Matching Platform

กรุณารอสักครู่

Matching Platform ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

smartfinn


Matching Platform

ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

ที่ดิน Metaverse พุ่ง 300 เท่าหลังเปิดตัว 2 ปี

ที่ดิน Metaverse พุ่ง 300 เท่าหลังเปิดตัว 2 ปี

PIER Research เผยที่ดิน Metaverse พุ่ง 300 เท่าหลังเปิดตัว 2 ปี และดัชนีราคาที่ดินที่มีการซื้อขายซ้ำสูง 12 เท่า สูงกว่าที่ดินโลกจริงเสี่ยงเกิดฟองสบู่ ขณะที่ อาจเป็นโอกาสของภาคธุรกิจในการลงทุนเพื่อขายสินค้า และสร้างอาชีพใหม่ใน Metaverse

 

จากงานวิจัยของ ผศ.ดร.วรประภา และ รศ.ดร.คณิสร์ ได้ทำการวัดดัชนีราคาที่ดิน (LAND NFT) ใน The Sandbox โดยใช้ราคาที่ดินทั้งหมด (All-Sales Index) ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม 2562 ถึงมกราคม 2565 พบว่า

 

  • ราคาที่ดินเพิ่มสูงถึงกว่า 300 เท่า การวัดดัชนีราคาที่ดิน (LAND NFT) ใน The Sandbox โดยใช้ราคาที่ดินทั้งหมด (All-Sales Index) ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม 2562 ถึงมกราคม 2565
     
  • ดัชนีราคาที่ดินที่มีการซื้อขายซ้ำสูง 12 เท่า ในช่วงเวลา 2 ปี คำนวณดัชนีราคาที่ดินแบบใช้ราคาของที่ดินผืนที่มีการซื้อขายซ้ำ (Repeat  Sales Index)
    ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของที่ดินในโลกจริง แต่ไม่สามารถทราบได้ว่ามีการปั่นหรือสร้างราคาอันเกินจริงหรือไม่ นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของ Metaverse เมืองใหม่ ๆ อาจทำให้ราคาของที่ดินในเมืองที่สร้างมาก่อนปรับลดลง และราคาที่ดินที่สูงเกินไปอาจทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดฟองสบู่แตกได้

 

เมืองยอดนิยม ที่มีการซื้อขายที่ดินราคาสูง จากสถิติล่าสุด (เดือนเมษายน 2565)

 

  • The Sandbox มีผู้ซื้อที่ดินในราคาสูงถึง 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 140 ล้านบาท
  • Decentraland มีผู้ซื้อที่ดินในราคาสูงถึง 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 115 ล้านบาท

 

การซื้อที่ดิน (หรือ Virtual Land) ในโลก Metaverse จะทำให้ผู้ซื้อได้สิทธิในการเปิดร้านใน Metaverse นั้น ๆ ซึ่งการเปิดร้านอาจจะหมายถึงการเปิดร้านขายของที่เป็น NFT การสร้างเกมให้คนเข้ามาเล่น หรือการจัดกิจกรรม PR ต่าง ๆ นอกจากนี้ ผู้ซื้อ Virtual Land อาจซื้อไว้เพื่อขายต่อในราคาที่สูงขึ้นก็ได้

 

ภาคธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์อะไรได้จากที่ดินใน Metaverse

 

  1. ทำ PR/Marketing เพื่อหาลูกค้าใหม่ ๆ คือ เมื่อมีคนเข้าไปใน Metaverse มากขึ้น กลุ่มลูกค้าก็มากขึ้น โอกาสในการประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการก็มากขึ้น โอกาสการได้ลูกค้าใหม่จึงเพิ่มขึ้น
     
  2. สร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าที่มีอยู่แล้ว เช่น โรงพยาบาล ลูกค้าอาจจะไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลทุกครั้งก็ได้ บางครั้งอาจจะต้องการคุยกับคุณหมอในห้อง Metaverse แทน หรือการขายสินค้า ซึ่งปกติต้องเดินเลือกซื้อในห้าง แต่ต่อไป อาจเข้ามาดูสินค้าใน Metaverse แทน
     
  3. ใช้ประโยชน์จาก Blockchain เพื่อสร้างสินค้าใหม่ๆ หรือ ทำธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ เช่น ขาย NFTs (อาทิ เครื่องประดับและวัตถุที่ใช้ในโลกเสมือน งานศิลปะ) สร้างเกม Play-to-Earn ขาย Virtual Land เป็นต้น หากโลก Metaverse เติบโตขึ้นได้จริงก็อาจจะมีการจ้างงานประเภทใหม่ ๆ ได้อีกมากมาย เช่น นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นักเศรษฐศาสตร์ นักวิเคราะห์ข้อมูล ผู้จัดงานในโลก Metaverse วิศวกร Blockchain เป็นต้น

 

ขอบคุณข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

 


 

SMARTFINN
ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน

มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก
บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ
เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ

 

ขายฝาก Smartfinn.gif ดียังไง
ขายฝาก Smartfinn ดอกเบี้ยต่ำ

 

อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร
สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th
บริการให้คำปรึกษา ฟรี
โทรศัพท์ 02-937-2289 , 094-445-7975 , 089-664-5359
LINE ID: @smartfinn

 

ขายฝาก_ไม่มีนโยบายยึดทรัพย์


เกี่ยวกับผู้เขียน

Smartfinn Team Matching Platform การขายฝากอสังหาฯ กับนักลงทุน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุน และช่วย SMEs ให้มีสภาพคล่อง

Platform Matching