หรือปัญหาการเงินส่วนตัว อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อใจในการทำงานร่วมกัน อาจพัวพันมาถึงเงินบริษัทฯ ได้   การดำเนินธุรกิจในชีวิตจริง อาจมีหลักเหตุผลในการตัดสินใจที่มากกว่า 9 ข้อที่ได้กล่าวมา ตามแนวทางของแต่ละบุคคล แต่อย่างไรก็ตามหลักการ 9 ข้อที่ได้กล่าวมาก็ถือเป็นข้อดีที่ช่วยคัดกรอง และศึกษาหาหุ้นส่วนที่ดี เหมาะสม ให้ได้มาร่วมงานกันเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ สมาร์ทฟินน์ขอเป็นกำลังใจกับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจทุกท่านนะคะ   ขอบคุณข้อมูลจาก : hongkiat และ thaismescenter ทางเลือกใหม่นักลงทุนเพื่อผลตอบแทน 9-12% ต่อปี สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th สอบถามเพิ่มเติมเพื่อเป็นนักลงทุน 02-937-2289, 089-664-2622  LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

Long Covid ร้ายกว่าที่คิด ภาวะที่ต้องรับมือแม้หายโควิด

Long Covid ร้ายกว่าที่คิด ภาวะที่ต้องรับมือแม้หายโควิด   ลองโควิด (Long-Covid) เป็นภาวะหรืออาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยโควิด-19 หลังจากหายป่วย โดยส่วนใหญ่มักหายขาดได้ใน 12 สัปดาห์ แต่ในบางรายสามารถเกิดอาการยาวนานได้มากกว่า 12 สัปดาห์ อาการเจ็บป่วยของลองโควิดจะไม่มีลักษณะตายตัว สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกายตั้งแต่ระบบหายใจ, ระบบประสาท,ระบบทางเดินอาหาร, หัวใจ และหลอดเลือด ทำให้ผู้ที่หายป่วยบางรายไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างเดิม ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้ 30-50% จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่รักษาหายแล้ว   สาเหตุของ “ภาวะลองโควิด” เกิดจากการติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้กลไกการกระตุ้นภูมิคุ้มกันทำงาน และเกิดการอักเสบภายในร่างกาย ทำให้ร่างกายและอวัยวะไม่สามารถปรับตัวได้ ส่งผลให้ยังปรากฎอาการเจ็บป่วยอยู่   อาการที่มักพบในผู้ที่มีอาการลองโควิด ปวดหัว มึนงง ไม่สดชื่น ความจำสั้น สมาธิสั้น แสบตา คันตา น้ำตาไหล คัดจมูก จมูกไม่ได้กลิ่น การรับรสชาติอาหารเปลี่ยนไป หรือพบอาการชาที่ลิ้นในบางราย มีอาการไอ หอบเหนื่อย หายใจไม่ทัน ใจสั่น เจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก มีไข้ ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย ปวดข้อต่อ กล้ามเนื้อลีบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง นอนไม่หลับ ความดันโลหิตสูง วิตกกังวล เครียด ซึมเศร้า   ภาวะแทรกซ้อน กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองล้า ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ปัญหาเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด ไตวายเฉียบพลัน ตับอักเสบเฉียบพลัน ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด   กลุ่มเสี่ยงที่อาจพบอาการลองโควิด ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ที่มีอาการรุนแรงขณะติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงในการเกิดลองโควิดได้มากกว่า กลุ่มที่ไม่มีอาการขณะติดเชื้อ ทั้งนี้อาการลองโควิดสามารถเกิดได้กับผู้ที่มีอาการไม่หนัก หรือไม่แสดงอาการได้เช่นกัน แต่จะไม่พบในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีน   การรักษา แพทย์จะรักษาตามอาการของลองโควิดที่พบในแต่ละบุคคล หมั่นสังเกตความผิดปกติ รวมทั้งตรวจร่างกายเป็นประจำตามคำแนะนำแพทย์ เพื่อให้รักษาได้อย่างทันท่วงที   ภาวะลองโควิดในต่างประเทศ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ตระหนักเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่มีภาวะลองโควิด โดยมองว่าอาการเหล่านี้คืออาการป่วยเรื้อรัง ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้น ยังวางแผนมาตรการเพื่อรองรับผู้ป่วย และช่วยเหลือให้ใช้ชีวิตปร ะจำวันสะดวกมากขึ้น เทียบเท่าสิทธิของคนพิการอีกด้วย    โดยสหรัฐอเมริกามองว่าผู้ป่วยเหล่านี้ต้องใช้ชีวิตอยู่กับอาการป่วยที่ไม่สามารถคาดเดาได้ บางรายมีอาการต่อเนื่องยาวนาน บางรายมีอาการเป็นๆหายๆ ซึ่งอาจถือเป็นความพิการหรือบกพร่องทางร่างกายและจิตใจ   การรับรองผู้ป่วยลองโควิดในแต่ละราย จะประเมินเป็นรายบุคคลไป แม้ว่าไม่ได้ระบุชัดเจนว่ามีอาการพิการ แต่ได้ให้นิยามว่า ลองโควิดมีผลอย่างชัดเจนในการจำกัดการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และมีแนวทางการรองรับหรือช่วยเหลือเอาไว้ ตัวอย่างเช่น   นักเรียนที่มีอาการขาดสมาธิเพราะสมองได้รับผลกระทบจากลองโควิด ควรได้รับเวลาในการทำข้อสอบที่ยาวกว่าคนอื่น ลูกค้าที่มีปัญหาด้านกล้ามเนื้อจากลองโควิดต้องได้รับความช่วยเหลือในการเติมน้ำมัน จากปกติที่ลูกค้าต้องเป็นผู้เติมน้ำมันจากหัวจ่ายด้วยตัวเอง   ประกาศนี้ออกมาเพื่อยืนยันถึงสิทธิของผู้ที่เป็นลองโควิด ว่าจะต้องไม่ถูกเลือกปฏิบัติ รวมถึงจะต้องได้รับการช่วยเหลือให้ใช้ชีวิตได้เป็นปกติอีกด้วย   สำหรับประเทศไทยยังคงต้องเฝ้าติดตามว่ามีผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากอาการลองโควิดมากน้อยเพียงใด และจะมีมาตรการรองรับอย่างไร เนื่องด้วยประเทศไทยมีจำนวนประชากรน้อยกว่าประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่มาก จึงอาจมีจำนวนประชากรที่พบอาการป่วยภาวะลองโควิดในจำนวนที่ต่ำกว่า และไม่ชัดเจนอย่างในสหรัฐอเมริกา ดังนั้น การระมัดระวังตัวไม่ให้ติดเชื้อโควิด จึงเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด ทั้งการอาการป่วยและผลเสียต่อสุขภาพระยะยาวจากโควิดและอาการลองโควิดที่อาจตามมา     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

แอปสุดเจ๋ง วัดที่ดินออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ต้องเดินทางจริง

แอปสุดเจ๋ง วัดที่ดินออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ต้องเดินทางจริง   ทำความรู้จักแอปพลิเคชั่นสัญชาติไทย ที่อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงที่ดินได้หลากหลาย โดยแอปพลิเคชั่นวัดที่ดินดังกล่าวมีชื่อว่า “ Ling ” ที่มีหน้าตาเป็นรูปของลิงนั่นเอง   Ling (ลิง) เป็นแอปพลิเคชั่นที่ใช้ในการวัดขนาดพื้นที่หรือวัดที่ดิน โดยมีฟังก์ชั่นพื้นฐานเป็นการวัดขนาดพื้นที่ และยังสามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งการตรวจเช็คการบุกรุกพื้นที่ วัดพื้นที่เมื่อต้องการทำการซื้อขายหรือแบ่งมรดกที่ดิน ไม่เพียงเท่านั้น ความสามารถของแอปพลิเคชั่นยังอำนวยความสะดวกให้เกษตรกร รวมทั้งการพัฒนาที่ดินอีกด้วย   สมาร์ทฟินน์ได้รวบรวมฟังก์ชั่นการใช้งานสารพัดประโยชน์ของแอปพลิเคชั่นไว้ดังนี้   วัดขนาดที่ดิน ในฟังก์ชั่นการวัดที่ดินสามารถวัดได้ทั้งขนาดความยาว ความกว้าง และพื้นที่ของที่ดิน ใช้งานโดยจุดตำแหน่งลงบนแผนที่ในแอปฯ และระบบจะแสดงขนาดเป็นตัวเลข   ประเมินราคาที่ดิน สำหรับการประเมินราคาที่ดิน ระบบจะดึงพื้นที่จากที่เราได้ทำการวัดไว้เรียบร้อยแล้ว ในส่วนนี้เพียงกรอกข้อมูลราคาของพื้นที่ ระบบจะคำนวณมูลค่าให้เสร็จเรียบร้อย   ถ่ายรูปที่ดินพร้อมใส่รายละเอียด สามารถบันทึกหรือแชร์ได้ทันที ฟังก์ชั่นการถ่ายรูปที่ดิน จะสามารถบันทึกพร้อมรูปแบบพื้นที่/ขนาดของแปลงที่ดินได้ และสามารถบันทึกเก็บไว้เพื่อแก้ไขได้ในภายหลังให้มีรายละเอียดครบถ้วนมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถส่งต่อให้เพื่อนหรือผู้รับเหมาได้อีกด้วย   ข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ ศูนย์รวมคลังข้อมูลทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยเป็นข้อมูลที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของภาครัฐ เอกชน รวมทั้งบุคคลทั่วไปที่ร่วมกันแบ่งปันข้อมูล ตัวอย่างข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่มีอยู่ในคลัง เช่น พื้นที่น้ำท่วม โรคระบาด ผังเมือง เป็นต้น   การคำนวณคิวดิน สามารถคำนวณปริมาณคิวดินบนพื้นที่ที่กำหนดสำหรับการขุด หรือการถมได้ทันที จากการระบุความลึกบนพื้นทีๆต้องการคำนวณ   ค้นหาค่าความสูงของพื้นที่จากระดับน้ำทะเล สามารถรู้ความลึกจากระดับน้ำทะเลของพื้นที่ๆต้องการทราบได้ทันที เพียงระบุตำแหน่งที่ต้องการทราบ   วางแผนพัฒนาพื้นที่โคก หนอง นา สามารถอัพโหลดแปลนพัฒนาพื้นที่ลงบนแผนที่ของระบบ ก็สามารถทำการวัด และวางแผนสำหรับการพัฒนาที่ดินในพื้นที่นั้นๆได้ทันที   สำรวจจำนวนประชากรในพื้นที่ สามารถทำการศึกษาจำนวนประชากรที่ดินในแต่ละพื้นที่ ผ่านแอปพลิเคชั่นได้ทันที เพียงเลือกพื้นที่ๆต้องการทราบจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ คลังข้อมูลของระบบก็จะแสดงจำนวนประชากรในพื้นที่ได้ทันที   ถือเป็นแอปพลิเคชั่นที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมาก จากการพัฒนาโดยนักพัฒนาของคนไทยเอง และไม่เพียงเท่านั้น ตัวแอปพลิเคชั่นยังเปิดให้ดาวน์โหลดใช้บริการได้ ฟรี อีกด้วย!   สามารถดาวน์โหลดมาลองใช้งานกันได้ที่ App Store และ Play Store ไม่มีค่าใช้จ่าย     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

เปลี่ยนผู้ป่วยที่ “รอ” ให้เป็นผู้ “รอด” กับกล่องยาสำหรับผู้ป่วย Home Isolation

เปลี่ยนผู้ป่วยที่ “รอ” ให้เป็นผู้ “รอด” กับกล่องยาสำหรับผู้ป่วย Home Isolation   1. กล่องรอดตาย จัดทำโดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   ประกอบด้วย ปรอทวัดไข้ เครื่องตรวจวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ยาพาราเซตามอล 500 มก. จำนวน 50 เม็ด ยาฟ้าทะลายโจร ชนิดแคปซูล 90 แคปซูล เจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย ถ่านไฟฉาย AAA   เงื่อนไขการได้รับสนับสนุน​ ผู้ที่ได้รับผลการตรวจเป็นบวก จากการตรวจเชิงรุกของ สปคม. ระหว่างรอเตียง กักตัว รักษาที่บ้าน   ช่องทางขอรับกล่อง  จุดตรวจโควิดกับสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง โครงการ " พาหมอไปหาคนไข้ "     2. กล่องยาหมอริทช่วยโควิด จัดทำโดย หมอริท เรืองฤทธิ์ ศิริพานิช   ประกอบด้วย ยาแก้ไอ ยาแก้แพ้ พาราเซตามอล ปรอทวัดไข้ เครื่องวัดอ๊อกซิเจน กลุ่มยาต้านไวรัส  ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) กลุ่มยาลดการอักเสบของปอด ข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มต่างๆ อาหารปรุงสุก ที่จะมีคนไปส่งในช่วง 14 วันที่กักตัว   เงื่อนไขการได้รับสนับสนุน ผู้ติดเชื้อที่เข้าระบบการรักษาแบบ Home Isolation (ผู้ที่ลงทะเบียนผ่านโครงการถือเป็นเข้าระบบสปสช.ไม่ต้องลงทะเบียนช่องทางอื่น)   ช่องทางขอรับกล่อง     3. อว.พารอด จัดทำโดย กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม   ประกอบด้วย ยาพาราเซตามอล ฟ้าทะลายโจร น้ำกระชายขาว น้ำขิง ยาอมบรรเทาอาการเจ็บคอ สเปรย์ลำไยสำหรับพ่นจมูก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง เครื่องดื่มขิงผง ทิชชู่ น้ำยาบ้วนปาก + ยาสีฟัน ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ เจลแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร หน้ากากอนามัย เงื่อนไขการได้รับสนับสนุน ผู้ป่วยสีเขียวที่เข้าระบบ Home Isolation ช่องทางขอรับกล่อง   4. กล่องอุ่นใจ จัดทำโดย มูลนิธิปันสุข   ประกอบด้วย เครื่องวัดค่าออกซิเจน ปรอทวัดไข้ ยาอมบรรเทาไอ เกลือแร่ ฟ้าทะลายโจร พาราเซตามอล น้ำยาฆ่าเชื้อ ขิงผง ถุงขยะติดเชื้อ แอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย เงื่อนไขการได้รับสนับสนุน ผู้ที่มีผลตรวจจาก Antigen Test Kits ผู้มีรายได้น้อย  ผู้ที่เข้าไม่ถึงการตรวจแบบRT-PCR ช่องทางขอรับกล่อง Facebook page : กองทุนลมหายใจ     5. Happy box จัดทำโดย มูลนิธิเล็ทส์ บี ฮีโร่ส์   ประกอบด้วย ยาพาราเซตามอล ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก ยาละลายเสมหะ ผงเกลือแร่ ฟ้าทะลายโจร ยาฟาวิพิราเวียร์ (ตามความเห็นแพทย์) เครื่องวัดระดับออกซิเจน ปรอทวัดไข้ อุปกรณ์วัดน้ำตาลในเลือด (เฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน) น้ำยาฆ่าเชื้อ เจลแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์น้ำใช้ฆ่าเชื้อโรค หน้ากากอนามัย ถุงขยะติดเชื้อ ทิชชู่เปียกและแห้ง บะหมี่/โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป น้ำผลไม้ ข้าวสาร ปลากระป๋อง **ของจะถูกจัดสรรให้ตรงตามความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละราย ในเงื่อนไขที่ทางโครงการจะสามารถจัดหามาได้ เงื่อนไขการได้รับสนับสนุน ยังไม่ได้รับการรักษาหรือเข้าร่วม Home Isolation กับโครงการอื่นๆ อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีผลตรวจโควิด RT-PCR หรือ Rapid Antigen Test เป็น Positive ช่องทางขอรับกล่อง         SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

คลัง Hospitel หากติดโควิด ติดต่ออย่างไร?

คลัง Hospitel หากติดโควิด ติดต่ออย่างไร?   Hospitel คืออะไร? Hospitel มาจากคำว่า Hospital (โรงพยาบาล) + Hotel (โรงแรม) คือ หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ COVID-19 สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการน้อยหรือไม่รุนแรง โดยมีการนำโรงแรมมาปรับเปลี่ยนให้บริการเป็นพื้นที่เฝ้าระวังอาการผู้ป่วย เพื่อให้เตียงในโรงพยาบาลสามารถรองรับ ผู้ป่วยหนักได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ   เงื่อนไขการเข้าพักรักษา อายุ 12-50 ปี ไม่มีโรคประจำตัว/ไม่ตั้งครรภ์ น้ำหนักไม่เกิน 90 กิโลกรัม รองรับเฉพาะผู้ป่วยสีเขียว คือ ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย มีบัตรประชาชน*/ผลตรวจ PCR การเข้าพักที่ Hospitel ผู้ป่วยจะต้องติดต่อโรงพยาบาลคู่สัญญาเพื่อประเมินอาการก่อนส่งตัวเพื่อเข้ารับการรักษา *การรองรับเด็กเล็กเป็นไปตามเงื่อนไขของ Hospitel กรุณาสอบถามโรงพยาบาล/Hospitel อีกครั้ง ณ วันที่ติดต่อ   หลักฐานที่ต้องเตรียม บัตรประชาชน ใบแสดงผลตรวจโควิดแบบ RT-PCR   หมายเหตุ : สำหรับ Hospitel ของรัฐ ผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หากเป็น Hospitel ของเอกชน รัฐจะช่วยจ่ายค่าที่พัก เป็นจำนวนเงิน 1,500 บาทต่อคืน หากเกินจากจำนวนดังเกล่าผู้ป่วยต้องเป็นผู้ชำระเอง   จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ตลอดเดือนกรกฎาคม 2564   รายชื่อ Hospitel และโรงพยาบาลคู่สัญญา     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

บ้านนี้ดี อยู่แล้วรวย กับ 8 หลักฮวงจุ้ยเรียกทรัพย์

บ้านนี้ดี อยู่แล้วรวย กับ 8 หลักฮวงจุ้ยเรียกทรัพย์   บ้านคือที่พักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุดของเรา โบราณท่านว่า บ้านที่ดีต้องมีโครงสร้างแข็งแรง มีความโปร่งโล่ง จัดวางถูกหลักฮวงจุ้ย ซึ่งตามความเชื่อจะช่วยส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีชีวิตชีวา มีโชคลาภ และสุขภาพกายใจแข็งแรงตามไปด้วย วันนี้สมาร์ทฟินน์ นำ 8 หลักฮวงจุ้ยเรียกทรัพย์สำหรับที่อยู่อาศัยมาฝาก จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ   ตัวบ้านหันถูกทิศทางมงคล ทิศทางที่ต่างกันก็ให้พลังงานบวกและลบต่างกัน โดยตามหลักฮวงจุ้ยนั้นบ้านจะต้องเปิดรับทิศทางลมที่มาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงครึ่งปีแรก และรับลมที่พัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงครึ่งปีหลัง จะทำให้ลมสามารถพัดผ่านเข้าบ้านได้อย่างเหมาะสม นอกจากจะช่วยระบายความร้อน พัดพาความเย็นเข้าสู่ตัวบ้านแล้ว ในทางฮวงจุ้ยยังช่วยระบายพลังงานด้านลบเสริมพลังด้านดีอีกด้วย   ประตูหน้าบ้านเปิดรับทรัพย์ ประตูหน้าบ้านต้องมีลักษณะมงคลที่พร้อมเปิดรับทรัพย์เข้าบ้านอย่างต่อเนื่อง แต่ตามหลักฮวงจุ้ยการเปิดรับทรัพย์ไม่จำเป็นต้องเปิดประตูตลอดเวลา แต่เป็นการเปิดรับมวลอากาศและลมเข้าบ้านในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น ช่วงเช้าอากาศสดชื่น และบริสุทธิ์ เปิดประตูหน้าบ้านรับสิ่งดีๆ เข้าบ้านและปรับเปลี่ยนสิ่งร้ายๆ ออกไป ทำให้บ้านมีพลังงานด้านดีหมุนเวียนตลอดทั้งวัน   พลังน้ำเรียกทรัพย์ บ้านส่วนใหญ่มักใช้น้ำเสริมฮวงจุ้ย เช่น น้ำพุ สระว่ายน้ำ บ่อปลา น้ำตก โดยจะสื่อถึงสัญลักษณ์ของความเคลื่อนไหวตลอดเวลา กระจายพลังงานด้านบวกเข้าบ้านและกระจายพลังงานเลยออกจากบ้าน โดยหลักการของน้ำเสริมฮวงจุ้ยนั้นต้องดูแลทำความสะอาดและให้น้ำมีการไหลเวียนดีตลอดเวลา รวมทั้งวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยต้องไม่สะท้อนแสงและความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน   ลานหน้าบ้านรับโชค ลานหน้าบ้านถือเป็นศูนย์รวมพลังมงคลที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน การออกแบบให้มีลักษณะที่กว้างขวาง สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่รกรุงรัง ไม่มีสิ่งกีดขวางสิ่งดีๆ เข้าบ้าน การจัดลานหน้าบ้านเสริมฮวงจุ้ยอาจเสริมด้วยต้นไม้หรือดอกไม้ให้ความสวยงาม จัดพื้นที่ให้ถ่ายเทเสริมความรู้สึกสดชื่นปลอดโปร่ง อาจเสริมด้วยน้ำพุที่เป็นลักษณะของความรุ่งเรือง ความมั่งคั่ง โชคดี ตามหลักฮวงจุ้ย   เฟอร์นิเจอร์เสริมดวง การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านต้องไม่ขัดขวางการไหลเวียนของพลังงานภายในบ้าน ภายในห้องต้องจัดเก็บสิ่งของต่างๆ เข้าที่ให้เรียบร้อย และต้องไม่มีข้าวของเยอะเกินไป ขนาดของเฟอร์นิเจอร์ต้องไม่ใหญ่จนเกินขนาดของห้อง ควรออกแบบให้มีลักษณะที่โปร่ง ไม่หนักหรือทึบจนเกินไป ตามหลักฮวงจุ้ยที่สอดคล้องกับความสมดุล เอื้อต่อการใช้ประโยชน์ในชีวิตและนำสิริมงคลมาให้   เลือกสีบ้านเสริมความร่ำรวย สีที่เป็นมงคลทางฮวงจุ้ยส่วนใหญ่เป็นสีที่สอดคล้องไปตามธาตุต่างๆ ของผู้อาศัย โดยแต่ละธาตุมีพลังที่สื่อถึงด้านต่างๆ ในตัวเอง หากเสริมด้วยสีที่เข้ากับธาตุของผู้อาศัยแล้วจะยิ่งช่วยเพิ่มความเป็นสิริมงคล ความมั่งคั่ง ร่ำรวยได้   ของตกแต่งบ้านเสริมมงคล ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วทุกสิ่งรอบตัวเราเป็นธาตุ รวมถึงทิศทางต่างๆ ด้วย การตกแต่งบ้านให้รับโชคเสริมมงคลจึงควรทำระบบธาตุในบ้านให้สอดคล้องกัน ทั้งก่อให้เกิดการถ่ายเทเพื่อความสมดุลของพลังงานทุกๆ ส่วนในบ้าน ทำให้เกิดผลดีต่อผู้อยู่อาศัยในระยะยาว   ความร่มรื่นเสริมชีวิตชีวา บ้านตามหลักฮวงจุ้ยที่ขาดไม่ได้เลยคือพื้นที่สีเขียว โดยตัวบ้านควรโอบล้อมด้วยธรรมชาติและมีร่มเงาต้นไม้คุ้มแดดคุ้มฝน เพราะนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศโดยรวมให้ดูร่มรื่น น่าอยู่ เสริมพลังบวกแล้ว ตามความเชื่อต้นไม้สื่อถึงความเจริญงอกงามมีชีวิตชีวา ช่วยเสริมความก้าวหน้าให้ชีวิตและเพิ่มพูนงอกเงยเงินทองเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่เจริญเติบโต   ศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัว เพราะอาศัยความสอดคล้องกับธรรมชาติ การเลือกแบบบ้าน การตกแต่งบ้าน และการจัดวางตำแหน่งของสิ่งต่างๆ ภายในบ้านให้ถูกทิศทาง ถูกหลัก จะทำให้บ้านนั้นเป็นบ้านที่ดี รองรับการอยู่อาศัยของผู้อาศัยได้อย่างเป็นสุขในทุกๆ วัน     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

PRTR บันทึกมลพิษ ลดเสี่ยงจากสารพิษรอบตัว

PRTR บันทึกมลพิษ ลดเสี่ยงจากสารพิษรอบตัว   จากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผลกระทบที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้เกิดหมอกควันดำกระจายไปทั่วพื้นที่โดยรอบ จนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ต้องมีคำสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่รัศมี 10 กิโลเมตร เพื่อลดโอกาสเสี่ยงรับสัมผัสจากสารพิษ   อุบัติเหตุในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีที่ฟุ้งกระจาย ว่ามีความอันตรายแค่ไหน การฟุ้งกระจายส่งผลอย่างไร ทำไมต้องรีบอพยพ จึงไม่มีการเตรียมตัวรับมืออย่างปลอดภัย   มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม – EnLAW และ มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) เห็นความสำคัญของการมีกฎหมายรายงานการปล่อย และการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม หรือ PRTR (Pollutant Release and Transfer Registers) จึงร่วมผลักดันให้มีกฎหมายนี้ในประเทศไทยเพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันมีมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลกเห็นความสำคัญและมีการใช้กฎหมาย PRTR   หากมีกฎหมาย PRTR ประชาชนจะสามารถตรวจสอบได้ว่า โรงงานหรือแม้แต่ชุมชนมีสารเคมีใดอยู่รอบๆ ตัวบ้าง มีการปล่อยมลพิษอะไรสู่สิ่งแวดล้อมบ้าง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นควัน น้ำเสีย หรือขยะพิษ จากการรายงานของโรงงานอุตสาหกรรมต่อกรมควบคุมมลพิษ ว่าครอบครองสารเคมีใดบ้าง และการปล่อยมลพิษปริมาณเท่าใด ตามรายชื่อสารมลพิษที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด และกรมควบคุมมลพิษจะต้องเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึง และตรวจสอบได้ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถเตรียมการรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากสารมลพิษได้อย่างปลอดภัย   ทางเลือกใหม่นักลงทุนเพื่อผลตอบแทน 9-12% ต่อปี สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th สอบถามเพิ่มเติมเพื่อเป็นนักลงทุน 02-937-2289, 089-664-2622  LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

อนุมัติแล้ว! ลดค่าน้ำ-ไฟ เยียวยาโควิดอีก 2 เดือน

อนุมัติแล้ว! มาตรการลดค่าน้ำค่าไฟ เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อเยียวยาประชาชนทั่วประเทศ โดยมีมาตรการดังนี้   1. ลดค่าน้ำ ระยะเวลา 2 เดือน ในรอบบิล ส.ค.- ก.ย. 64 - สำหรับบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก ลดค่าน้ำประปา 10% (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ)   2. ลดค่าไฟ ระยะเวลา 2 เดือน ในรอบบิล ก.ค.- ส.ค. 64 - สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก   - สำหรับบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้คิดดังนี้ 1) หากใช้ไฟฟ้าน้อยกว่าหรือเท่ากับค่าไฟเดือน ก.พ. 64 ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้จริง 2) หากใช้ไฟฟ้ามากกว่าค่าไฟเดือน ก.พ. 64 หากไม่เกิน 500 หน่วย ให้คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยของเดือน ก.พ. 64 3) หากใช้ 501 - 1,000 หน่วย ให้คิดค่าไฟเท่ากับหน่วยของเดือน ก.พ. 64 บวกด้วยหน่วยที่มากกว่าหน่วยของเดือน ก.พ. 64 ในอัตราร้อยละ 50 4) หากใช้มากกว่า 1,000 หน่วย ให้คิดค่าไฟเท่ากับหน่วยของเดือน ก.พ. 64 บวกด้วยหน่วยที่มากกว่าหน่วยของเดือน ก.พ. 64 ในอัตราร้อยละ 70 ทั้งนี้ให้เป็นส่วนลดก่อนการคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม - สำหรับกิจการขนาดเล็ก ให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 100 หน่วยแรก   - สำหรับกิจการขนาดกลาง ขนาดใหญ่ เฉพาะอย่าง องค์กรไม่แสวงหากำไร และการสูบน้ำเพื่อการเกษตร ให้ยกเว้นการเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด (Minimum Charge) ไปจนถึงสิ้นเดือน ธ.ค 64     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

อัพเดต! โควิดนี้ประกันสังคมเยียวยาอะไรบ้าง?

อัพเดต! โควิดนี้ประกันสังคมเยียวยาอะไรบ้าง?   อันเนื่องมาจากการระบาดของโควิดระลอกนี้ มีคลัสเตอร์ที่แพร่ระบาดจากแคมป์คนงานก่อสร้าง จึงได้มีมาตรการระงับโครงการก่อสร้าง และงดงานก่อสร้างในพื้นที่ 6 จังหวัดพื้นที่เข้มงวด ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อผู้มีรายได้ ที่ทำงานในธุรกิจการก่อสร้าง   วันนี้สมาร์ทฟินน์ได้รวบรวมมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากประกันสังคม แบ่งได้ดังนี้ สำหรับพนักงานทุกอาชีพ ในระบบประกันสังคม ลดเงินสมทบประกันสังคมทั้งด้านลูกจ้าง (มาตรา 33 และ 39) และนายจ้าง  เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ เดือนมิถุนายน - สิงหาคม 2564 ดังนี้ นายจ้าง จำนวน 2.5% หรือสูงสุด 375 บาท จากเดิม 750 บาท ลูกจ้างมาตรา 33 จำนวน 2.5% หรือสูงสุด 375 บาท จากเดิม 5% หรือ 750 บาท ลูกจ้างมาตรา 39 จำนวน 4.5% หรือสูงสุด 216 บาท จากเดิม 9% หรือ 432 บาท   นอกจากนี้ยังเพิ่มมาตรการเยียวยาสำหรับกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, นครปฐม, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ และสมุทรสาคร   กิจการที่เข้าเกณฑ์เยียวยามีดังนี้ กิจการก่อสร้าง/แคมป์ก่อสร้าง ได้แก่ การก่อสร้างอาคาร/ที่พักอาศัย, ก่อสร้างถนน, ก่อสร้างสาธารณูปโภคทั้งหมดที่เป็นแคมป์คนงานขนาดใหญ่   ที่พักแรมและร้านอาหาร   ศิลปะความบันเทิงและนันทนาการ   กิจการบริการงานซ่อมและเสริมสวย/สุขภาพ - ประเภทบริการงานซ่อม ได้แก่ ร้านซ่อมคอมฯ ร้านซ่อมมือถือ ร้านซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ร้านซ่อมเครื่องใช้ในครัวเรือน ร้านซ่อมรองเท้า/เครื่องหนัง ร้านซ่อมเฟอร์นิเจอร์ ร้านซ่อมนาฬิกา ร้านซ่อมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ร้านซ่อมจักรยานยนต์ ซ่อมเครื่องดนตรี/อุปกรณ์กีฬา - ประเภทบริการเสริมสวยและสุขภาพ ได้แก่ สปา การบริการลดน้ำหนัก บริการแต่งผม บริการดูแลความงาม แต่งเล็บ บริการซักรีด บริการดูแลสัตว์เลี้ยงต่างๆ   โดยสมทบแก่ลูกจ้าง (ผู้ประกันตนมาตรา 33 สัญชาติไทย) จำนวน 2,000 บาท และสมทบแก่นายจ้าง จำนวน 3,000 บาทต่อคน x จำนวนลูกจ้างตามความเป็นจริง ไม่เกิน 200 คน   วิธีจ่ายเงินสมทบ สำหรับผู้ประกันตน - โอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ เฉพาะการผูกบัญชีพร้อมเพย์ด้วยหมายเลขโทรศัพท์หรือเลขบัตรประชาชน สำหรับนายจ้าง - โอนเข้าบัญชีที่นายจ้างได้แจ้งไว้ต่อสำนักงานประกันสังคม โดยจะเริ่มโอนเงินเยียวยาครั้งแรกวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ทำความรู้จักสถานีกลางบางซื่อ

ทำความรู้จักสถานีกลางบางซื่อ   สถานีกลางบางซื่อคือ สถานีรถไฟขนาดใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอยขนาด 464,362 ตารางเมตร ที่จะเปิดให้ใช้บริการจริงแทนสถานีรถไฟหัวลำโพง ไม่เพียงแค่รองรับรถไฟทางไกลเท่านั้น แต่เป็นจุดศูนย์รวมระบบรถไฟแห่งใหม่ที่รวมระบบคมนาคมทางรางที่สมบูรณ์แบบที่สุดของประเทศไทย   โดย “สถานีกลางบางซื่อ” จะเป็นสถานีที่รวมเอาทุกระบบขนส่งทางรางเชื่อมต่อไว้ด้วยกันทั้ง ระบบรถไฟทางไกล รถไฟความเร็วสูง รถไฟชานเมือง และรถไฟฟ้าสายสีแดงที่เชื่อมการเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง   สำคัญที่สุดสถานีกลางบางซื่อยังถือได้ว่าเป็น “สถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนอีกด้วย”   สถานีกลางบางซื่อสำคัญอย่างไร? ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง? เนื่องด้วยสถานีกลางบางซื่อจะเป็นศูนย์รวมระบบคมนาคมต่างๆไว้ด้วยกัน จึงได้มีการจัดสรรให้เป็นแหล่งธุรกิจ และแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ดังนี้ โซน A : Smart Business Complex  ศูนย์กลางธุรกิจสมัยใหม่แบบครบวงจร ขนาดพื้นที่ 35 ไร่ โซน B : ASEAN Commercial and Business HUB ตั้งเป้าในการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ค้าส่ง และค้าปลีกระดับอาเซียน รวบรวมศูนย์การค้า อาคาร สำนักงาน โรงแรม และสิ่งอำนวยความสะดวก บนพื้นที่ 78 ไร่ โซน C : Smart Healthy and Vibrant Town โซนสำหรับที่อยู่อาศัย และพักผ่อน ขนาดพื้นที่ 105 ไร่ ประกอบด้วย แหล่งพลังงาน และสวนสาธารณะในการใช้ประโยชน์ร่วมกัน โซน D : World Renown Garden Interchange Plaza ศูนย์กลางการเชื่อมต่อการเดินทาง ขนาดพื้นที่ 87.5 ไร่ ที่จะอำนวยความสะดวกให้การเดินทางเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และประหยัดเวลามากขึ้น สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงถึง 300,000 คนต่อวัน   อาคารสถานีกลางบางซื่อ มีพื้นที่ใช้สอย 271,192 ตารางเมตร จำนวน 4 ชั้น ประกอบด้วยดังนี้   ชั้นใต้ดิน พื้นที่  72,542 ตารางเมตร รองรับการจอดรถ 1,700 คัน อาคารชั้น 1 พื้นที่ 86,700 ตารางเมตร พื้นที่ในการจำหน่ายตั๋ว ศูนย์อาหาร สำนักงาน และร้านค้า รวมไปถึง พื้นที่พักคอยผู้โดยสาร ห้องน้ำ และจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT อาคารชั้น 2 พื้นที่ 42,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นชานชาลารองรับรถไฟชานเมืองสายสีแดง 4 ชานชาลา และรถไฟทางไกล 8 ชานชาลา อาคารชั้น 3 พื้นที่ 42,300 ตารางเมตร แบ่งเป็นชานชาลารองรับรถไฟความเร็วสูง 10 ชานชาลา และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มุ่งตรงไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2 ชานชาลา   ทั้งนี้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2564 เตรียมเปิดให้บริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนจำนวน 10,000 คนต่อวัน (แบบวอล์กอิน) กำหนดเปิดใช้งานอาคารสถานีกลางบางซื่อจริงคือ ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>
Platform Matching