Platform Matching

กรุณารอสักครู่

Matching Platform ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

smartfinn


Matching Platform

ขายฝากอสังหาฯกับนักลงทุน

สรุปทรัพย์สิน ไปทำพินัยกรรมกันเถอะ พินัยกรรม ทำอย่างไร?

สรุปทรัพย์สิน ไปทำพินัยกรรมกันเถอะ พินัยกรรม ทำอย่างไร?   พินัยกรรม คือ เอกสารที่ระบุความจำนงเกี่ยวกับทรัพย์สินมรดกส่วนตัว ว่าต้องการมอบให้ผู้ใดเป็นผู้รับพินัยกรรมเมื่อเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนี้ยังสามารถระบุกำหนดความต้องการให้ทายาททราบ หรือปฏิบัติเมื่อเสียชีวิต   ในกรณีที่ไม่ได้มีการทำพินัยกรรม มรดกจะตกทอดสู่ทายาทโดยธรรม ตามที่กฎหมายระบุ   ทายาทโดยธรรมสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 ลำดับ เรียงลำดับสิทธิ์ดังนี้ ผู้สืบสันดาน คือ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย, บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้ว และบุตรบุญธรรม รวมถึงสามีภรรยาที่จดทะเบียสมรส บิดามารดา ในกรณีของบิดา เฉพาะบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้นที่มีสิทธิรับมรดก พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน พี่น้องร่วมแต่บิดาหรือมารดาเดียวกัน หรือที่เรามักเรียกกันว่า “พี่น้องต่างพ่อหรือต่างแม่” ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา   คุณสมบัติของผู้ทำพินัยกรรม คือ มีอายุครบ 15 ปีขึ้นไป และศาลไม่ได้มีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ พินัยกรรมมีกี่ประเภท พินัยกรรมแบบธรรมดา ผู้ทำพินัยกรรม จัดทำหนังสือโดยการพิมพ์ข้อความพินัยกรรมลงในกระดาษ ระบุใจความสำคัญของมรดกและผู้รับพินัยกรรมอย่างครบถ้วน ระบุวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมให้ชัดเจน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน โดยพยานจะต้องลงลายมือชื่อรับรองพินัยกรรมฉบับนั้นด้วย   พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ทำพินัยกรรมเขียนรายละเอียดในพินัยกรรมทั้งฉบับด้วยลายมือตนเอง ระบุวัน เดือน ปี ที่เขียนพินัยกรรม พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม (รูปแบบเขียนเองนี้มีหรือไม่มีพยานก็ได้)   พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง เป็นพินัยกรรมที่ต้องดำเนินการต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ โดยผู้ทำพินัยกรรมแจ้งความประสงค์ในพินัยกรรมต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ณ เขตหรืออำเภอที่อาศัยอยู่ โดยเจ้าพนักงานจะทำการอ่านข้อความพินัยกรรมต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม และพยานจำนวนอย่างน้อย 2 คน เมื่อเห้นว่าถูกต้องครบถ้วนแล้วผู้ทำพินัยกรรมและพยานจะต้องลงชื่อในเอกสาร พร้อมทั้งเจ้าพนักงานลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี พร้อมประทับตราตำแหน่งในเอกสาร   พินัยกรรมแบบเอกสารลับ พินัยกรรมรูปแบบนี้ ดำเนินการที่เขตหรืออำเภอ คล้ายกันกับรูปแบบเอกสารฝ่ายเมืองเพียงแต่ข้อความภายในเอกสารจะเป็นความลับ โดยจะมีเพียงผู้ทำพินัยกรรมและพยานอย่างน้อย 2 คน ลงลายมือชื่อเพื่อปิดผนึก โดยเจ้าพนักงานจะลงวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมบซองพร้อมทั้งประทับตราตำแหน่ง ลายมือชื่อพยานและเจ้าพนักงาน   พินัยกรรมแบบทำด้วยวาจา รูปแบบวาจาสามารถใช้ได้ในกรณีที่ไม่เข้าข่ายในรูปแบบใดๆเลย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือไม่สามารถปฏิบัติได้ตามรูปแบบที่กำหนดไว้ ทั้งนี้จะต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คนเพื่อรับฟังข้อความ วาจาที่ระบุถึงเนื้อหาในพินัยกรรม นอกจากนี้พยานจะต้องติดต่อทางราชการโดยเร็วที่สุด เพื่อแจ้งข้อความวาจา ที่ได้รับมาและแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ทำพินัยกรรมและเหตุการณ์ที่จำต้องทำด้วยวาจาว่าเพราะอะไรจึงไม่สามารถทำในรูปแบบอื่นๆได้ ท้ายที่สุดเจ้าพนักงานและพยานจะลงลายมือชื่อในข้อความที่เจ้าพนักงานได้รับมาเป็นอันสิ้นสุด   นอกจากนี้ยังมีรูปแบบของการจ้างทนายความผู้ดูแลพินัยกรรมให้กับครอบครัวอีกด้วย   ข้อมูลสำคัญที่ควรมีในพินัยกรรม ชื่อพินัยกรรม สถานที่ทำพินัยกรรม วัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม ชื่อ-นามสกุล และอายุ ของผู้ทำพินัยกรรม ที่อยู่ของผู้ทำพินัยกรรม ข้อความว่าชี้แจงทรัพย์สิน และมรดก ที่มีอยู่ในปัจจุบัน รายชื่อผู้ที่จะได้รับมรดก ข้อความรับรองว่าพินัยกรรมทั้งหมดเป็นความจริง และผู้เขียนมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ดีทุกประการ ลงชื่อผู้ทำพินัยกรรม   ค่าใช้จ่ายในการทำพินัยกรรม กรณีทำแบบฝ่ายมือง มีค่าใช้จ่ายต่อเอกสารจำนวน 50 บาท คู่ฉบับๆละ 10 บาท กรณีทำแบบเอกสารลับ มีค่าใช้จ่ายฉบับละ 20 บาท กรณีแบบธรรมดาและเขียนเองทั้งฉบับ จะไม่มีค่าใช้จ่ายให้กับเขต หรืออำเภอ กรณีมีทนายความดูแลพินัยกรรม ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างผู้ทำพินัยกรรมและทนายความ   หมายเหตุ : ในรูปแบบที่ต้องมีพยานในพินัยกรรม ผู้ที่เป็นพยานจะต้องเป็นผู้ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับมรดก     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากที่เชื่อใจได้กับสมาร์ทฟินน์

ขายฝากที่เชื่อใจได้กับสมาร์ทฟินน์         ต้องบอกว่าในปัจจุบัน เงิน เป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิตในทุกๆวัน ทุกคนล้วนอยากประสบความสำเร็จในชีวิตแต่ขาดทุนทรัพย์ในการจะสร้างหรือสานต่อ บางคนสร้างขึ้นมาแต่ต้องสะดุดด้วยเศรษฐกิจที่ตกต่ำตามภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งผลกระทบที่ได้รับจากโควิด-19 ทำให้หลายๆอาชีพและธุรกิจส่วนใหญ่ไม่สามารถรักษากำไรและยอดขายไว้ได้ บางบริษัทอาจมีกำไรลดลงและเงินทุนลดลง การระบาดของไวรัสส่งผลให้จำนวนบริษัทที่ขาดสภาพคล่องหรือสภาพคล่องตึงตัวมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก         ทางออกเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน คงไม่พ้นการนำโฉนดเข้าจำนอง หรือทำขายฝาก เพื่อนำเงินที่ได้มาเสริมสภาพคล่องชั่วคราว โดยในบทความนี้ เราจะกล่าวถึงการขายฝากที่เชื่อใจได้ และการตัดสินใจครั้งสำคัญหากต้องการขายฝาก         ปัญหาหลักของการขายฝากนั้น มักพบได้ในช่วงหลังจากการทำสัญญาไปแล้ว เมื่อพบว่านายทุนบุคคลไม่ต่อสัญญาให้ และระยะสัญญาที่ทำมาอาจสั้นเพียง 6 เดือน กลายเป็นปัญหาของเจ้าของหลักทรัพย์วิ่งวุ่นหาทางออกเพื่อไม่ให้โฉนดที่ดินหลุดไป หากศึกษานายทุนผู้รับซื้อฝากให้ดีแต่ต้นแล้ว ควรศึกษาเพิ่มเติมในกรณีว่าไม่สามารถไถ่ถอนได้ทันตามกำหนดจะทำอย่างไรต่อได้บ้าง         หากมองให้กว้างขึ้นกว่า ด้วยการขายฝากกับบริษัทที่มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดำเนินการอย่างเป็นมาตรฐานและดูแลอย่างมืออาชีพ ให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ หาทางออกทางการเงินที่ดีที่สุดให้กับผู้ขายฝาก ให้ผู้ขายฝากวางใจได้เมื่อพบปัญหาทางการเงิน สามารถปรึกษาและหาทางออกร่วมกันเพื่อประโยชน์ของผู้ขายฝาก และผู้รับซื้อฝาก         เรา Smartfinn เลยเข้าใจสถานการณ์นี้เป็นอย่างดีจึงอยากจะช่วยให้ธุรกิจของคนไทยก้าวต่อไปได้ Smartfinn ได้ทำแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เกี่ยวกับการขายฝากอสังหาริมทรัพย์เป็นแหล่งเงินทุนที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือเป็นบริษัทมีที่ตั้งทำการชัดเจนและฟินน์แน่นอน ฟินน์ยังไง? เราจะมาพูดถึงลูกค้าที่ได้ติดต่อเข้ามาไว้ใจและให้ Smartfinn ได้ดูแล ก่อนอื่นเลยอยู่ที่ไหนก็ลงทะเบียนได้ เรามีช่องทางติดต่อมากมายหลายช่องทาง ลูกค้าเราสะดวกแน่นอนไม่ว่าจะเป็น Facebook , Website , Google , Line@ หรือสามารถโทรเข้ามาทางเบอร์โทรศัพท์ของ Smartfinn ได้เลย เรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาฟรี ลูกค้าที่สนใจให้เราดูแลเราพร้อมบริการดูแลตั้งต้นจนจบการทำสัญญา ฟินน์ต่อด้วยดอกเบี้ย 9% ต่อปี สามารถลดภาระดอกเบี้ยขายฝากที่สูง เหลือเพียง 0.75 % ต่อเดือนเท่านั้นแถมยังอุ่นใจด้วยผลการประเมินทรัพย์สินโดยบริษัทที่ได้รับความเห็นชอบจาก กลต.(คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ด้วยความฟินน์ จึงทำให้ได้ช่วยเหลือธุรกิจไปแล้วกว่า 700 ราย มูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท นี่เป็นผลลัพธ์จากลูกค้าที่ไว้ใจให้ Smartfinn เราดูแล หากคุณกำลังมองหาแหล่งเงินทุนที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้ Smartfinn ยินดีให้บริการค่ะ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ทำความรู้จักสัญญาขายฝากที่ดิน

สัญญาจะซื้อจะขายฝากที่ดิน เป็นเอกสารสัญญาที่ต้องทำร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งมีสาระสำคัญที่ควรอ่านอย่างละเอียดและรอบคอบ ดังนี้   ชื่อและรายละเอียดบุคคลคู่สัญญา รายละเอียดของผู้ซื้อฝากและผู้ขายฝาก เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขบัตรประชาชน การทำสัญญาสามารถเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล   อสังหาริมทรัพย์ที่จะซื้อจะขายฝาก รายละเอียดของหลักทรัพย์นั้นๆ เช่น เลขที่โฉนด เลขที่ดิน บ้านเลขที่ เนื้อที่กี่ตารางวา   ราคาและระยะเวลาที่ตกลงกัน ราคาของราคาทรัพย์ที่ตกลงกัน โดยระบุรายละเอียดให้ครบถ้วนทั้งจำนวนเงิน วิธีการชำระ ณ วันทำสัญญา รวมถึงกรอบกำหนดระยะสัญญาที่จะมาไถ่ถอนขายฝาก   กำหนดเวลาโอนหลักทรัพย์ ระบุขอบเขตของการทำธุรกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ ณ กรมที่ดิน สามารถกำหนดเป็นวันที่ที่แน่นอน หรือช่วงระยะเวลา ตามแต่ตกลงกันทั้ง 2 ฝ่าย   ผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอน และภาษี ในการทำธุรกรรมโอนกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินจะต้องมีการชำระภาษีและค่าโอน ในสัญญาควรระบุชัดเจนเพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจตรงกัน และป้องกันปัญหาในภายหลังว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้รับผิดชอบ   เงื่อนไข ข้อตกลงเพิ่มเติม และการรับผิดเมื่อผิดสัญญา ในการทำสัญญาต่างๆ ท้ายสัญญามักมีเงื่อนไข ข้อตกลงหรือการรับผิดเมื่อฝายหนึ่งฝ่ายใด ได้ผิดสัญญาต่อคู่สัญญา ดังนั้นควรตกลงกันเพื่อให้เข้าใจตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้กรณีที่ไม่ได้เป็นคนร่างสัญญาเอง ให้อ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วนในเงื่อนไข ข้อตกลงเพิ่มเติมนี้   ลายมือชื่อ ลงลายมือชื่อคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่าย รวมทั้งพยานของแต่ละฝ่าย             นอกจากนี้การทำสัญญาขายฝากนั้นควรทำสัญญา ณ กรมที่ดิน ต่อหน้าเจ้าพนักงานขณะการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อความโปร่งใสของทั้ง 2 ฝ่าย และสบายใจในการทำสัญญาร่วมกัน         อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาให้ถี่ถ้วน ไม่ว่าจะรู้จักกันมาก่อนหรือไม่ เพราะการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรแบบนี้ เมื่อพลาดท่าให้กับสัญญาที่ไม่เป็นธรรมไปแล้ว จะไม่สามารถแก้ไขได้นอกจากยกเลิกสัญญาที่ต้องเป็นไปตามที่ตกลงของสัญญา ซึ่งอาจเป็นข้อตกลงที่ถูกเอาเปรียบได้เช่นกัน ดังนั้นหากยังไม่มั่นใจในการดำเนินการทำสัญญาอะไรก็ตาม ควรมีที่ปรึกษาที่ปลอดภัย ไว้ใจได้ให้การดูแล   SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ประสบการณ์จริงจากผู้ขายฝาก กับ Smartfinn : คุณกำพล

ประสบการณ์จริงจากผู้ขายฝาก กับ Smartfinn : คุณกำพล   ประสบการณ์ผู้ขายฝาก : คุณกำพล         คุณกำพล ผู้เข้ามาขายฝากกับ Smartfinn เพื่อต้องการแก้ปัญหาทางการเงินให้มีสภาพคล่อง เพื่อนำเงินไปหมุนเวียนในธุรกิจฟาร์มเห็ดส่งห้างสรรพสินค้า   รู้จักกับ Smartfinn ได้อย่างไร         รู้จักกับ Smartfinn จากเพื่อนที่เคยใช้บริการกับสมาร์ทฟินน์มาก่อน เพื่อนจึงแนะนำให้มาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ โดยเพื่อนที่แนะนำมีความประทับใจในการให้คำปรึกษาที่ดีของเจ้าหน้าที่ คอยติดตามเรื่องเสมอและมีความน่าเชื่อถือ ไว้วางใจได้ จึงให้เบอร์โทรศัพท์กับคุณกำพลมาเพื่อโทรคุยติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ของสมาร์ทฟินน์   ก่อนใช้บริการกับ Smartfinn มีปัญหาการเงินมาก่อนมั้ย         อดีตเคยจำนองไว้กับธนาคาร และไถ่ถอนออกมาแล้ว ปัจจุบันปลอดภาระ ไม่มีหนี้ แต่จำเป็นต้องใช้เงินเพราะต้องใช้เงินลงทุนซื้อข้าวเปลือก ไม่สามารถรอได้   นำเงินที่ได้ไปทำอะไร         ปัจจุบันทำธุรกิจเกี่ยวกับเกษตรกรรรม มีฟาร์มเห็ดส่งห้างสรรพสินค้า โดยยอดวงเงินที่ต้องการอยู่ที่ประมาณ 3,000,000 บาท เพราะต้องการนำเงินไปซื้อข้าวเปลือกล่วงหน้าและลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง   เหตุผลที่เลือกขายฝากกับ Smartfinn         เพราะต้องการใช้เงินด่วนและรวดเร็วให้ทันในช่วงที่ต้องซื้อขายข้าวเปลือก และสมาร์ทฟินน์จัดหาเงินให้ได้รวดเร็วตามต้องการ ในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ไม่ต้องใช้เอกสารจำนวนมากและไม่ยุ่งยากวุ่นวาย สะดวกรวดเร็วกว่าทางธนาคาร     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

ติดจำนองขายฝากได้หรือไม่?

ติดจำนองขายฝากได้หรือไม่?         สารพัดคำถามข้องใจว่า ติดจำนองอยู่ ขายฝากได้หรือไม่? ไม่ว่าบ้าน ที่ดิน คอนโด ล้วนเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถใช้ค้ำประกันในการทำธุรกรรมทางการเงิน ทำความรู้จักกับจำนอง และขายฝากเพิ่มเติมได้ที่ ขายฝาก เปรียบเทียบกับ การจำนอง อะไรดีกว่ากัน ?   ที่มาของการที่หลายคนหันมาสนใจในขายฝาก   ต้องการวงเงินเพิ่ม ต้องการปิดหนี้/จบหนี้เดิม เช่น หนี้จากบัตรเครดิต หนี้นอกระบบ ปัญหาการเงินด้านอื่นๆอย่างการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง เงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ หรือการเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจ รวมทั้งลงทุนเพิ่ม เหล่านี้เป็นสาเหตุที่ต้องการวงเงินเพิ่มจากเดิม แต่ไม่สามารถขอวงเงินเพิ่มมาได้จากหลายปัจจัย อาทิ เครดิตทางการเงินที่ผ่านมาไม่ดี ติดเครดิตบูโร ชำระหนี้ไม่ตรงเวลา รายการเดินบัญชีปัจจุบันไม่น่าเชื่อถือ   ธนาคารจัดลูกหนี้เป็นหนี้เสีย ถูกจัดเป็นลูกหนี้ระดับหนี้เสีย คือการหยุดชำระหนี้ หรือผิดชำระหนี้หลายครั้ง ทำให้ธนาคารดำเนินการตามกระบวนการติดตามหนี้ เสียเครดิต หรืออาจถึงขั้นถูกฟ้องร้องดำเนินคดีหรือใกล้ถูกศาลบังคับคดี จึงต้องดำเนินการหานายทุนใหม่เพื่อรักษาหลักทรัพย์ของตน   ภาระดอกเบี้ยสูง กรณีจำนองกับนายทุนนอกระบบ อาจมีภาระดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคาร บางรายดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ยิ่งส่งผลกระทบให้ลูกหนี้ไม่สามารถปลดหนี้ได้ เพราะยอดเงินที่ชำระในแต่ละเดือน ไม่สามารถลดเงินต้นได้เลย ได้แต่ส่งดอกอย่างเดียว การขายฝากถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดภาระ หรือแบ่งเบาปัญหาด้านการเงินให้กับหลายคนได้ เพราะไม่เพียงแต่ “ได้รับวงเงินเพิ่ม” อย่างรวดเร็ว ยังสามารถช่วย “ลดภาระดอกเบี้ย” สำหรับคนที่มีภาระหนี้เดิม ก็สามารถปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง และเหลือเงินไปใช้จ่ายส่วนอื่นได้อีกด้วย หากมีการวางแผน หรือได้รับคำปรึกษาที่ดีจากผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้คำแนะนำและดูแลตลอดระยะสัญญา ด้วยประสบการณ์ 3 ปี สมาร์ทฟินน์ ขอรวบรวมข้อดีจากการเปลี่ยนจำนองมาเป็นขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ ว่ามีข้อแตกต่างอย่างไร   “ ดอกเบี้ยต่ำ วงเงินสูง ” ดูแลให้คำปรึกษา ติดตามตลอดสัญญา    สมาร์ทฟินน์เป็นตัวกลางดูแลทั้งผู้ขายฝากและนักลงทุน สบายใจทั้ง 2 ฝ่ายเมื่อใช้บริการสมาร์ทฟินน์ ผู้ขายฝาก หมดห่วงเรื่องยึดหลักหรัพย์ มีการดูแลติดตาม ดูแลให้คำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด นักลงทุน หมดกังวล ไม่มีภาระต้องติดตามผู้ขายฝากเอง Tips : สำหรับผู้ขายฝาก ต้องมีวินัยในการเก็บเงิน และวางแผนการเงินระยะยาว เพื่อไถ่ถอนหลักทรัพย์ตามกำหนดสัญญา     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ประสบการณ์จริงจากผู้ขายฝาก กับ Smartfinn

ประสบการณ์ผู้ขายฝาก : คุณสัจเกษม         คุณสัจเกษม ผู้ขายฝากกับทาง Smartfinn เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาทางการเงิน นำเงินไปหมุนในธุรกิจทัวร์ของตนและช่วยเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กลับมาดีขึ้น หลังจากที่เจอสถานการณ์วิกฤตช่วง โควิด-19 จึงต้องการให้ธุรกิจนั้นมีเงินหมุนเวียนที่คล่องตัว   รู้จักกับทาง Smartfinn ได้อย่างไร         รู้จักกับทาง Smartfinn จากการค้นหาคำว่า ขายฝากผ่านช่องทาง Google และลงทะเบียนข้อมูลไว้ในเว็บไซต์ของสมาร์ทฟินน์   ก่อนที่จะใช้บริการกับ Smartfinn เจอปัญหาการเงินอะไรมาบ้าง         สถานะการเงินที่ผ่านมา คือ ปลอดภาระ ไม่มีหนี้ แต่เนื่องจากช่วงโควิด-19 ส่งผลให้รายได้ลดลง มีทำเรื่องยื่นกู้กับทางธนาคารแต่ไม่ผ่าน เพราะ statement ไม่สวย และตนเองมีความจำเป็นต้องรีบใช้เงินด่วนมาก จึงนำหลักทรัพย์ประเภทคอนโดฯมาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์   ต้องการนำเงินไปทำอะไร         ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากเป็นธุรกิจทัวร์ท่องเที่ยว ซึ่งมีรายจ่ายคงที่ หมุนเงินไม่ทัน ไม่สามารถจ่ายค่าจ้างให้พนักงานในบริษัทได้ จึงต้องการนำเงินไปหมุนเวียนธุรกิจให้กลับมาฟื้นตัวดีขึ้นและนำเงินมาจ่ายค่าจ้างแก่พนักงาน   เหตุผลที่เลือกขายฝากกับ Smartfinn         หาข้อมูลผ่านช่องทาง Google เมื่อดูเปรียบเทียบแล้ว สมาร์ทฟินน์ดอกเบี้ยใกล้เคียงกับทางธนาคารที่สุด โดยดอกเบี้ยต่ำเพียง 0.75% ต่อเดือน ใช้เพียงแค่หลักทรัพย์ที่นำมาขายฝากเท่านั้นและไม่เช็คเครดิตบูโร ตนเองมีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน จึงปรึกษาโทรคุยกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำและคำปรึกษาที่ดี จึงตัดสินใจเลือกใช้บริการกับสมาร์ทฟินน์ ได้เงินรวดเร็วมาก สะดวก และปลอดภัย     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

เมื่อเส้นทางพลิก ธุรกิจต้องรอด ขายฝากช่วยคุณได้

เมื่อเส้นทางพลิก ธุรกิจต้องรอด ขายฝากช่วยคุณได้   วิกฤตโควิดยังไม่ทันจาง หลายจังหวัดต้องเจอกับภาวะน้ำท่วมซ้ำอีก ผู้ประกอบการหลายๆ คนคงเลือกที่จะเซฟตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อลดการบาดเจ็บ ไม่ผลีผลามลงทุนหรือขยายธุรกิจเพิ่มในตอนนี้ นอกจากธุรกิจท่านจะสวนกระแส มาแรงจริงๆ หรือบังเอิญได้ดีลธุรกิจที่ดี และราคาดีจริง   อย่างไรก็ดี หากคุณกำลังมองหาแหล่งเงินทุนเพื่อเสริมธุรกิจ หรือต้องการสต๊อกเงินมาหมุนธุรกิจต่อ สมาร์ทฟินน์เป็นทางเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม แหล่งเงินทุนเสริมธุรกิจ ด้วยการขายฝากอย่างปลอดภัย   ขายฝากช่วยอะไรคุณได้บ้าง ช่วยให้คุณผ่านพ้นช่วงวิกฤต ที่ค่าใช้จ่ายมาจ่อและรอไม่ได้ สมาร์ทฟินน์ช่วยคุณแก้ปัญหานี้ได้ทันเวลา และหลังจากนั้น ควรมีการวางแผน อุดรูรั่วเหล่านั้น และหากรายรับยังคงมากกว่ารายจ่าย ต้องหาให้เจอและจำกัดรายจ่ายให้ได้ก่อน และเสริมช่องทางเพิ่มรายได้ แต่ถ้ายังเพิ่มรายรับไม่ได้ต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อให้รายจ่ายน้อยกว่ารายรับให้ได้   เมื่อมีปัญหาขาดสภาพคล่อง ไม่รู้จะหันไปหาใครดี อย่าคิดพึ่งเงินกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยแพง แถมเสี่ยงอีกต่างหาก ปรึกษาสมาร์ทฟินน์สิคะ ดอกเบี้ยเพียง 9% ต่อปี บริษัทฯ มีที่ตั้งที่ทำการที่ชัดเจน เพียงทำตามขั้นตอนคือ แอดไลน์ @smartfinn แล้ว ส่งโฉนดหน้า-หลัง และฝากเบอร์ติดต่อกลับ เจ้าหน้าที่จะสอบถามข้อมูลเบื้องต้น เช่น ภาระหนี้เดิมที่มี หรือจำนวนเงินที่ต้องการ วัตถุประสงค์ของการนำเงินไปใช้ ฯลฯ หลังจากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการประเมินหลักทรัพย์ เมื่อทราบผล ตกลงราคารับซื้อฝาก-ขายฝากกันได้ ก็นัดวันทำธุรกรรมที่ที่ดิน พร้อมรับเงินหน้างานวันนั้นเลย ไม่ยุ่งยาก ติดต่อผ่านบริษัทฯ ปลอดภัย ไร้กังวล มีปัญหาปรึกษาได้ตลอดสัญญา ประวัติผลงานดูแลผู้ขายฝากมากกว่า 600 ราย   เมื่อผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปแล้ว ต้องตั้งสติและทบทวนว่าธุรกิจที่ทำอยู่นั้น ไปต่อได้หรือไม่ มีทางใดที่จะทำให้เติบโตไปได้มากกว่านี้ หรือใช้เทคโนโลยีมาช่วยพัฒนา ต่อยอดให้ดีขึ้นได้มั้ย มีใครที่จะสามารถมาช่วยเสริมให้ธุรกิจดีขึ้นได้บ้าง และถ้าต้องนำเงินสำรองที่มีอยู่ไปถมต่อไป   จะมีโอกาสในการได้เงินต้นคืนหรือพลิกฟื้นธุรกิจได้หรือไม่ ใช้เวลานานเพียงใดต่างๆ เหล่านี้ เป็นแนวคิดที่สมาร์ทฟินน์นำมาฝากท่านที่ทำธุรกิจ SMEs ทุกท่านค่ะ ใช่ว่าวิกฤตมาแล้วจะแย่ไปทุกอย่างนะคะ หลายธุรกิจก็เติบโตได้แบบหลายร้อยเท่าตัวก็มี เพียงแต่คุณอย่าเก็บตัวค่ะ เปิดโลกทัศน์ ปรับมุมมอง อุดช่องโหว่ทางธุรกิจ ด้วยหาทีมมาเสริมในจุดที่อ่อน กับเตรียมสต๊อกเงินตุนไว้ เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้สรรพกำลังก็อย่าพลาดโอกาสนั้น สู้ให้สุดกำลัง เป็นกำลังใจให้ทุกท่านฝ่าฝันช่วงเวลานี้ไปให้ได้นะคะ #เสริมสภาพคล่องต้องสมาร์ทฟินน์     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn      

อ่านต่อ >>

ขายฝากอย่างไร ไม่ให้โดนโกง

ขายฝากอย่างไร ไม่ให้โดนโกง   เมื่อชีวิตถึงทางตัน ความที่ต้องรีบใช้เงิน เพราะจวนตัว อาจทำให้คุณด่วนตัดสินใจด้วยคำโฆษณาชวนเชื่อ “เงินด่วน อนุมัติเร็ว ดอกเบี้ยต่ำ” ซึ่งเป็นคำที่จูงใจ แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ เงินด่วน คือ สินเชื่อบุคคล ดอกเบี้ยร้อยละเท่าไรต่อปี หรือ “ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 1.25% ต่อเดือน” หรือ 15% ต่อปีก็จริง แต่มีค่าอนุมัติ ค่าเดินเรื่อง ฯลฯ ที่ไม่แจ้งหน้าเว็บอีกหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ที่ผู้ขายฝากควรต้องสอบถามให้ละเอียด   หรืออีกประการหนึ่งคือ มองหาตัวช่วยที่เป็นสถาบันหรือรูปแบบบริษัทฯ ที่มีที่ตั้งที่ทำการชัดเจน เช็คประวัติกับกระทรวงพาณิชย์ หรือ DBD ว่ายังเปิดให้บริการอยู่   เว็ปไซด์เต็มรูปแบบ บางที่ จะเป็นเว็ปไซด์หน้าเดียวทำจากโปรแกรมสำเร็จรูป แต่ใส่ข้อมูลทุกอย่าง ภาพไม่สมบูรณ์ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าบ้าง สี่เหลี่ยมจัตุรัสบ้าง เป็นอีกช่องทางที่ผู้ไม่ประสงค์ดี เข้ามาหารายได้เพียงชั่วคราว แล้วสักพักก็ปิดเว็ปหายไป     มีที่อยู่และเบอร์ติดต่อที่ชัดเจน กรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา ถ้าตรงไปตรงมา สุจริตใจ เจ้าของเว็ปจะแสดงแจ้งชื่อชัดเจน เบอร์ติดต่อที่ทำการที่ชัดเจน แต่ถ้าจะให้ชัวร์ว่ามีที่ทำการที่ติดตามได้ ควรมีเบอร์ 02 หรือเบอร์สำนักงานที่ติดต่อได้ด้วย แสดงถึงการมีหลักแหล่ง ที่ตั้งที่ทำการที่เปิดเผยได้ แต่ถ้าหากมีแค่เบอร์มือถืออย่างเดียว ให้ตัดทางเลือกนี้ทิ้ง     ประวัติหรือผลงานที่ผ่านมา อย่าเชื่อแค่รีวิวในเวปไซต์นั้นเด็ดขาด เพราะคุณไม่อาจทราบได้ว่า รูปที่นำมาลงนั้น เป็นเจ้าของเว็ปจริงหรือไม่ คนที่มาพูดแนะนำว่าเคยใช้บริการนั้น เป็นบุคคลที่ถูกสมมุติขึ้นมาเฉพาะเหตุการณ์นี้ เว็ปนี้หรือปล่าว ***สิ่งที่ควรดู คือ บริษัทฯ นั้นจดจัดตั้งบริษัท เปิดดำเนินการมาเมื่อไร มีใครในสังคมพูดถึง หรือให้การรับรองบ้าง หรือเคยออกสื่อทางช่องทางไหน อย่างไรบ้าง     หากได้ตรวจสอบทั้ง 3 ข้อนี้ ก็จะเพิ่มความเชื่อมั่นในการเลือกใช้บริการได้อีกขั้นหนึ่ง เพื่อสิทธิประโยชน์ และความปลอดภัยของตัวคุณเอง     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ทรัพย์เลยกำหนดไถ่ถอน (หลุดขายฝาก) ควรทำเช่นไร

ทรัพย์เลยกำหนดไถ่ถอน (หลุดขายฝาก) ควรทำเช่นไร   “ ทรัพย์หลุด ” จากการทำสัญญาขายฝาก เป็นปัญหาคาใจของเจ้าทรัพย์ ที่อดหวาดระแวงไม่ได้ แต่......สามารถป้องกันได้ ถึงกระนั้น ก็ยังมีปัจจัยที่ไม่อาจควบคุมได้เช่นกัน โดยแยกเป็น 2 ปัจจัย คือ   ปัจจัยภายนอก : ติดต่อผู้ซื้อฝากไม่ได้ หรือผู้ซื้อฝากเบี้ยวนัด ไม่มาปรากฏตัวให้ไถ่ถอนทรัพย์ เมื่อครบกำหนดตามสัญญา (แต่จากประสบการณ์ของผู้เขียน 80% นั้น จะกลับกันค่ะ) ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ซื้อฝากตามหาผู้ขายฝากมากกว่า สมมุติว่า ถ้าเป็นกรณีที่ผู้รับซื้อฝากไม่มา ในวันนัดหมายเพื่อทำสัญญาไถ่ถอน เมื่อเลยกำหนดตามวันที่ระบุในสัญญาแล้ว ***หากผู้ขายฝากต้องการหลักทรัพย์ของตนคืน ต้องทำการเจรจาต่อรอง เพื่อขอซื้อหลักทรัพย์นั้นกลับคืน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการตกลงกัน และเงื่อนไขที่รับกันได้ ว่าผู้ซื้อฝาก (เดิม) จะขายกลับให้ในราคาเท่าไร (ในกรณีนี้ หากไปเจอผู้รับซื้อฝากที่ไม่ซื่อตรง ผู้ขายฝากอาจถูกเอาเปรียบได้) ดังนั้น ผู้ขายฝาก ควรรู้วิธีรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้ก่อนทำการขายฝาก เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์ทางทรัพย์) สามารถศึกษาวิธีรับมือกรณีผู้รับซื้อฝากไม่ยอมมาทำสัญญาได้ ในบทความ “ขายฝาก ทำไงไม่ให้สัญญาขายฝาก หลุด?” และบทความ การขายฝาก “เมื่อเจ้าหนี้วิ่งหนีลูกหนี้”   ปัจจัยภายใน : เกิดจากตนเอง เพราะไม่มีเงินมาไถ่ถอน ก่อนทำสัญญาเงินกู้ทุกประเภท ควรทบทวนความสามารถในการชำระหนี้ของตนเอง รวมทั้งความน่าเชื่อถือของแหล่งเงินกู้ด้วย กรณีที่เป็นบริษัทฯ หรือนิติบุคคล มีที่ตั้งที่ทำการที่ชัดเจน ทั้งการติดตามผลงาน การให้คำปรึกษาและบริการดูแลตลอดสัญญาจะเขื่อถือได้มากกว่าบุคคล ซึ่งหากผู้ขายฝากได้รับการติดต่อ ทวงถามก่อนครบสัญญาล่วงหน้า หากผู้ขายฝากยังไม่พร้อมไถ่ถอน เตรียมเงินแล้วแต่ยังไม่พอ ควรแจ้งความประสงค์และข้อขัดข้องให้บริษัทฯ ทราบ เพื่อช่วยหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป อย่ารอจนจวนเจียนจะครบกำหนดไถ่ถอนแล้ว จึงติดต่อกลับมา เพราะยิ่งเวลาเหลือน้อย ผู้ขายฝากจะยิ่งเสียเปรียบ และอาจจะทำให้ผู้ขายฝากเสียทั้งทรัพย์ และเสียสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของได้ สาเหตุจากตัวคุณเอง ไม่แจ้งข้อเท็จจริงให้ทราบล่วงหน้าเพื่อแก้สถานการณ์ได้ทันเวลา   ***ข้อควรปฏิบัติ*** กรณีที่ไม่ต้องการทรัพย์สินนั้นแล้ว ผู้ขายฝากควรหาทางขายหลักทรัพย์ ในราคาตลาดเพื่อปิดหนี้ และนำเงินสดส่วนที่เหลือไปทำธุรกิจ หรือนำไปใช้ในเรื่องที่จำเป็น เจรจา ขอขยายสัญญากับผู้รับซื้อฝาก โดยติดต่อกับบริษัทฯ หรือคนกลาง ให้ประสานงานให้ หากผู้รับซื้อฝากเดิม (กรณีเป็นคนรู้จักกัน ทำสัญญาเอง) ไม่ต่อสัญญาให้ ผู้ขายฝากควรหาผู้รับซื้อฝากรายใหม่ (หากผู้ขายฝาก ยังต้องการใช้ทรัพย์นั้นเป็นหน้าร้าน ที่ทำกินหรือพักอาศัย) ดังนั้น ทางออกที่ดี ก่อนครบกำหนดไถ่ถอน ควรเตรียมตัวล่วงหน้า อย่ารอให้ถึงวันครบกำหนดแล้วจึงจะหาทางแก้ปัญหาทีหลัง นอกจากจะแก้ไขไม่ทันการณ์แล้ว ยังจะต้องเจอกับค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเดิม และอาจจะต้องเสียทรัพย์ไปโดยปริยาย   อีกทางหนึ่งที่ช่วยได้ คือหาผู้ช่วยที่ไว้วางใจได้ ช่วยดูแลคุณและหลักทรัพย์ของคุณ สบายใจ ได้เงินหมุนธุรกิจ เดินต่อได้ กับสมาร์ทฟินน์ ผู้ช่วยส่วนตัวของผู้ขายฝาก ให้คุณวางใจได้เมื่อทรัพย์อยู่ในความดูแลจากเรา ด้วยมาตรฐานความเป็นบริษัทฯ คุณภาพ ดูแลผู้ขายฝากมากกว่า 500 ราย     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

ขายฝากอย่างฉลาด... โฉนดไม่มีหลุด

ขายฝากอย่างฉลาด... โฉนดไม่มีหลุด       ปัญหาหลักทรัพย์หลุดขายฝาก สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การเลือกนายทุนรับซื้อฝาก การทำสัญญา หรือหลังทำสัญญาไปจนถึงระยะไถ่ถอนหลักทรัพย์     ซึ่งขั้นตอนก่อนทำการขายฝาก สมาร์ทฟินน์ได้เคยให้คำแนะนำอย่างละเอียดในบทความก่อนหน้า สามารถอ่านได้ที่นี่ โดยบทความนี้เราจะกล่าวถึงขั้นตอนก่อนทำการขายฝากเพียงคร่าวๆ แต่จะกล่าวถึงกรณีภายหลังจากทำสัญญาขายฝากเรียบร้อยแล้ว คือระยะช่วงก่อนไถ่ถอนหลักทรัพย์   ก่อนขายฝากตรวจเช็ค 3 สิ่งให้ครบถ้วนเสียก่อน เงื่อนไขและข้อเสนอ เปรียบเทียบข้อเสนอ และเงื่อนไขของผู้รับซื้อฝากแต่ละราย โดยนำมาเปรียบเทียบเพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด ความน่าเชื่อถือของแหล่งเงินทุน ผู้รับซื้อฝากให้ข้อมูลติดต่อที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว เพราะการทำสัญญาขายฝากเป็นการทำสัญญาขั้นต่ำ 1 ปี ดังนั้นอย่างน้อยใน 1 ปีข้างหน้าเราจะยังสามารถติดต่อผู้รับซื้อฝากได้ ระเบียบวินัยในตนเอง ประเมินความสามารถและวินัยของตนเองด้วยว่าสามารถไถ่ถอนได้ทันตามกำหนดสัญญาหรือไม่ นำเงินที่ได้ ไปใช้ในเรื่องที่จำเป็นกับธุรกิจจริงๆ เท่านั้น   สามารถศึกษารายละเอียดข้อควรรู้และปฏิบัติก่อนการขายฝากเพิ่มเติมได้ที่บทความ 3 กฎเหล็กต้องจำ ก่อนนำหลักทรัพย์ขายฝาก   ระหว่างขายฝาก เช็คข้อมูลสัญญา จดบันทึกให้เรียบร้อย     ในขั้นตอนนี้ภายหลังการทำสัญญาขายฝากเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้ผู้ขายฝากจดบันทึก หรือตั้งแจ้งเตือนไว้ล่วงหน้าก่อนหมดสัญญาเนิ่นๆตั้งแต่ 6 เดือน 3 เดือนเพื่อเตือนตนเองว่าใกล้ครบกำหนดสัญญา     แต่ในขณะเดียวกันทางนายทุนผู้รับซื้อฝาก มีหน้าที่ตามที่กฏหมายกำหนดคือการทำหนังสือแจ้งเตือนผู้ขายฝากล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อให้ผู้ขายฝากได้มีโอกาสได้เตรียมตัว/ตื่นตัวในการรวบรวมเงินเพื่อมาไถ่ถอนหลักทรัพย์กลับคืนให้ทันตามกำหนด   ก่อนไถ่ถอนแยกเป็น กรณีมีเงินไถ่ หรือประเมินแล้วว่า ไม่มีเงินไถ่ กรณีมีเงินพร้อมไถ่ถอน     ให้ทำการนัดหมายวันและเวลากับผู้รับซื้อฝากเพื่อไถ่ถอนหลักทรัพย์ตามที่ตกลงกันไว้ ตามปกติแล้วทั่วไปเราจะไม่พบปัญหาจากการที่ผู้ขายฝากมีเงินมาไถ่ถอนกันเท่าไหร่นัก แต่ปัญหาที่จะเกิดขึ้นมักเป็นกรณีที่ผู้รับซ์้อฝากไม่มาให้ไถ่ถอน แยกเป็น 2 กรณี ผู้รับซื้อฝากมาไถ่ถอน เตรียมเงินสินไถ่มาให้ครบถ้วน พร้อมเอกสารแสดงตัวตนเพื่อทำธุรกรรมโอนกรรมสิทธิ์หลักทรัพย์กลับคืน ผู้รับซื้อฝากไม่มาไถ่ถอน     กรณีที่ผู้ขายฝากพร้อมจะชำระหนี้ไถ่ถอนตามสัญญา แต่ผู้รับซื้อฝากกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับชำระหนี้ ซึ่งจะมีผลทำให้ทรัพย์สิน หรือที่ดินที่ขายฝากนั้นตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากทันที ไม่รู้จะทำยังไง เงินก็มีพร้อมไถ่ถอนตามกำหนด แต่หาคนรับซื้อไม่เจอ ติดต่อไม่ได้     วิธีแก้ปัญหา คือ ให้เอาเงินสินไถ่ไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์ กรมบังคับคดีนะคะ อย่าปล่อยให้ผ่านเลยวันสิ้นสุดสัญญา โดยผลของการวางทรัพย์ ภายในกำหนดสัญญา จะทำให้ลูกหนี้ หลุดจากหนี้ที่ต้องชำระ ในที่นี้ก็หมายถึงที่ดินของเราก็จะไม่ตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากอีกต่อไป     การแก้ปัญหาโดยวิธีวางทรัพย์นี้มีคนรู้กันน้อยมาก ซึ่งทำให้ผู้ขายฝากเหล่านั้นต้องเสียที่ดินให้กับผู้รับซื้อฝากไป ดังนั้นควรนัดหมายหรือติดต่อผู้รับซื้อฝากตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ทันกำหนดสัญญา   กรณีไม่มีเงินไถ่ถอน ยังต้องการหลักทรัพย์คืน ให้รีบดำเนินการเจรจากับผู้รับซื้อฝาก เพื่อขอขยายสัญญาต่อ โดยขั้นตอนขยายสัญญา ขึ้นอยู่กับข้อตกลงใหม่ระหว่างผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก ไม่ต้องการหลักทรัพย์คืน ให้ผู้ขายฝากเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ โดยแนะนำให้หาทางขายหลักทรัพย์และนำเงินมาไถ่ถอนให้กับผู้รับซื้อฝาก เพราะการขายหลักทรัพย์จะทำให้ท่านได้ราคาตามที่ต้องการ หลังจากไถ่ถอนหลักทรัพย์แล้วจะยังมีเงินก้อนเหลือเป็นทุนได้อีก   ไม่แนะนำให้ผู้ขายฝากละเลย ปล่อยหลักทรัพย์ให้เสียกรรมสิทธิ์ไปตามวันสิ้นสุดสัญญา เพราะวงเงินที่ได้รับตอนขายฝากนั้นไม่ใช่วงเงิน 100% ของมูลค่าหลักทรัพย์จริง จะทำให้ผู้ขายฝากเสียโอกาสและกำไรจากหลักทรัพย์ที่นำไปขายฝาก โดยสามารถศึกษารายละเอียดการขายฝากก่อนขายจริงที่นี่     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

3 กฎเหล็กต้องจำ ก่อนนำหลักทรัพย์ขายฝาก

    การขายฝาก คือ การซื้อขายทรัพย์สินประเภทหนึ่ง (การทำธุรกรรมการกู้ยืมเงินรูปแบบหนึ่งโดยใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน) ก่อนการตัดสินใจกู้ยืมเงินไม่ว่าประเภทใด ควรทำความเข้าใจและศึกษารายละเอียดอย่างครบถ้วน เนื่องจากธุรกรรมแต่ละประเภท มีกฎหมายควบคุมที่แตกต่างกันไป       ข้อผิดพลาดของคนจำนวนมากที่เกิดจากการกู้ยืมเงิน มักมาจากการตัดสินใจที่เร่งด่วน เพราะรีบใช้เงิน ไม่ทันได้ปรึกษาหรือเปรียบเทียบข้อมูลที่ดีพอ ก่อให้เกิดผลเสียที่ตามมาระยะยาว คือ ดอกเบี้ยที่สูงเกินกำลังจะจ่ายไหว วงเงินที่ได้รับ ต่ำกว่าความเป็นจริง กำหนดกรอบระยะเวลาคืนเงินที่สั้นเกินไป เป็นต้น   กฎเหล็กข้อที่ 1 เงื่อนไขและข้อเสนอ     สอบถามรายละเอียด เงื่อนไขของการขายฝาก เปรียบเทียบข้อมูลแหล่งทุนอย่างละเอียด เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด และเหมาะสมกับตนเอง โดยประเด็นหลักๆ ที่ควรนำมาเปรียบเทียบ ได้แก่   1. อัตราดอกเบี้ย     สอบถามอัตราดอกเบี้ยของแต่ละที่ เปรียบเทียบโดยจัดลำดับข้อเสนอที่ดีที่สุด ทั้งนี้ควรตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้มั่นใจว่า อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับ เป็นไปตามกฎหมาย และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ อัตราดอกเบี้ยที่ต่างกันแค่ 1 หรือ 2 % หากคำนวณให้ดีแล้ว จำนวนเงินจะต่างกันพอควร เช่น เงินต้น 1,000,000 (หนึ่งล้านบาท) หากได้อัตราดอกเบี้ยที่ 8% ต่อปี = 80,000 บาท     แต่ถ้า “ 1,000,000 (หนึ่งล้านบาท) อัตราดอกเบี้ยที่ 10% ต่อปี = 100,000 บาท จะเห็นได้ว่าดอกเบี้ย 2% ที่ต่างกันนั้น เป็นเงิน 20,000 บาท ทีเดียว ซึ่งเงินตรงส่วนนี้สามารถนำไปจ่ายค่าใช้จ่ายที่จำเป็นได้ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือซื้อของใช้จำเป็นในบ้านได้อีกหลายเดือน     2. วงเงินที่ได้รับ นำข้อเสนอและวงเงินที่ได้รับจากแต่ละที่มาเปรียบเทียบ ซึ่งขั้นตอนนี้อาจไม่ใช่ส่วนที่สำคัญที่สุด เนื่องจาก วงเงินควรเป็นไปตามความต้องการที่แท้จริง ผู้ขายฝากสามารถเลือกแหล่งเงินทุนที่ให้ดอกเบี้ยต่ำ แต่วงเงินไม่ต้องสูงที่สุดก็ได้ เมื่อเทียบกับแหล่งทุนที่อื่น เพียงแค่ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายและวงเงินที่ต้องการ บวกกับความสามารถในการไถ่ถอนหรือใช้คืน   3. ระยะเวลาของสัญญา ระยะเวลาสัญญา ต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด #กฎหมายขายฝากฉบับใหม่ 16 เมษายน 2562 ระยะเวลาครบสัญญาไถ่ถอน ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปี   กฎเหล็กข้อที่ 2 ความน่าเชื่อถือของแหล่งเงินทุน     เนื่องจากการทำธุรกรรมขายฝากนั้น เป็นการกู้ยืมเงินที่ให้บริการโดยบุคคล บริษัทหรือนิติบุคคลทั่วไปได้ ยกเว้นสถาบันการเงิน (ธนาคาร) ดังนั้นจึงควรตั้งคำถามหลักๆ ดังนี้   1. ชื่อผู้ติดต่อ ประสานงานสามารถยืนยันและตรวจสอบแหล่งที่มาได้ หากเป็นบุคคลทั่วไป ควรสอบถาม ชื่อ-นามสกุล แหล่งที่มาของบุคคลนั้นๆ ชื่อเสียงและประสบการณ์ในอดีต พร้อมเอกสารแสดงตัวตนประกอบ เพื่อตรวจสอบว่าบุคคลที่พูดคุยนั้นมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ (ตามสำมะโนประชากร หรือทะเบียนราษฎร์) ต้องเป็นผู้ที่มีหลักแหล่ง มีที่อยู่ที่ชัดเจน สามารถติดต่อประสานงานได้   ถ้ากรณีแหล่งเงินทุนเป็นบริษัทฯ หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนการค้า ถือว่ามีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง**เพราะมีสถานที่ตั้ง สถานประกอบการที่ชัดเจน ตรวจสอบชื่อเสียงได้ และหากย้ายหรือเปลี่ยนที่ทำการ ก็สามารถติดต่อประสานงานหรือขอความช่วยเหลือในอนาคตได้   2. ทบทวนผลงานที่ผ่านมา โดยดูจากจำนวนผลงานที่ผ่านมา ระยะเวลาที่เปิดให้บริการ ความคิดเห็นหรือประสบการณ์ของผู้ที่เคยทำธุรกรรมด้วย ข้อเสนอที่ผู้ขายฝากได้รับ ตรงตามที่ได้โฆษณาไว้หรือไม่ มีเงื่อนไขอื่นๆ แต่ไม่ชี้แจงหรือแสดงหน้าเวปไซด์หรือปล่าว เพื่อป้องกันมิจฉาชีพหรือผู้หวังผลประโยชน์แอบแฝง     กฎเหล็กข้อที่ 3 ระเบียบวินัยทางการเงิน 1. ต้องมีความรับผิดชอบ และมีวินัยในตัวเอง  ประเมินความสามารถและวินัยของตนเองด้วยว่าสามารถไถ่ถอนได้ทันตามกำหนดสัญญาหรือไม่ นำเงินที่ได้ ไปใช้ในเรื่องที่จำเป็นกับธุรกิจจริงๆ เท่านั้น   2. รู้สิทธิ์ของตน ศึกษากฎหมายคุ้มครองผู้ขายฝากและสิทธิ์ของผู้ขายฝาก เพื่อป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ไม่หวังดี   มีผู้ขายฝากจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถไถ่ถอนทรัพย์หรือปิดหนี้ได้ ด้วยเหตุผลที่ละเลยกฎเหล็กทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมา บางคนก็เสียแหล่งทำมาหากินของตน เพราะจัดการระบบการเงินไม่ดีพอ ไม่สามารถเก็บเงินไถ่ถอนทรัพย์เป็นก้อนได้ ได้แต่ชำระดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ เท่านั้น #เพื่อลดปัญหาขายฝากหลุดสัญญา อย่าลืมยึดหลักตามกฎเหล็ก 3 ข้อนี้นะคะ   เงื่อนไขและข้อเสนอ ความน่าเชื่อถือของแหล่งเงินทุน ระเบียบวินัยในตนเอง       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

Checklist เตรียมตัวเพื่อไถ่ถอนขายฝาก

  เนื่องในโอกาสวันดีได้ไถ่ถอนหลักทรัพย์ทั้งที คงจะต้องเซ็งไปหากเตรียมตัวไว้ไม่พร้อม มาเช็คกันเถอะว่าคุณพร้อมที่จะไปไถ่ถอนหลักทรัพย์แล้วหรือยัง   สิ่งที่ผู้ขายฝากต้องเตรียม เอกสารคู่สัญญาขายฝาก เอกสารที่ทำร่วมกันกับผู้รับซื้อฝาก เอกสารบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน โดยนำไปทั้งฉบับจริงและสำเนา เงินต้นและสินไถ่ ให้เตรียมเงินส่วนนี้ไปเป็นเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คเท่านั้นเพื่อชำระต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ กรมที่ดิน   สิ่งที่ผู้รับซื้อฝากต้องเตรียม เอกสารคู่สัญญาขายฝาก เอกสารที่ทำร่วมกันกับผู้รับซื้อฝาก เอกสารบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน โดยนำไปทั้งฉบับจริงและสำเนา เตรียมโฉนดหลักทรัพย์ที่ทำสัญญาขายฝาก   *หมายเหตุ - เอกสารเพิ่มเติม* ๑. หนังสือมอบอำนาจ ท.ด.๒๑ - กรณีที่ไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง ๒. หนังสือยินยอมคู่สมรส และเอกสารคู่สมรสแนบท้าย - กรณีที่มีคู่สมรส   Tips : ค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนขายฝากที่ดิน - เบื้องต้นก่อนการไถ่ถอนจริง ผู้ขายฝากควรสอบถามกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ณ สาขาที่ต้องทำธุรกรรม ในส่วนของค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนขายฝาก       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ปัญหาที่ไม่อาจเลี่ยง วิธีฝ่าวิกฤตธุรกิจขาดสภาพคล่อง

ปัญหาที่ไม่อาจเลี่ยง วิธีฝ่าวิกฤตธุรกิจขาดสภาพคล่อง   จากบทความก่อนหน้าที่แนะนำการเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาขาดสภาพคล่องของธุรกิจ อย่างที่กล่าวไปว่าเงินนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญในการหมุนเวียน ใช้จ่าย ดำเนินกิจการ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเงินคือไม่มีทรัพย์สิน ในความเป็นจริงแล้ว ทรัพย์สินแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ ทรัพย์สินที่มีตัวตนอย่าง ที่ดิน โรงงาน เครื่องจักร ทรัพย์สินทางการเงิน เช่น เงิน หุ้น พันธบัตร หรือสุดท้าย ทรัพย์สินไม่มีตัวตน เช่น เครื่องหมายการค้า ความนิยมของสินค้าหรือกิจการ (แบรนด์)   ดังนั้นเมื่อปัญหาที่ใครก็ไม่อยากให้เกิดนั้น มิอาจหลีกเลี่ยงได้ เราก็ต้องมีวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านี้พร้อมอยู่เสมอ ก่อนอื่นเช็คลิสต์กันก่อนว่าเรา ธุรกิจหรือกิจการของเรานั้นมีอะไรในกำมือบ้าง   ทรัพย์สินที่มีตัวตน ลูกหนี้คงค้าง สินค้าคงคลัง สถานะทางการเงิน หรือ รายการเดินบัญชี รายจ่ายรอชำระ   เมื่อสำรวจแล้วก็จะสามารถแยกได้ว่าสิ่งใดที่เราสามารถทำเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาขณะนี้ไว้ก่อนได้บ้าง มาเริ่มกันที่   1. ทรัพย์สินที่มีตัวตน อย่างที่ดิน โรงงาน ที่อยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้ล้วนมีมูลค่าในตัวเอง ซึ่งสามารถนำมาเป็นแหล่งเงินทุนได้ โดยสามารถตัดสินใจได้ว่าต้องการขายขาดหรือระยะสั้นเท่านั้น   การบริหารทรัพย์สินระยะสั้น ในกรณีที่ต้องการนำมาหมุนในช่วงเวลานึง เพื่อเปลี่ยนทรัพย์สินเป็นทุนหมุนเวียน โดยเรายังมีอำนาจการพักอาศัย ใช้สอย หรือใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้น อย่างการ “ขายฝาก”   ขายฝากคืออะไร อธิบายให้เข้าใจง่ายๆนั่นคือการจำนำโฉนดที่ดิน การนำโฉนดที่ดินไปจำนำกับนายทุนเพื่อรับเงินมาใช้จ่ายหมุนเวียน ซึ่งหากสนใจการขายฝากหลักทรัพย์ ก็สามารถขายฝากได้ที่ บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด หรือที่ใครๆรู้จักในชื่อว่า SMARTFINN เป็นแพลตฟอร์มขายฝาก ที่ผู้ขายฝากได้พบปะนักลงทุน เป็นมืออาชีพด้านหาเงินทุนให้ลูกค้าได้รับคู่สัญญาและข้อตกลงที่ดีที่สุด   2. เร่งรัดเก็บหนี้สินคงค้างจากลูกหนี้เหลือ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายหมุนเวียนในกิจการต่อไป   3. บริหารสินค้าคงคลังให้เกิดประโยชน์ เหมาะสมกับความต้องการของผู้ซื้อ เร่งจัดการสินค้าคงค้างไม่ปล่อยให้ตุน หรือตายอยู่ในคลังนานเกินไป   4. หากกิจการนั้นมีรายการเดินบัญชีหรือสถานะทางการเงินที่ดี ดูสวยงาม แนะนำเลย! ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับกิจการประเภทนี้เลย โดยการให้นำพากิจการไปพึ่งสถาบันการเงินในรูปแบบการกู้ยืมเงินระยะสั้น มาใช้จ่ายหมุนเวียนชั่วคราวก่อน   5. จัดการรายจ่ายรอชำระ ให้ดำเนินการยืดระยะเวลา หรือเจรจาประณีประณอมก่อนในเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เสียประวัติทางการเงิน ซึ่งอาจส่งผลไม่ดีต่อธุรกิจในระยะยาว   เช็คลิสต์เหล่านี้สามารถนำมาใช้ได้ทั่วไปไม่เฉพาะว่าธุรกิจกำลังพบปัญหาการขาดสภาพคล่องเท่านั้น เป็นการเสริมความราบรื่นให้กับธุรกิจได้มากขึ้น       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

เตรียมความพร้อมธุรกิจรับมือปัญหาขาดสภาพคล่อง

เตรียมความพร้อมธุรกิจรับมือปัญหาขาดสภาพคล่อง   การทำธุรกิจและปัญหาขาดสภาพคล่องมักเป็นของคู่กัน ซึ่งสามารถเกิดได้จากปัจจัยหลายๆอย่างทั้งภายในและภายนอก เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของคู่แข่งในตลาด และแน่นอนว่าจะนำมาซึ่งผลกระทบต่อธุรกิจไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการบริหารกิจการขณะนั้น   การเตรียมตัวที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแม้ว่าวันหนึ่งที่ธุรกิจนั้นมาถึงจุดขาดสภาพคล่องก็ตาม แต่ผลกระทบที่ตามมานั้นไม่ได้มากเสียจนไม่สามารถกอบกู้หรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้เลย และหากว่าธุรกิจดำเนินไปได้ด้วยดี ปราศจากปัญหาการขาดสภาพคล่องนั่นยิ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับเจ้าของกิจการอย่างแน่นอน   เงินนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญในการหมุนเวียน ใช้จ่าย ดำเนินกิจการ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเงินคือไม่มีทรัพย์สิน ในความเป็นจริงแล้ว ทรัพย์สินแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ทรัพย์สินที่มีตัวตน อย่าง ที่ดิน โรงงาน เครื่องจักร ทรัพย์สินทางการเงิน เช่น เงิน หุ้น พันธบัตร หรือสุดท้าย ทรัพย์สินไม่มีตัวตน เช่น เครื่องหมายการค้า ความนิยมของสินค้าหรือกิจการ (แบรนด์)   สำหรับเจ้าของกิจการบางคนแล้วอาจมีครบทั้ง 3 ประเภทเลยก็ว่าได้ ดังนั้น มาเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหาขาดสภาพคล่องกันดีกว่า! การเตรียม/ออมเงินสำรอง การบริหารลูกหนี้ - เร่งรัดเก็บหนี้สินตามกำหนดอย่างครบถ้วน การจัดการสินค้าคงคลัง - ไม่ให้สินค้าตายหรือเหลือค้างในคลัง การบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดูแลรายรับ-รายจ่าย ด้วยความรอบคอบและถูกต้อง   เป็นวิธีเตรียมพร้อมเบื้องต้นเพื่อไม่ให้นำมาสู่ปัญหาขาดสภาพคล่องของธุรกิจ แต่เมื่อปัญหามิอาจหลีกเลี่ยงได้ จะแก้ปัญหาได้ก็ต้องไตร่ตรอง วิเคราะห์ถึงที่มาของปัญหาก่อน และดูว่ามีวิธีการจัดการกับปัญหาขาดสภาพคล่องได้อย่างไรบ้าง ที่นี่     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

สรุปกฎหมายขายฝากฉบับใหม่ พ.ศ. 2562

สรุปกฎหมายขายฝากฉบับใหม่ พ.ศ. 2562   จากพระราชบัญญัติที่ประกาศล่าสุด กรมที่ดินได้มีการจัดทำสรุปคำแนะนำเกี่ยวกับการขายฝากสำหรับผู้ขายฝาก และผู้ซื้อฝาก ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 เผยแพร่ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประชาชนที่ทำการขายฝาก ดังนี้     แหล่งที่มา: กรมที่ดิน ฝ่ายประชาสัมพันธ์   ซึ่งใจความสำคัญหลักของกฎหมายขายฝากฉบับใหม่ ณ วันที่ 15 เมษายน 2562 มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้คุ้มครองผู้ขายฝากที่ดินให้ได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น เข้าใจง่าย ดังนี้   สัญญาขายฝากต้องมีระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี สามารถไถ่ถอนก่อนเวลาได้ หากเกินเวลา สามารถซื้อคืนได้ในราคาที่ตกลงกัน ผู้ขายฝากสามารถอาศัย ใช้สอยจากหลักทรัพย์ที่ขายฝากได้ถึงวันสิ้นสุดการไถ่ หากผู้ขายฝากต้องการขยายเวลาไถ่ถอน ต้องตกลงกับผู้ซื้อฝากและทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อ 2 ฝ่าย มาดำเนินการต่อหน้าเจ้าหน้าที่ หากผู้ขายฝากไม่สามารถชำระสินไถ่ให้กับผู้ซื้อฝากได้ ซึ่งไม่ใช่ความผิดของผู้ขายฝาก ให้ผู้ขายฝากทำการวางทรัพย์ต่อสำนักงานวางทรัพย์หรือสำนักงานที่ดินทุกจังหวัด หรือจังหวัดที่จดทะเบียนขายฝาก ได้ภายใน 30 วันจากวันที่กำหนด ผู้ซื้อฝากมีหน้าที่แจ้งวัน เวลา และจำนวนสินไถ่ โดยแจ้งรายละเอียดการไถ่กับบุคคลใด ที่ไหน พร้อมแนบสำเนาสัญญาขายฝาก เป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ที่ระบุในสัญญาขายฝาก หากไม่มีการแจ้งผู้ขายฝากสามารถขยายเวลาการไถ่ไปได้ไม่เกิน 6 เดือน การจดทะเบียนไถ่ และใช้สิทธิไถ่เป็นคนละส่วน ว่าง่ายๆก็คือ เมื่อใช้สิทธิไถ่แล้วค่อยมาจดทะเบียนไถ่ตามหลังได้ (ตามข้อที่ 4) โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ห้ามเกินกำหนดสัญญา เมื่อชำระค่าสินไถ่แล้ว กรรมสิทธิ์ถือเป็นของผู้ขายฝากทันที โดยนำหลักฐานการไถ่ หรือการวางทรัพย์ พร้อมหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อจดทะเบียนไถ่ฝ่ายเดียวได้ กรณีไม่มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ให้นำหลักฐานการวางทรัพย์มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่ออายัดทรัพย์ได้ทันที ป้องกันมิให้มีการทำนิติกรรมต่อไป หากผู้ซื้อฝากไม้ได้ทำการแจ้งตามข้อ 5 แต่ผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนภายใน 6 เดือนหลังจากวันครบกำหนด ให้ผู้ซื้อฝากทำหลักฐานการไถ่ซึ่งระบุชัดเจนว่ามีการไถ่ถอน ณ วันที่ใดและยินยอมให้ไถ่ถอนได้ พร้อมรับรองว่าผู้ซื้อฝากมิได้ทำหนังสือแจ้งผู้ขายฝากเรื่องวันครบกำหนด   ทั้งนี้ผู้ขายฝากควรศึกษารายละเอียดกฎหมายการขายฝากฉบับใหม่ให้ถี่ถ้วน เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและไม่เป็นการเปิดโอกาสให้แก่ผู้ซื้อฝากที่ต้องการเอาเปรียบ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝาก VS ซื้อฝาก ในแบบสมาร์ทฟินน์

ขายฝาก VS ซื้อฝาก ในแบบสมาร์ทฟินน์   ในบทความนี้จะกล่าวถึงผู้ซื้อฝากและผู้ขายฝากในแบบสมาร์ทฟินน์ ทำไมต้องในแบบของสมาร์ทฟินน์ เนื่องจากเงื่อนไขของผู้ซื้อฝากมีแตกต่างกันไป จึงมีกฎร่วมกันระหว่างผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากผ่านสมาร์ทฟินน์   โดยผู้ซื้อฝากหรือนักลงทุนที่ต้องการลงทุนผ่านสมาร์ทฟินน์ ได้ยอมรับในเงื่อนไขและข้อตกลงร่วมกันที่มีนโยบายคือ แพลตฟอร์มขายฝากอสังหาฯ อันดับหนึ่ง สมาร์ทฟินน์ ช่วยลดช่องว่างการขายฝากที่ไม่เป็นธรรม มีมาตรฐาน เป็นกลางในทุกสัญญา ในบทความ ทำไมต้องขายฝากกับสมาร์ทฟินน์     ผู้ขายฝากในแบบสมาร์ทฟินน์ สำหรับสมาร์ทฟินน์ จะไม่ทำการตรวจเช็คเครดิตบูโร หรือรายการเดินบัญชี เพราะเราเข้าใจ SMEs การทำธุรกิจมักมีช่วงเวลาที่ต้องใช้จ่ายมากในบางครั้ง แต่ไม่สามารถขอกู้เงินกับทางสถาบันการเงินได้ เพื่อให้ได้รับเงินก้อนภายใต้ดอกเบี้ยที่เป็นธรรม เพียงมีหลักทรัพย์เป็นของตนเองก็สามารถเป็นผู้ขายฝากผ่านสมาร์ทฟินน์ได้ ซึ่งมั่นใจได้ว่าการขายฝากผ่านสมาร์ทฟินน์นั้น สามารถได้รับข้อเสนอดอกเบี้ยที่ดีที่สุดเพียง 0.75% ต่อเดือน พร้อมทั้งวงเงินสูงถึง 70% ของราคาประเมิน   ผู้ซื้อฝากในแบบสมาร์ทฟินน์ ผู้ซื้อฝากในแบบสมาร์ทฟินน์ สามารถสบายใจได้ทุกขั้นตอน เนื่องจากหลักทรัพย์ทุกรายการ มีการตรวจสอบตามขั้นตอน ที่มั่นใจได้ว่าหลักทรัพย์ที่ต้องการลงทุนนั้นเป็นโฉนดที่ดินโดยสมบูรณ์ โดยสามารถศึกษาได้จากบทความ ทำไมขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ต้องใช้โฉนดที่ดิน (น.ส. ๔) เท่านั้น หากสนใจเป็นนักลงทุนสามารถ ลงทะเบียนได้หน้าเว็บไซต์ และรอประมูลหลักทรัพย์เพื่อรับผลตอบแทนสูงถึง 9-12% ต่อปี โดยสามารถเลือกและตกลงกับผู้ขายฝากได้ด้วยตนเอง     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ทำไมต้องขายฝากกับสมาร์ทฟินน์

ทำไมต้องขายฝากกับสมาร์ทฟินน์   Smartfinn คือคนกลางที่จัดพื้นที่ให้พบปะระหว่างผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากอย่างเป็นธรรม   ผู้ขายฝาก คือ ผู้ที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นของตนเอง และมีความต้องการใช้เงินเร่งด่วน โดยมีข้อจำกัดด้านความสามารถในการกู้ผ่านสถาบันการเงิน ผู้ซื้อฝาก คือ ผู้ที่สนใจที่จะเพิ่มมูลค่าเงิน ด้วยการนำเงินมาลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ไม่ชอบความเสี่ยง และความยุ่งยาก   หากยังสงสัยความแตกต่างระหว่างผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากในแบบของสมาร์ทฟินน์ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ ขายฝาก VS ซื้อฝาก ในแบบสมาร์ทฟินน์     Smartfinn เป็นตัวกลางสร้างความยุติธรรมให้กับทั้ง 2 ฝ่าย   ผู้ขายฝาก Smart saver ลดภาระดอกเบี้ยขายฝากที่สูง เหลือเพียง 0.75% ต่อเดือน Smart revenue ราคารับขายฝากสูงสุดถึง 70% Smart contract สัญญาถูกต้องตามกฎหมาย ณ สำนักงานที่ดิน     ผู้ซื้อฝาก Smart choice มีอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูงค้ำประกัน Smart return อัตราผลตอบแทนสูง 9-12% ต่อปี Smart decision ประเมินทรัพย์สินโดยบริษัทประเมิน ที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต.   สมาร์ทฟินน์ ช่วยลดช่องว่างการขายฝากที่ไม่เป็นธรรม มีมาตรฐาน เป็นกลางในทุกสัญญา     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

ทำไมขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ต้องใช้โฉนดที่ดิน (น.ส. ๔) เท่านั้น

โฉนดที่ดิน (น.ส. ๔) เป็นเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินประเภทหนึ่ง ที่เรียกว่าสมบูรณ์ และยืนยันตรวจสอบได้ว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิหลักทรัพย์ที่แท้จริง เนื่องจากเอกสารแสดงสิทธิประเภทอื่นๆนั้น ยังไม่สามารถนับได้ว่าเป็นโฉนดที่ดินโดยสมบูรณ์ ที่สามารถทำการโอนกรรมสิทธิ์ จำนอง ให้แก่ผู้อื่นได้ หากใครสงสัยว่าเหตุใดจึงปฏิเสธเอกสารแสดงสิทธิประเภทอื่นๆ ที่สามารถยืนยันสิทธิได้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ โฉนดที่ดินคืออะไร   เพราะเหตุใดสมาร์ทฟินน์จึงคัดกรองเพียงเอกสารประเภท โฉนดที่ดิน (น.ส. ๔) ในการขายฝากเท่านั้น     เพราะนโยบายของทางสมาร์ทฟินน์ คือ แพลตฟอร์มขายฝากอสังหาฯ อันดับหนึ่ง สมาร์ทฟินน์ ช่วยลดช่องว่างการขายฝากที่ไม่เป็นธรรม มีมาตรฐาน เป็นกลางในทุกสัญญา ในบทความ ทำไมต้องขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ เป็นตัวกลางสร้างความยุติธรรมให้กับทั้ง 2 ฝ่าย ดังนั้นสมาร์ทฟินน์จึงสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนด้วยโฉนดที่ดิน (น.ส. ๔)   สำหรับผู้ขายฝากที่ต้องการจะขายฝากผ่านสมาร์ทฟินน์สามารถถ่ายภาพหน้า-หลัง เอกสารโฉนดที่ดิน (น.ส. ๔) ที่มีสัญลักษณ์ตราครุฑสีแดง ส่งให้ทางเจ้าหน้าที่สมาร์ทฟินน์เพื่อทำการตรวจสอบและดำเนินการต่อไป   SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ต้องการเงินด่วน ติดบูโร แต่มีอสังหาฯ

ต้องการเงินด่วน ติดบูโร แต่มีอสังหาฯ   สมาร์ทฟินน์ แพลตฟอร์มแมชชิ่งขายฝาก กับ นักลงทุน สำหรับผู้ที่ไม่สามารถขอกู้ธนาคารและ มีหลักทรัพย์เป็น บ้าน คอนโดฯ อาคารพาณิชย์ ที่ดินโรงแรม พิจารณาวงเงินจากหลักทรัพย์ ไม่เช็คสถานะทางการเงิน(บูโร)   การทำขายฝาก เหมาะกับใคร เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เงินเร่งด่วน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาทางด้านเครดิต ไม่สามารถยื่นขอสินเชื่อในเวลานั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ขาดคุณสมบัติการขอสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร เช่น ไม่มีหลักฐานการแสดงที่มาของรายได้ ไม่ได้เดินบัญชีธนาคาร     ข้อควรทราบก่อนตัดสินใจเลือก ขายฝาก อสังหาริมทรัพย์ ขายฝากอสังหาฯ คือ การทำนิติกรรม ซื้อขายอสังหาฯ รูปแบบหนึ่ง ซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันที แต่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ขายฝากนั้น สามารถนำเงินมาไถ่ถอนทรัพย์สินของตนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เป็นการทำสัญญา "ขายและให้โอกาสในการซื้อคืนนั่นเอง"     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

การขายฝาก VS การฝากขาย

การขายฝาก VS การฝากขาย   ฟังดูอาจมีความคล้าย หลายคนสับสนกับสองคำนี้ ระหว่าง “ขายฝาก” กับ “ฝากขาย” ว่าเหมือนกันหรือไม่ ซึ่งจริงแล้วทั้งสองคำความหมายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง SMARTFINN จะมาบอกถึงความแตกต่างของทั้งสองคำ   การขายฝาก ถือเป็นสัญญาซื้อขายประเภทหนึ่ง ซึ่งการขายฝากอสังหาริมทรัพย์นั้น ผู้ขายฝากจะนำทรัพย์สินมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน มีการทำนิติกรรมซื้อฝาก-ขายฝากต่อหน้าเจ้าพนักงานกรมที่ดิน ซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีที่ทำการจดทะเบียนฯ ผู้ขายฝากสามารถนำเงินมาไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ในระยะเวลาที่กำหนด ส่วนผู้รับซื้อฝากจะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย และได้รับเงินทุนคืนเมื่อมีการไถ่ถอน   การฝากขาย นั้นมีความหมายตรงๆตัว คือ ผู้ฝากขาย นำทรัพย์สินของตนไปฝากให้ตัวแทนนายหน้า , โบรกเกอร์ ช่วยทำการโฆษณา,ประชาสัมพันธ์ขายทรัพย์สินให้กับเจ้าของทรัพย์ ช่วยทำให้ขายได้ง่ายและเร็วมากขึ้น ซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะถูกโอนก็ต่อเมื่อมีการขายทรัพย์สินได้จริง     ความแตกต่างระหว่าง “ขายฝาก” และ “ฝากขาย”   ขายฝาก ฝากขาย - ทำนิติกรรม สัญญาซื้อฝาก-ขายฝาก ที่กรมที่ดิน - มีสัญญากับนายหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร - โอนกรรมสิทธิ์ทันทีที่มีการทำสัญญาต่อเจ้าพนักงานกรมที่ดินให้กับผู้ที่รับซื้อฝาก - ผู้ขายยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จะโอนกรรมสิทธิ์ต่อเมื่อมีการขายทรัพย์ได้จริงให้กับผู้ที่รับซื้อ - สามารถไถ่ถอนทรัพย์คืนได้ในระยะเวลากำหนด - เปลี่ยนโอนเจ้าของ ขายขาด - จ่ายดอกเบี้ยตามกำหนดสัญญา     เห็นแล้วว่า “ขายฝาก” และ “ฝากขาย” นั้นมีวัตถุประสงค์การดำเนินการที่ต่างกัน ทาง SMARTFINN หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์และนำไปเลือกใช้ได้ถูก ระหว่าง “ขายฝาก” และ “ฝากขาย”     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

ขายฝาก ทำยังไงไม่ให้สัญญาขายฝากหลุด?

ขายฝาก ทำยังไงไม่ให้สัญญาขายฝากหลุด ?   หลายครั้งที่การทำธุรกิจอาจประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือบุคคลมีความจำเป็นต้องใช้เงินแบบเร่งด่วน ได้ดำเนินการขายฝากทรัพย์กับผู้รับซื้อฝากแล้ว และเกิดความกังวลว่าสัญญาขายฝากจะหลุดอันเกิดจากหลายๆ ปัจจัย เช่น ลืมกำหนดครบสัญญา , ขาดส่ง หรือ ไม่มีเงินมาไถ่ถอนคืน , ไม่สามารถติดต่อผู้รับซื้อฝากได้เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน เป็นต้น ถ้าหากปล่อยให้สัญญาขายฝากหลุดอาจเกิดปัญหาหรืออาจส่งผลร้ายทำให้ทรัพย์หลุดมือไปเป็นของคนอื่นได้ ดังนั้น ทาง SMARTFINN จะมาแนะนำการลดปัญหาอันเกิดจากสัญญาขายฝากหลุด     ในขณะทำสัญญาขายฝาก ควรอ่านข้อกำหนดในสัญญาขายฝากอย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องของระยะเวลาในการขายฝากทรัพย์ ระยะเวลาขายฝากควรกำหนดให้สอดคล้องกับความสามารถในการหาเงินมาไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ การขอขยายระยะเวลาในการไถ่ถอนทรัพย์สินที่นำมาขายฝาก สามารถขอนัดทำสัญญาล่วงหน้าได้ ไม่จำเป็นต้องถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน การขยายระยะเวลาไถ่ถอนทรัพย์สินที่ขายฝาก ต้องไปทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน เหมือนตอนทำสัญญาขายฝาก   ในกรณีที่ผู้ขายฝากไม่สามารถติดต่อผู้รับซื้อฝากได้ ผู้ขายฝากสามารถไปวางเงินไถ่ถอนทรัพย์ที่ขายฝากได้ที่ สำนักงานวางทรัพย์ ซึ่งจะทำให้ทรัพย์ที่ขายฝากนั้นกลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนทันที   ทั้งนี้ เพียงแค่ผู้ขายฝากทำความเข้าใจ และให้ความสำคัญกับระเบียบข้อสัญญากฎหมายขายฝาก ก็ไม่ต้องกังวลว่าสัญญาของท่านจะหลุดมือไปเป็นของคนอื่น     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

เอกสารคำแนะนำเกี่ยวกับการขายฝากสำหรับผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก

เอกสารคำแนะนำเกี่ยวกับการขายฝากสำหรับผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก   ๑. ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายซึ่ง กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อทันทีที่จดทะเบียนโดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้ภายในเวลาที่กำหนดต้องไม่ต่ำกว่าหนึ่งปีและไม่เกินสิบปี นับแต่วันที่จดทะเบียนขายฝาก(มาตรา ๑๐) กำหนดเวลาไถ่นี้เป็นเรื่องของช่วงเวลา เช่น ขายฝาก มีกำหนด ๒ ปีผู้ขายฝากจะไถ่คืนเมื่อใดก็ได้ ไม่ต้องรอจนครบ ๒ ปี แต่ถ้าผู้ขายฝากไม่ใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินภายในกำหนดเวลา ย่อมหมดสิทธิ์ไถ่ทรัพย์สินนั้นอีกต่อไป (เว้นแต่จะเป็นกรณีตกลงซื้อขายใหม่) และมีผลทำให้กรรมสิทธิ์ตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยเด็ดขาด     ๒. การใช้ทรัพย์สินที่ขายฝาก ผู้ขายฝากยังคงมีสิทธิครอบครอง ใช้สอย และถือเอาซึ่ง ประโยชน์จากทรัพย์สินที่ขายฝาก เพื่อประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมหรือใช้เป็นที่อยู่อาศัยจนถึงวันที่หมดสิทธิในการไถ่โดยไม่ต้องชำระค่าตอบแทนให้แก่ผู้ซื้อฝากและให้ดอกผลที่งอกจากทรัพย์สินที่ขายฝากในระหว่างการขายฝากตกเป็นของผู้ขายฝากด้วย (มาตรา ๑๒)     ๓. กำหนดเวลาขายฝาก สัญญาขายฝากที่กำหนดเวลาไถ่ไว้ต่ำกว่าสิบปี (มาตรา ๑๐) ก่อนครบกำหนดเวลาไถ่ หากผู้ขายฝากเห็นว่าไม่อาจใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนดเวลาได้ ควรทำความตกลงกับผู้ซื้อฝากเพื่อขอขยายกำหนดเวลาไถ่ การขยายกำหนดเวลาไถ่อย่างน้อยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ขายฝาก และควรนำข้อตกลงดังกล่าวมาจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากต้องมาดำเนินการจดทะเบียนด้วยกันทั้งสองฝ่าย ในกรณีที่ขอจดทะเบียนขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝากเมื่อผลกำหนดเวลาไถ่ไปแล้ว จะต้องมีหนังสือหรือหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ซื้อฝากที่ได้ทำขึ้นก่อนสิ้นสุดกำหนดเวลาไถ่ มาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย     ๔. สิทธิและหน้าที่ของผู้ขายฝาก ๔.๑ การใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนดเวลา ถ้าผู้ขายฝากต้องการได้กรรมสิทธิ์คืนต้องขอไถ่ภายในกำหนดเวลาสัญญาขายฝากหรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก โดยชำระสินไถ่ให้แก่ผู้ซื้อฝาก หรือ วางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากนั้น โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่วางไว้ (มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง)   ๔.๒ การใช้สิทธิไถ่กรณีกฎหมายบัญญัติให้ขยายกำหนดเวลาไถ่ออกไปอีก (๑) กรณีผู้ซื้อฝากไม่ได้แจ้งกำหนดเวลาไถ่และจำนวนสินไถ่ พร้อมทั้งแนบสำเนาสัญญาขายฝาก หรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก (ถ้ามี) ไปยังผู้ขายฝากก่อนวันครบกำหนดเวลาไถ่ไม่น้อยกว่าสามเดือนแต่ไม่มากกว่าหกเดือน ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ได้ภายในหกเดือนนับแต่วันครบกำหนดที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝาก หรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก(ถ้ามี) โดยผู้ขายฝากมีหน้าที่ชำระเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาขายฝาก(มาตรา ๑๗) (๒) กรณีผู้ขายฝากใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนดเวลาสัญญาขายฝาก หรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก แต่ไม่อาจใช้สิทธิการไถ่กับผู้ซื้อฝากไม่ว่าด้วยเหตุใดอันมิใช่ความผิดของผู้ขายฝาก ผู้ขายฝากมีสิทธิวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสำนักงานวางทรัพย์ หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากนั้น ได้ภายในสามสิบวันนับแต่ถึงกำหนดเวลาไถ่ หรือ นับแต่วันที่เหตุที่ทำให้ไม่อาจใช้สิทธิดังกล่าวได้สิ้นสุดลง แล้วแต่กรณี (มาตรา ๑๘ วรรคสอง)     ๕. สิทธิและหน้าที่ของผู้ซื้อฝาก ๕.๑ ก่อนวันครบกำหนดเวลาไถ่ไม่น้อยกว่าสามเดือนแต่ไม่มากกว่าหกเดือน ผู้ซื้อฝากมีหน้าที่แจ้งกำหนดเวลาไถ่และจำนวนสินไถ่ พร้อมทั้งแนบสำเนาสัญญาขายฝาก หรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก(ถ้ามี) ไปยังผู้ขายฝาก โดยทำเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขายฝากตามที่อยู่ที่ปรากฏในสัญญาขายฝาก กรณีที่ผู้แจ้งมิใช่ผู้ซื้อฝากเดิมต้องแจ้งไปด้วยว่าต้องไถ่กับผู้ใดและสถานที่ที่จะต้องชำระสินไถ่(มาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง) ๕.๒ หากผู้ซื้อฝากไม่ดำเนินการตามข้อ ๕.๑ ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ได้ภายในหกเดือนนับแต่วันครบกำหนดที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝาก หรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก(ถ้ามี) โดยผู้ขายฝากมีหน้าที่ชำระสินไถ่ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในสัญญาขายฝาก     ๖. การจดทะเบียนไถ่ถอนจากการขายฝากเป็นคนละส่วนกับการใช้สิทธิไถ่ เพราะการจดทะเบียนไถ่จากขายฝากจะกระทำเมื่อใดก็ได้ แต่การใช้สิทธิไถ่ต้องกระทำภายในกำหนดเวลาไถ่ตามสัญญาขายฝากหรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝาก(ถ้ามี) โดยนำสินไถ่ส่งมอบแก่ผู้ซื้อฝากภายในกำหนดเวลาไถ่ ถ้าไม่สามารถตามตัวผู้ซื้อฝากได้ หรือผู้ซื้อฝากหลีกเลี่ยงไม่ยอมให้มีการไถ่ ให้นำสินไถ่ไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์ หรือสำนักงานที่ดินจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝากนั้น ภายในกำหนดเวลาไถ่โดยสละสิทธิถอนทรัพย์ที่ได้วางไว้ ตามนัยมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ เมื่อใช้สิทธิไถ่แล้วควรรีบมาขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยเร็วหากทิ้งไว้อาจเกิดความเสียหายได้ เมื่อได้ชำระสินไถ่แล้วกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝากจะตกเป็นของผู้ขายฝากทันที ผู้ขายฝากจึงชอบที่จะนำหลักฐานเป็นหนังสือจากผู้ซื้อฝากแสดงว่าได้มีการไถ่ถอนแล้ว หรือนำหลักฐานการวางทรัพย์พร้อมด้วยหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาขอจดทะเบียนไถ่ถอนจะขายฝากต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แต่เพียงฝ่ายเดียวได้ ในกรณีวางทรัพย์แล้วไม่ได้หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมา ให้นำหลักฐานการวางทรัพย์มาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อหมายเหตุกลัดติดไว้ในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับสำนักงานที่ดิน และลงบัญชีอายัดให้ทราบถึงการวางทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้ผู้ซื้อฝากซึ่งมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝากทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมต่อไป     ๗. กรณีไม่มีการไถ่จากขายฝากภายในหกเดือนนับแต่วันครบกำหนดเวลาไถ่ที่ระบุไว้ในสัญญาขายฝากหรือสัญญาขยายกำหนดเวลาไถ่จากขายฝากไปแล้ว เนื่องจากก่อนครบกำหนดเวลาไถ่ไม่น้อยกว่าสามเดือน แต่ไม่มากกว่าหกเดือน ผู้ซื้อฝากไม่ได้แจ้งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขายฝากเพื่อให้ผู้ขายฝากทราบกำหนดเวลาไถ่และจำนวนสินไถ่ ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยผู้ซื้อฝากทำหลักฐานเป็นหนังสือว่าได้มีการไถ่ถอนแล้วคนระบุให้ได้ใจความว่า ผู้ซื้อฝากได้รับเงินค่าไถ่จากขายฝากครบถ้วนและถูกต้องแล้วแต่วันที่....เดือน....พ.ศ..... ยินยอมให้มีการไถ่ถอนได้ พร้อมทั้งรับรองว่าผู้ซื้อฝากมิได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒     ๘. การกำหนดจำนวนสินไถ่จากกำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝากก็ได้ แต่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้วจะเกินกว่าร้อยละ ๑๕ ต่อปีไม่ได้ โดยคำนวณนับแต่วันที่จดทะเบียนขายฝากจนถึงวันครบกำหนดเวลาไถ่     ๙. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนขายฝากแตกต่างจากจำนอง กล่าวคือ การจดทะเบียนขายฝาก ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเป็นค่าจดทะเบียนขายฝากในอัตราร้อยละ ๒ ของราคาประเมินทุนทรัพย์ตามที่คณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์กำหนด นอกจากนี้ยังต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ ตามประมวลรัษฎากรและในการจดทะเบียนไถ่จากขายฝากจะต้องชำระภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์ โดยคำนวณระยะเวลาการถือครองอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่วันที่ได้มีการทำสัญญาขายฝากถึงวันที่จดทะเบียนไถ่จากขายฝากอีกด้วย       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากคืออะไร ?

ทำไมต้อง ขายฝาก ? ที่ผู้คนเลือกขายฝากทรัพย์สินกันนั้น เพราะมีความจำเป็นทางการเงิน ต้องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน แล้วผู้ให้กู้ มักเรียกให้นำทรัพย์สินหรือบุคคลมาค้ำประกันการชำระหนี้ด้วย เช่นการให้นำทรัพย์สินมาจำนองหรือจำนำ และหาบุคคลมาค้ำประกัน แต่บ่อยครั้งที่หลักประกันเหล่านี้ ไม่สามารถช่วยรับรองได้ว่า ผู้ให้กู้จะได้รับชำระหนี้ ผู้ให้กู้ส่วนใหญ่จะสบายใจกว่า ถ้าผู้ที่ต้องการเงินนำทรัพย์สินมาขายฝาก (ค้ำประกันวงเงิน) แทน     ขายฝาก คืออะไร ขายฝาก เป็นสัญญาซื้อขายรูปแบบหนึ่ง ซึ่งกรรมสิทธิ์(ความเป็นเจ้าของ) ในทรัพย์สิน จะกลายเป็นของผู้ซื้อฝากทันที เหมือนสัญญาซื้อขายทั่วไป แต่แตกต่างกันตรงที่ ผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินนั้น คืนไปได้ตามสัญญาที่ได้ทำกันไว้     ซึ่ง จุดเด่น ของ การขายฝาก ก็คือ สิทธ์การถือครอง ที่เราสามารถไถ่ถอนกลับมาเป็นของเราได้(ในระยะเวลากำหนดของสัญญา) แม้ว่าจะขายฝากไปแล้ว เมื่อเทียบกับการขายขาดที่เป็นการเปลี่ยนผู้ถือครองถาวร ที่สำคัญคือวงเงินที่เหมาะสม ทำให้หาผู้ซื้อฝากได้ง่าย และไม่ต้องใช้จ่ายในการทำโฆษณา ลงประกาศขาย     กรณีสัญญาขายทั่วไป     ขั้นตอนของสัญญาขายทั่วไป 1. ประกาศขาย  ตั้งราคาขายที่เหมาะสมเพื่อดึงดูดให้ผู้ซื้อสนใจ 2. แลกเปลี่ยน ผู้ขายจะได้เงิน ส่วนผู้ซื้อจะได้รับโฉนด ทำสัญญาที่กรมที่ดิน และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นๆ     กรณีสัญญาขายฝาก     ขั้นตอนของสัญญาขายฝาก 1.ประกาศขายฝาก ผู้ต้องการขายฝาก ระบุระยะเวลาสัญญาที่จะไถ่ถอน เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจกับผู้ซื้อฝาก 2.แลกเปลี่ยน ผู้ขายฝากจะได้รับเงินสดทันทีหลังทำสัญญาที่กรมที่ดิน ส่วนผู้ซื้อฝากจะได้รับโฉนดค้ำประกัน 3.เมื่อครบกำหนดสัญญา ผู้ขายฝากจะต้องนำเงินมาไถ่ถอนที่ดินคืน+ดอกเบี้ย ส่วนผู้ซื้อฝากก็จะคืนโฉนด เป็นอันเรียบร้อย   ในกรณีที่ครบกำหนดสัญญาแล้วผู้ขายฝากไม่สามารถนำเงินมาไถ่ถอนได้ สามารถต่อสัญญาขายฝากได้ ** (ขึ้นอยู่กับการทำข้อตกลงกันระหว่างผู้ซื้อฝาก และผู้ขายฝาก) *** แต่ถ้าหากไม่ต่อสัญญาแล้วไม่ไถ่ถอน ทางผู้ซื้อฝากก็มีสิทธิเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทรัพย์ชิ้นนั้นทันที ***     วันนี้บริษัท SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก  บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ Matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ  เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี ที่ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

วิธีขายในราคาที่อยากขาย และได้เงินในเวลาที่อยากได้ ด้วยการขายฝากก่อนขายจริง

วิธีขายในราคาที่อยากขาย และได้เงินในเวลาที่อยากได้ ด้วยการขายฝากก่อนขายจริง   ปกติแล้วหากต้องการขายอสังหาฯในเวลาสั้นๆมีความต้องการใช้เงินเร่งด่วน มักหาผู้ซื้อได้ยาก และไม่รู้ว่าจะขายได้เมื่อไหร่ ส่วนราคาขายก็โดนต่อรองราคาให้ขายถูกมากกว่าความเป็นจริง จะดีกว่าไหมถ้าท่านใช้วิธีขายฝาก เพื่อช่วยให้ท่านสามารถขายทรัพย์สินได้ในราคาที่อยากขายจริงๆ และยังได้เงินสดภายในระยะเวลาที่รวดเร็ว   ขายฝากก่อนขายจริง ทำอย่างไร?     ตัวอย่าง การขายฝากก่อนขายจริง คุณ A เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตัวอย่างคือ คอนโดโซนพระราม9 มูลค่า5 ล้านบาท มีความต้องการเงินสดเร่งด่วนจึงทำการเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินด้วยขายฝาก เพราะถ้าขายขาดกลัวว่าจะขายได้ยากและโดนกดราคา   คุณ A ตัดสินใจขายฝากก่อน ในราคา 3 ล้านบาท (มูลค่าจริง5ล้าน) และทำสัญญา นำเงินที่ได้จากขายฝากไปใช้เรื่องเร่งด่วน  ระหว่างอยู่ในระยะเวลาสัญญา ก็ประกาศขายคอนโดในมูลค่าจริง จนมีคนสนใจมาขอซื้อในราคาที่เราตั้งใจขาย ได้เงินจากการขายในราคา 5ล้าน (ตรงนี้เองทำให้ได้รับราคาที่ใกล้เคียงกับมูลค่าจริงของทรัพย์สิน ซึ่งจะดีกว่าการที่เรารีบๆขายนั้นเอง) นำเงินที่ได้จากการขาย 5 ล้าน ไปปิดหนี้เดิมในตอนแรก 3 ล้าน เหลือเงินสดใช้ 2 ล้านบาท   ทั้งหมดที่ได้กล่าวมา อยากให้ผู้ที่ต้องการขายอสังหาฯเพื่อเงินสดเร่งด่วนทุกคน ได้มีทางเลือกในเรื่องการเงินให้มากๆ และควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการตัดสินใจทุกครั้งครับ วันนี้ Smartfinn เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก ดอกเบี้ยต่ำสุดๆ เพียง 0.75% ต่อเดือน บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากในระบบทั่วประเทศเพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn    

อ่านต่อ >>

ขายฝากก่อนขายจริง เพื่อเงินทุนอย่างเร่งด่วน

ทำไมต้องคิด ขายฝากก่อนขายจริง เพื่อเงินทุนอย่างเร่งด่วน คืออะไร   สำหรับท่านที่มีความต้องการในการขายขาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม ที่ดินเปล่า หรือแม้กระทั่ง หอพัก อพาร์ทเม้นท์ โรงแรม หรือโรงงานเป็นต้น ด้วยเหตุผลต่างๆนานา เพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่องในการทำธุรกิจ ต้องการลงทุนใหม่ หรือ ชำระคืนหนี้สิน เพราะแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว จึงจำใจจะต้องขายเพื่อให้หมดภาระไป แต่ว่าเมื่อตัดสินใจจะขายจริงๆแล้วมักพบปัญหาของการขายขาดอสังหาริมทรัพย์ ตัวอย่างเช่น   ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะขายได้ ต้องอาศัยการติดประกาศ การโฆษณา ทรัพย์สินขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูง หาผู้ซื้อได้ยาก ผู้ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ มักใช้เวลาอยู่ในการขอกู้เงินระยะหนึ่งในการกู้เงินจากสถาบัน   ในกรณีที่ท่านมีความจำเป็นที่ต้องนำเงินสดไปใช้อย่างเร่งด่วน หรือบางครั้งผู้ขายก็อยู่ในภาวะที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน การรอเงินจากการขายอสังหาริมทรัพย์ของตนเอง ที่ไม่สามารถทราบว่าจะขายได้เมื่อไหร่ ผู้ขายอาจลองยื่นขอสินเชื่ออเนกประสงค์จากสถาบันการเงิน เพื่อนำเงินสดมาใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ก่อนได้ ในกรณีที่ท่านมีเครดิตดี และมีแหล่งที่มาของรายได้ชัดเจนและมากพอครอบคลุมกับยอดผ่อนชำระคืนต่อสถาบันการเงินนั้นๆ แต่ถ้าท่านไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ การขายฝากก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเปรียบเทียบกับขายจริง(ขายขาด)     ซึ่ง จุดเด่นของการขายฝาก ก็คือ สิทธ์การถือครอง ที่เราสามารถไถ่ถอนกลับมาเป็นของเราได้(ในระเวลากำหนดของสัญญา) แม้ว่าจะขายฝากไปแล้ว เมื่อเทียบกับการขายขาดที่เป็นการเปลี่ยนผู้ถือครองถาวร ที่สำคัญคือวงเงินที่เหมาะสม ทำให้หาผู้ซื้อฝากได้ง่าย และไม่ต้องใช้จ่ายในการทำโฆษณา ลงประกาศขาย   กรณีตัวอย่าง คุณ A และ คุณ  B มีปัญหาเรื่องการเงินคือต้องการนำเงินสดไปใช้ และมีทรัพย์สินอยู่ทำเล ย่านปากเกร็ด แจ้งวัฒนะ จึงทำการเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินด้วยวิธีที่แตกต่างกันโดย คุณ A ตัดสินใจขายจริง ส่วนคุณ B ตัดสินใจขายฝาก เพราะคุณ B มองเห็นถึงการใช้ประโยชน์จากสิทธ์การถือครองกรรมสิทธ์ในอนาคตก็คือ รู้ว่าจะมี รถไฟฟ้าสายสีชมพู สร้างขึ้น ทำเลทรัพย์สินใน ย่านปากเกร็ด แจ้งวัฒนะ ปัจุบันมีราคาอยู่ที่ 200,000 บาท/ตารางวา จะขยับมาเป็น 400,000 -500,000 บาท/ตารางวา  (อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.estopolis.com) การที่รู้ว่าทรัพย์สินชิ้นนี้มีความสามารถที่จะมีมูลค่าสูงขึ้นไปอีกมาก ทำไมถึงต้องขายขาดและเสียสิทธ์ในการถือครองแบบถาวร?     จากภาพตัวอย่างที่เห็น คุณ A ตัดสินใจขายจริง ในปีแรกที่ราคาปัจจุบัน คือ 200,000 บาท/ตารางวา และเสียกรรมสิทธิ์ถาวร คุณ B ตัดสินใจขายฝาก ในปีแรก แต่หลังจากนั้น 2ปี  ราคาทรัพย์สิน คือ 400,000 - 500,000 บาท/ตารางวา มีมูลค่ามากกว่าขายขาดเดิมๆเกือบ 100% จึงตัดสินใจไถ่ถอน และรับกรรมสิทธิ์กลับคืน   กรณีตัวการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดิน กรมธนารักษ์ประกาศปรับราคาที่ดินรอบใหม่ปี 2559-2562 จังหวัดน่าน ราคาประเมินสูงสุด 111% จาก 45,000 บาทต่อตารางวา เป็นสูงสุด 85,000 บาท เนื่องจากเป็นจังหวัดที่กำลังพัฒนาและมีการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ที่ดินบริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณพื้นที่ ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงบางนา-ตราด กม.24 ที่ในช่วง 2541-2549 เพิ่มขึ้นถึง 80% หากมีการก่อสร้างถนนสายใหม่ ที่ดินริมถนนสายใหม่นั้น จะมีราคาเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว การพัฒนาและสร้างสาธารณูปโภคต่างๆทำให้ปี 2559-2562 ราคาที่ดินทั่วประเทศไทยที่ประเมินใหม่ปรับขึ้นเฉลี่ย 25%   นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสาเหตุและ หลายตัวอย่างที่แสดงให้ท่านเห็นว่าที่ดินมีโอกาสที่จะเพิ่มมูลค่าขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการที่ท่านยังมีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของทรัพย์สินอยู่ ท่านจึงมีโอกาสมากกว่าแน่นอน   สรุป   ขายฝากก่อนขายจริง เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วน แต่ยังต้องการสิทธิ์ในการไถ่ถอนทรัพย์สินอยู่ จึงมาทำการขายฝากก่อน หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาขายจริงก็ได้หากท่านต้องการครับ     ขายฝากผ่านสมาร์ทฟินน์ ดอกเบี้ยเพียง 0.75% ต่อเดือน หรือ 9% ต่อปี สัญญาขายฝากเริ่มต้นที่หนึ่งปี และท่านยังคงพักอาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ได้ตามปกติ การขายฝากอสังหาฯ กับนักลงทุน และช่วย SMEs ให้มีสภาพคล่อง สนใจดูรายละเอียดและตัวอย่างได้ที่ www.smartfinn.co.th      SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ประสบการณ์จริง จาก ผู้ขายฝาก ผ่านทาง Smartfinn

จากประสบการณ์จริง ผู้ขายฝาก           คุณนิพนธ์ เป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการ SMEs ที่เลือกการขายฝากเป็นช่องทางในการแก้ปัญหาสภาพคล่องทางธุรกิจ วันนี้ทาง Smartfinn ขอนำเสนอประสบการณ์จริง เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับ ผู้ที่ต้องการขายฝาก   ทำไมถึงเลือกขายฝาก กับ  Smartfinn ที่มาทำขายฝากกับ  Smartfinn เพราะว่าเศรฐกิจไม่ค่อยดี แล้วก็เวลาที่เราไปขออนุมัติหรือกู้จากแบงค์โอกาสที่จะผ่านค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่อาจจะเดิน Statement ไม่ดีก็มีแต่จะต้องกู้จากนอกสถาบันการเงิน เช่นการขายฝาก และยิ่งถ้าเราไปเจอเจ้าหนี้ที่รับขายฝากเองแล้วดอกเบี้ยถึง 36% ก็จะทำให้โอกาสที่จะเอาเงินก้อนนั้นไปพัฒนาธุรกิจค่อนข้างยากมากครับ   Smartfinn ช่วยอะไร ค่าใช้จ่ายที่มันจะ Loss ไปกับต้นทุนในการขายฝากช่วยได้เยอะนะครับ เพราะว่าจาก 36% ซึ่งถ้านับเป็นรายปีมันสูงมาก หรือบางรายเหมือนกับว่าไม่มีโอกาสที่จะได้กลับมาไถ่ถอน แต่ Smartfinn ช่วยให้เหลือเพียง 9% (ดอกเบี้ย 0.75% ต่อเดือน) ทำให้เหลือเงินมากพอที่จะไปพัฒนาธุรกิจต่อครับ   เงินที่ได้จากการขายฝากจะนำไปทำอะไร ปิดหนี้อันเก่า แล้วก็ในส่วนที่เป็นยอดคงเหลือ ก็เอาไปต่อยอดธุรกิจอื่น     วันนี้ สมาร์ทฟินน์ สามารถช่วย คุณนิพนธ์ ในการลดภาระจ่ายดอกเบี้ยหนี้ได้ถึง 4 เท่า!! ลดภาระดอกเบี้ยหนี้จาก 36% ต่อปี เหลือเพียง 9% ต่อปี เงินที่ได้จากการขายฝาก นอกจากสามารถนำเงินไปปิดหนี้อันเก่าที่ดอกเบี้ยสูงแล้ว ยังมีเงินเหลือเพื่อไปต่อยอดธุรกิจอื่นได้ครับ       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ศึกษาก่อนขายฝาก : สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงิน

ทำไมต้องศึกษาก่อน ขายฝาก : สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงิน   สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงินเนื่องจากมีปัญหาทางด้านเครดิตหรือขาดคุณสมบัติการขอสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร แต่มีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนกับธุรกิจและมีหลักทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าปัจจุบันรูปแบบการให้กู้ยืมหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นในรูปของเงินด่วน จำนองหรือขายฝาก แต่หากผู้ใช้บริการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรับบริการดังกล่าวอาจทำให้ตกเป็นเหยื่อ และถูกเอารัดเอาเปรียบได้   ในวันนี้ทางสมาร์ทฟินน์ขอหยิบประเด็นเรื่องการขายฝาก มาเป็นเกร็ดความรู้เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจก่อนจะทำสัญญาขายฝากกับใคร การขายฝากคือ การซื้อขายอย่างหนึ่งซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันที แต่มีข้อตกลงว่าผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยข้อตกลงให้ไถ่ถอนทรัพย์สินที่ขายฝากคืนนั้น จะต้องตกลงกันในขณะทำสัญญาขายฝากเท่านั้น   ปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อย ที่ผู้ขายฝากมักถูกเอารัดเอาเปรียบก็คือเรื่องการกำหนดสินไถ่ขายฝาก แต่เดิมผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝากสามารถตกลงกันได้ว่าจะกำหนดสินไถ่จำนวนเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่งส่วนมากจะเป็นอัตราที่สูงกว่าวงเงินที่ปล่อยกู้ โดยปกติที่กฎหมายได้ควบคุมคือห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา   ต่อมากฎหมายได้มีการแก้ไขว่าถ้าไม่กำหนดสินไถ่ ขายฝาก ไว้ให้ไถ่ได้ตามราคาขายฝาก หรือถ้ากำหนดสินไถ่ขายฝากกันไว้จะต้องกำหนดไม่เกินราคาขายฝากรวมกับประโยชน์ตอบแทนร้อยละ 15 ต่อปี เท่านั้น ( หรือ ห้ามเกิน15% ต่อปี )   อีกทั้งปัญหาเรื่องการกำหนดเวลาไถ่ถอน หากมีการตกลงขยายกำหนดเวลาไถ่ถอนจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือว่าได้มีการขยายเวลากันและต้องนำไปจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่และต้องตกลงกันก่อนครบกำหนดระยะเวลาไถ่ถอน ด้วยผู้ขายฝากจึงต้องระวังเป็นอย่างยิ่งเพราะหากละเลยหรือทำสัญญาขายฝากโดยลืมคำนึงถึงความสามารถในการไถ่ถอน อาจทำให้ทรัพย์สินที่ขายฝากไว้นั้นหลุดมือไปได้   ดังนั้นผู้ขายฝากจึงจำเป็นต้องนำเงินสินไถ่ไปชำระแก่ผู้ซื้อฝากภายในระยะเวลาที่ระบุในสัญญาต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน เพื่อทำการไถ่ถอน นอกจากนี้หากผู้ซื้อฝาก ไม่ยอมรับสินไถ่ ผู้ขายฝากต้องนำเงินที่ต้องชำระไปติดต่อขอวางทรัพย์ที่สำนักงานวางทรัพย์กรมบังคับคดี ในกรณีต่างจังหวัดจะตั้งอยู่ที่กรมบังคับคดีจังหวัดหรือศาลจังหวัด เพียงเท่านี้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝากก็จะกลับมาเป็นของผู้ขายฝากตามเดิม ตั้งแต่เวลาที่ผู้ขายฝากได้ชำระเงินค่าสินไถ่ หรือวางทรัพย์ตามกำหนดระยะเวลาของสัญญา   กรณี การขายฝาก เมื่อเจ้าหนี้วิ่งหนี ลูกหนี้ อ่านบทความได้ที่นี่   แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปถ้าท่านใช้บริการของ สมาร์ทฟินน์ ทางบริษัทจะมีการช่วยดูแลติดตามทั้งฝั่ง ผู้ขายฝาก และ ผู้ซื้อฝาก ให้กับท่าน เพราะสมาร์ทฟินน์ต้องการสร้างความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย     ถ้าคุณมี ที่ดิน คอนโด บ้าน หรือ อสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ที่อยากเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อมาบริหารจัดการโดยที่ไม่ได้อยากขายไป ลองเอาทรัพย์สินที่คุณมีมาลงทะเบียนที่นี่ www.smartfinn.co.th น่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่แก้ปัญหาให้คุณได้ จริงๆ !     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

สิ่งที่ต้องระวังในการทำสัญญาขายฝาก

สัญญาขายฝากคืออะไร   ขายฝากเป็นสัญญาซื้อขายชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่อขายฝากไปแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน จะตกไปยังผู้ซื้อฝาก เพียงแต่มีข้อตกลงกันว่า ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ภายในเวลาที่ตกลงกัน ดังนั้นก่อนทำสัญญาขายฝาก ควรสอบถามรายละเอียด เรื่องสัญญาขายฝากว่า เป็นเช่นไร และมีการสอบถามเรื่องดอกเบี้ย ว่าคิดดอกเบี้ยเท่าใดต่อปี หรือ ถ้าแจ้งมาเป็นเดือน ให้นำมาคิดว่าตกปีละเท่าไร ตัวอย่างเช่น คิดดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน เท่ากับคิดเป็นดอกเบี้ยร้อยละ 36 ต่อปีเลยทีเดียว ต้องชำระอย่างไร ผ่านช่องทางไหนได้บ้าง ?? วงเงินที่จะได้รับนั้น เป็นการคิดราคาจากราคาซื้อขายในตลาด หรือคิดราคาจากกรมธนารักษ์   ควรสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจน ก่อนที่จะตกลงทำสัญญาขายฝากกัน ซึ่งการจะทำสัญญาขายฝากอสังหาริมทรัพย์นั้น จะต้องทำสัญญา ณ กรมที่ดิน ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่ดินเท่านั้น ควรศึกษาและ ทำความเข้าใจให้ตรงกัน   การขายฝากเป็นการกู้เงินในระบบหรือนอกระบบ อ่านต่อได้ที่นี่   สมาร์ทฟินน์ มีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างความเป็นธรรมในระบบการขายฝากในประเทศไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEsไทย ในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมและใกล้เคียงกับสถาบันการเงิน ให้ SMEs ไทยสามารถดำเนินธุรกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้เดินหน้าต่อไปได้ ถ้าคุณมีที่ดิน คอนโด บ้าน หรือ อสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ที่อยากเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อมาบริหารจัดการโดยที่ไม่ได้อยากขายไป ลองเอาทรัพย์สินที่คุณมีมา ลงทะเบียนที่นี่ น่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่แก้ปัญหาให้คุณได้ จริงๆ !       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ลงทุนขายฝากอสังหาริมทรัพย์

ลงทุนขายฝากอสังหาริมทรัพย์   การรับขายฝากอสังหาริมทรัพย์เป็นช่องทางทำรายได้รูปแบบหนึ่งที่นิยมทำกันมานานแล้วในบ้านเรา หลายท่านอาจไม่คุ้นกับประเภทธุรกรรมขายฝาก จริงๆแล้วการขายฝาก คือการขายทรัพย์สินรูปแบบหนึ่ง แต่จะมีเงื่อนไขผูกมัดระหว่าง ผู้ขายฝากและผู้ซื้อ โดยกำหนดระยะเวลาที่เจ้าของซึ่งเป็นผู้ขายฝากจะมีสิทธิ์ซื้อคืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทรัพย์สินทุกประเภทสามารถนำมาขายฝากได้ แต่ที่นิยมทำกันแพร่หลายที่สุดก็คือ อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะถือกันว่า อสังหาริมทรัพย์มีค่ามั่นคงกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น แถมถือครองไว้นานๆ ยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย การขายฝากอสังหาริมทรัพย์จะต้องทำเป็นหนังสือ และจดทะเบียนต่อพนักงานที่ดิน และผู้ขายฝากจะต้องส่งมอบโฉนดที่ดินแก่ผู้ซื้อฝากด้วยเสมอ จึงจะมีผลในทางกฎหมาย   ทำไม ขายฝาก จึงดีต่อใจนักลงทุน อ่านต่อได้ที่นี่   ความตั้งใจของสมาร์ทฟินน์ คือช่วยสร้างความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย โดยการสร้างแพลตฟอร์มแมชชิ่งการขายฝากอสังหาริมทรัพย์กับนักลงทุน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนและช่วย SMEs ให้มีสภาพคล่อง ► สามารถติดตามดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.smartfinn.co.th   ทางเลือกใหม่นักลงทุนเพื่อผลตอบแทน 9-12% ต่อปี สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th สอบถามเพิ่มเติมเพื่อเป็นนักลงทุน 02-026-0725, 089-664-2622  LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

การขายฝาก "เมื่อเจ้าหนี้วิ่งหนีลูกหนี้"

สัญญาขายฝากเป็นสัญญาซื้อขายประเภทหนึ่งที่เมื่อทำสัญญากันแล้วกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นจะตกไปเป็นของผู้รับซื้อฝากทันที เพียงแต่มีเงื่อนไขว่า ผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินนั้นในเวลาที่กำหนด และต้องทำตามแบบของกฎหมาย คือต้องทำเป็นหนังสือและไปจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่ทำตามแบบ ถือเป็นโมฆะ   สัญญาขายฝาก กฎหมายกำหนดระยะเวลาในการไถ่ถอน ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ กำหนดสูงสุดสิบปี นับแต่เวลาซื้อขาย   ประเด็นปัญหาที่มักจะเกิดกับสัญญาประเภทนี้ คือ การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ครับ   การที่เราจะเอาที่ดินไปขายฝากใคร ส่วนมากร้อนเงินทั้งนั้น และคนที่เขารับซื้อฝาก ก็จะรับซื้อในราคาที่ต่ำว่าความเป็นจริง (เป็นเรื่องธรรมดา) ถ้าผู้ขายฝาก ไม่มีเงินไปไถ่ตามกำหนด อันนี้ไม่ค่อยมีปัญหา เพราะผู้รับซื้อฝากเขาได้ทรัพย์ที่มีมูลค่ามากกว่าหนี้สิน ส่วนผู้ขายฝากก็รู้ตัวเองว่าผิดเอง ต้องยอมรับความจริง...   ปัญหาจะเกิดทันที ถ้าผู้ขายฝากพร้อมจะชำระหนี้ไถ่ถอนตามสัญญา แต่ผู้รับซื้อฝากกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับชำระหนี้ ซึ่งจะมีผลทำให้ทรัพย์สิน หรือที่ดินที่ขายฝากนั้นตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากทันที ตรงนี้แหล่ะ ที่ผมได้รับฟังมาเยอะ บางทีก็สายเกินแก้แล้ว ชาวบ้านชาวช่องไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้จะทำยังไง เงินก็มีพร้อมไถ่ถอนตามกำหนด แต่หาคนรับซื้อไม่เจอ กว่าจะยอมมาหาทนายความ ก็ทำอะไรแทบไม่ได้แล้ว ผมขอเรียนนะครับว่า   ถ้าเกิดกรณีเช่นนี้กับท่าน หรือญาติพี่น้องท่าน ให้เอาเงินสินไถ่ไปวางที่สำนักงานวางทรัพย์ กรมบังคับคดีนะครับ อย่าปล่อยให้ผ่านไปเฉย ๆ ผลของการวางทรัพย์ ภายในกำหนดสัญญา จะทำให้ลูกหนี้ หลุดจากหนี้ที่ต้องชำระ ในที่นี้ก็หมายถึงที่ดินของเราก็จะไม่ตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อ   เรื่องนี้ชาวบ้านหลายท่านไม่ทราบจริง ๆ น่าเห็นใจมาก ผมแค่อยากบอกให้ทุกคนรู้ว่ามันแก้ไขได้ครับ ถ้าเขาไม่ยอมให้เราจ่าย มีวิธีแก้ครับ อย่าปล่อยให้ทรัพย์สินหลุดมือไป ติดต่อสอบถามได้ที่... สำนักงานวางทรัพย์กลาง กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม เลขที่ 189/1 ถนนบางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ กรุงเทพมหานคร โทร.02-881-4999 ต่างจังหวัดก็ติดต่อที่สำนักงานวางทรัพย์ในเขตของท่าน ถ้าไม่มีให้ติดต่อที่ศาลในเขตจังหวัดของท่าน หรือปรึกษาทนายความใกล้บ้านท่าน ก่อนจะพ้นกำหนดไถ่ถอนตามสัญญา จะดีมากครับ     แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปทันทีครับ ถ้าให้ทาง สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ ดูแลการขายฝากให้กับท่าน เพราะเราคือแพลตฟอร์ม ที่เข้ามาแก้ปัญหาเฉพาะด้านนี้โดยตรง ดังนั้นผู้ขายฝากปลอดภัยเมื่อมาขายฝากกับทางสมาร์ทฟินน์ ติดต่อสอบถามผ่านทางเว็บนี้ได้เลยครับ www.smartfinn.co.th   ส่วนคำแนะนำแนวทางในการปฏิบัติด้านการวางทรัพย์ เข้าไปที่ Link ของกรมบังคับคดี ด้านล่างนี้ดูครับ www.led.go.th/dbases/pdf/v091055.pdf หรือ บทความของ www.dotproperty.co.th   การวางทรัพย์ กับ สำนักงานวางทรัพย์ ขั้นตอนที่จะทำให้ไม่ผิดนัด และ ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

Happy Investor ทำไมขายฝาก จึงดีต่อใจนักลงทุน

อสังหาริมทรัพย์ คือ สินทรัพย์ ที่มีค่ามูลค่าสูง แต่คนที่มีสินทรัพย์เป็นอสังหาฯ บางทีก็ปวดใจ เพราะเหมือนมีเงินแต่ใช้ไม่ได้ เพราะไม่ได้อยากขาย บางทีอยากใช้เงินหมุนแค่นิดเดียว แป๊บเดียว ทั้งๆที่มี สินทรัพย์มูลค่ามากกว่าเงินที่จำเป็นต้องใช้ตั้งเยอะ แต่กลับยืมเงินจากคอนโดหรือที่ดินที่มีมูลค่ามากๆออกมาใช้ไม่ได้   จริงๆ มีรูปแบบการยืมเงินจากสินทรัพย์ที่เรามี เพื่อมาใช้ในวงเงินและเวลาที่เรากำหนดได้นะ นั่นก็คือการ “ขายฝาก” ย้ำว่า “ขายฝากนะ ไม่ใช่ฝากขาย” ขายฝาก คือการนำทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน คอนโด บ้าน ทาวเฮาส์ โรงงาน ของเรา ไปตกลงขายฝากไว้กับ ผู้ซื้อฝาก โดยมีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี ในราคาวงเงินที่ต่ำกว่าราคาตลาดหรือราคาประเมิน โดยเมื่อถึงกำหนดเวลาแล้ว ผู้ซื้อฝากและผู้ขายฝาก ก็จะทำการ คืนเงินและโอนทรัพย์ชิ้นนั้นคืนกัน   ข้อดีคือถ้าคุณเป็นเจ้าของเงินที่จะรับขายฝาก : ไม่ต้องห่วงว่าราคาจะผิด เพราะที่นี่จะต้องใช้ราคาประเมิน จากบริษัทประเมินที่ ได้รับการรับรองจาก กลต.เท่านั้น ทรัพย์สินที่จะรับ ทาง SmartFinn จะประเมินเบื้องต้นก่อนแล้วว่าเป็นทรัพย์ดีงาม ไม่ต้องกลัวติดมือ หากติดมือ ก็ขายได้แน่นอน ทำเอกสารทุกอย่าง ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องกลัวเรื่องโดนโกง ได้ดอกเบี้ยในอัตรา 9% ต่อปี ดีกว่าหลายๆการลงทุน โดยที่คุณได้ถือโฉนดไว้ในมือให้อุ่นใจ   ข้อดีคือถ้าคุณเป็นเจ้าของทรัพย์ : คุณจะเสียดอกเบี้ย แค่ 9% เท่านั้น ไม่ใช่ 24 หรือ 36% แบบทั่วไป ขายฝากได้ 1-10 ปี ทำทุกอย่างตามกฎหมาย ไม่ต้องกลัวเรื่องโดนเบี้ยว ได้วงเงินสูงสุดถึง 70% ของวงเงิน ถ้าคุณติดเงินนอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงๆคุณควรเปลี่ยนมาใช้วงเงินที่โดนดอกเบี้ยต่ำกว่ามากๆ เพื่อเหลือเงินหมุนไว้บริหารได้ดีขึ้น   ทำไมต้อง ขายฝาก-กับ-สมาร์ทฟินน์ อ่านเพิ่มเติม   นี่ครับ! ผมมี SmartFinn มาฝากครับ รูปแบบการทำธุรกรรมขายฝาก ออนไลน์ ที่ win-win ทั้ง 2 ฝ่าย   ถ้าคุณมีที่ดิน คอนโด บ้าน หรือ อสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ที่อยากเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อมาบริหารจัดการโดยที่ไม่ได้อยากขายไป ลองเอาทรัพย์สินที่คุณมีมาลงทะเบียนที่นี่ครับ www.smartfinn.co.th น่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่แก้ปัญหาให้คุณได้ จริงๆ !     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

สมาร์ทฟินน์ เว็บขายฝาก ช่วย SMEs แก้ปัญหาเงินช็อต

ปัญหา ยากสุดในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการทั้งหลาย โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างเราๆ เชื่อว่าทุกคนคงตอบได้ตรงกันว่า เรื่องคู่แข่ง พัฒนาสินค้า การหาช่องทางการขาย หรือเรื่องการตลาด ล้วนแต่เรียนรู้ ฝึกฝนพัฒนากันได้ แต่ปัญหาใหญ่และยากสุด หนีไม่พ้นเรื่องเงิน เมื่อไหร่ก็ตามที่ประสบปัญหาเงินช็อต ขาดสภาพคล่อง หมุนเงินไม่ทัน ถ้าแก้ไม่ทันท่วงที กลายเป็น “จุดอ่อน” ที่ทำให้ธุรกิจสะดุด ล้มหายตายจาก แม้ว่าจะมีสินค้าดี มีฝีมือในการขายเลอเลิศแค่ไหนก็ตาม     เป็นที่มาของแรงบันดาลใจที่ทำให้ “คุณอ้อย-ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์” จับมือกับเพื่อนสมัยมัธยม “คุณมด-ปฏิมากร ใจอ่อน” พร้อมกับหุ้นส่วนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอีกท่าน ก่อตั้งธุรกิจขายฝาก โดยสร้างแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางในการรับขายฝากทรัพย์สิน เพื่อช่วยแก้ปัญหาขาดสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ภายใต้บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด   “ด้วยความที่อ้อยคุ้นเคยกับการทำธุรกิจมาตั้งแต่เรียนจบ เริ่มจากทำธุรกิจเสื้อผ้า รับจ้างผลิตเสื้อผ้าตามคำสั่งซื้อ ก็เลยมีประสบการณ์ เจอกับปัญหาขาดสภาพคล่องในการทำธุรกิจด้วยตัวเอง จำได้ว่า ช่วงที่เสื้อเหลืองได้รับความนิยม ประชาชนแห่กันหาซื้อเสื้อเหลืองมาสวมใส่เพื่อเฉลิมฉลองมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษารัชกาลที่ 9 บริษัทได้ออร์เดอร์ผลิตเสื้อเหลืองล็อตใหญ่มาก ซึ่งจำเป็นต้องสั่งซื้อผ้าสีเหลืองมาเตรียมไว้ ปรากฏว่า เราไม่มีเงินพอ และต้องเร่งหาให้ได้โดยด่วน ไม่เช่นนั้น จะผลิตเสื้อไม่ทัน อีกทั้งผ้าเหลืองขาดตลาด จำเป็นต้องใช้เงินสดในการสั่งซื้อ รู้ได้เลยว่า ตอนนั้นเราต้องวิ่งวุ่นแลกเช็คเพื่อหาเงินมาให้ได้ กว่าจะแก้ปัญหาได้แทบแย่”   จุดเริ่มต้นของสมาร์ทฟินน์ (Smartfinn) ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นสตาร์ตอัพ อีกทั้งยังมีฐานะเป็น “ฟินเทค” (หรือธุรกิจที่มีนวัตกรรมทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย) เกิดขึ้นเมื่อกลางปี 2560 โดยสมาร์ทฟินน์เป็นแพลตฟอร์มกลางในการช่วยจับคู่ระหว่างผู้ต้องการขายฝากสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง คอนโดมิเนียม บ้าน เป็นต้น ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง จะเป็นช่องทางการลงทุนให้กับผู้ที่มีเงินลงทุนในสินทรัพย์เหล่านี้ โดยจะได้รับผลตอบแทนในอัตราเฉลี่ย 9 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี ซึ่งถือว่าคุ้มค่า ให้ผลตอบแทนสูงกว่าการลงทุนในอีกหลายๆ ประเภทเสียด้วยซ้ำ   คุณปริสุทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วแนวคิดของสมาร์ทฟินน์ ก็เพื่อต้องการเป็นช่องทางในการช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องชั่วคราว สามารถนำทรัพย์สินมาขายฝาก ขณะเดียวกัน สมาร์ทฟินน์ก็จะเป็นทางเลือกในการลงทุนให้กับนักลงทุน     ขั้นตอนของการทำงาน สมาร์ทฟินน์จะพัฒนาระบบขึ้นมา โดยให้ผู้ต้องการใช้บริการเข้ามาลงทะเบียน หลังจากนั้นสมาร์ทฟินน์จะส่งบริษัทกลางเข้าประเมินสินทรัพย์ ซึ่งต้องเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับ และขึ้นทะเบียนเป็นบริษัทประเมินของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้ราคาขายฝากเป็นที่เชื่อมั่น และได้รับการยอมรับจากทั้ง 2 ฝ่าย จากนั้นเราก็จะตรวจสอบสินทรัพย์และคัดกรองอีกรอบ แล้วส่งให้ผู้สนใจลงทุนพิจารณาคัดเลือก เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายตกลงทำธุรกรรมกัน ก็จะนัดหมายเซ็นสัญญากันที่กรมที่ดิน โดยสมาร์ทฟินน์จะได้รับค่าตอบแทนในรูปของค่าธรรมเนียมในอัตรา 3.99 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่า เป็นอัตราที่ถูกกว่าค่าธรรมเนียมการเป็นนายหน้าขายฝากโดยทั่วไป   เปิดปมปัญหา-วงการซื้อ-ขายฝาก-อสังหาฯ-ไทย อ่านต่อได้ที่นี่   สมาร์ทฟินน์เริ่มดำเนินธุรกิจมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2560 เพียงแค่ไม่ถึงปี ได้รับการตอบรับจากทั้งนักลงทุนและเอสเอ็มอีที่ต้องการหาสภาพคล่อง มีธุรกรรมเกิดขึ้นแล้วกว่า 100 ล้านบาท   ด้าน คุณปฏิมากร ให้ข้อมูลว่า สำหรับอัตราดอกเบี้ยปีละ 9 เปอร์เซ็นต์ที่ผู้ขายฝากต้องจ่าย ถือว่า ถูกมาก เมื่อเทียบกับการกู้เงินจากช่องทางอื่นๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการขายฝากโดยทั่วไปที่ทำกันอยู่ จะสูงถึง 24-36 เปอร์เซ็นต์ แถมยังมีระยะเวลาไม่แน่นอน บางรายเจอสั้นๆ แค่ไม่กี่เดือน นอกจากนี้ สมาร์ทฟินน์ยังดูแลให้บริการเตือนเมื่อใกล้ครบกำหนดอายุขายฝาก เพื่อให้ผู้ขายฝากมีเวลาเตรียมตัว ป้องกันปัญหาทรัพย์ถูกยึดไป เพราะเรายึดหลักการที่ว่า การขายฝากเป็นเพียงการแก้ปัญหาขาดเงินชั่วคราว ไม่ใช่การขายขาด เพราะทรัพย์จะได้ราคาเพียง 70 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินที่ได้รับการประเมิน จึงไม่ควรปล่อยให้ถูกยึด ขณะที่ทางฝั่งผู้ลงทุน ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกหลอก เพราะเราจะประเมินเบื้องต้นเสียก่อนว่า เป็นทรัพย์ที่ดี ไม่มีปัญหาจริงๆ เอกสารทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อัตราผลตอบแทนที่ได้รับก็ถือว่าดีกว่าลงทุนทางอื่น และที่แน่ๆ ก็คือ สูงกว่าการฝากเงินกินดอกเบี้ย หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือ ผู้ขายฝากไม่มาไถ่ถอน ทำให้เกิดกรณีทรัพย์ติดมือ ก็สามารถขายต่อ หรือนำทรัพย์ไปพัฒนาต่อได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นทรัพย์ที่ดี ได้ราคาต่ำกว่าท้องตลาด อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เปิดทำธุรกิจมา ยังไม่มีกรณีที่ผู้ขายฝากผิดนัด ไม่มาไถ่ถอน มีแต่ไถ่ถอนก่อนกำหนดแทบทั้งสิ้น   “การที่เรามาทำธุรกิจนี้ นอกจากได้ช่วยธุรกิจที่ขาดเงินในช่วงสั้นได้รับเงินไปหมุนเวียนและแก้ไขปัญหา ดีกว่าไปกู้หนี้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงมาก แล้วก็ถือว่าเป็นความสุขทางใจถือว่าเป็นการได้ทำบุญ เพราะมีอยู่กรณีหนึ่งที่ผู้นำทรัพย์มาขายฝากพยายามหาเงินทุกทางแล้วไม่ได้ และเมื่อมาเจอแพลตฟอร์มขายฝากของสมาร์ทฟินน์ ก็นำทรัพย์มาเสนอและผู้ลงทุนให้ความสนใจลงทุนทันที ซึ่งทำให้เขาสามารถนำเงินไปคืนหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงมากได้ ซึ่งเราเห็นเขาดีใจมาก”     ถือได้ว่า สมาร์ทฟินน์ เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งหลาย ที่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง ต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับธุรกิจ ด้วยคอนเซ็ปต์การทำสินทรัพย์ที่มีอยู่ มาเปลี่ยนเป็นเงิน ผ่านช่องทางแพลตฟอร์มของสมาร์ทฟินน์ เพียงแค่คลิกไปที่ www.smartfinn.co.th พร้อมกับลงทะเบียน แค่นี้…ปัญหายุ่งๆ เรื่องเงินๆ ทองๆ ก็จะหมดไป!!     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

การขายฝาก เป็นการกู้เงินในระบบหรือนอกระบบ?

การขายฝาก เป็นการกู้เงินในระบบหรือนอกระบบ?   สมาร์ทฟินน์ : การขายฝากเป็นการกู้เงินประเภทหนึ่ง   ซึ่งการขายฝากเป็นการกู้ในระบบระหว่างบุคคล(หรือนิติบุคคล) โดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เนื่องจากต้องทำนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดิน และมีกฎหมายรองรับถูกต้อง แต่สิ่งที่เป็นปัญหาของการขายฝากก็คือ การคิดดอกเบี้ยสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด เนื่องจากผู้ขายฝากไม่มีทางเลือกมากนัก และอีกปัญหาสำคัญก็คือเงื่อนเวลาของสัญญาขายฝาก ที่นายทุนทั่วไปในปัจจุบันจะกำหนดไว้สั้นๆเพียงแค่ 3-6 เดือน ทำให้เป็นไปได้ยากที่จะสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ ทั้งสองประเด็นหลักนี้ ทำให้การขายฝากถูกมองในภาพลบ และถูกเข้าใจว่าเป็นการกู้เงินนอกระบบ   สิ่งที่ต้องระวังในการทำสัญญาขายฝาก อ่านต่อได้ที่นี่   สมาร์ทฟินน์ ตั้งมั่นสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาเพื่อแก้ไขใน 2 ประเด็นหลักนี้ เพื่อให้การขายฝากเป็นช่องทางการเข้าถึงเงินกู้ในระบบที่มีกฎหมายรองรับ และสามารถเป็นอีกทางเลือกในการแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินของหลายๆท่านที่มีอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเราให้บริการดังนี้   หานายทุนหรือผู้ซื้อฝากกลุ่มใหม่ ที่พอใจกับผลตอบแทน 9% ต่อปี โดยได้ถือครองโฉนดเป็นหลักประกัน กำหนดสัญญาขายฝากขั้นต่ำที่ 1 ปี และเปิดโอกาสให้ผู้ขายฝากเสนอเงื่อนไขสัญญาขายฝากได้มากกว่า 1 ปี โดยแพลตฟอร์มของสมาร์ทฟินน์จะช่วยจับคู่กับนักลงทุนที่พร้อมจะทำสัญญาขายฝากมากกว่า 1 ปี เพื่อให้ผู้ขายฝากมีเวลาเตรียมตัวไถ่ถอนทรัพย์สินได้มากขึ้น สมาร์ทฟินน์ กำหนดให้คิดดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 9% ต่อปี โดยชำระดอกเบี้ยต้นปี ทำให้ไม่มีภาระต้องชำระดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกในระหว่างรอบปีของสัญญา สมาร์ทฟินน์ จัดให้มีการประเมินทรัพย์สินโดยบริษัทประเมินที่ได้รับการรับรองจาก กลต. เพื่อให้ได้ราคาตลาดที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด ช่วยให้ผู้ขายฝากได้ราคาขายฝากที่ดีขึ้น และเป็นธรรม   สมาร์ทฟินน์ อยากส่งเสริมให้การขายฝากเป็นมิตรต่อผู้ขายและผู้ซื้อฝาก เป็นการกู้ยืมเงินแบบ P2P ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน มีความเป็นธรรม ช่วยเหลือธุรกิจกิจการ ที่กำลังอยู่ในภาวะที่เดือดร้อน สมาร์ทฟินน์ มั่นใจว่า “ขายฝาก กับสมาร์ทฟินน์” จะเป็นสิ่งที่ทุกคนมั่นใจ และเป็นช่องทางหนึ่งในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเป็นธรรม   คลิกไปที่ www.smartfinn.co.th พร้อมลงทะเบียน       SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

P2P Lending best deal financial platform

P2P Lending best deal financial platform             การขายฝากถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลต่อบุคคล โดยใช้อสังหาริมทรัพย์ในการค้ำประกันการกู้ยืมเงินมาเป็นเวลามากกว่า 60 ปี ซึ่งเป็น P2P lending รูปแบบหนึ่ง เพียงแต่เกิดขึ้นมานานแล้วก่อนยุคที่ P2P lending จะออนไลน์บนโลกอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน การขายฝากที่ผ่านมา ผู้ขายฝากจะค่อนข้างเสียเปรียบและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ทั้งที่เป็นการกู้เงินแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เนื่องจากภาระดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง และระยะเวลาสัญญาขายฝากที่ค่อนข้างสั้น ทำให้ไม่สามารถนำเงินมาชำระเพื่อไถ่ถอนการขายฝากได้             สมาร์ทฟินน์ นำจุดเด่นของ P2P lending ที่มีการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์แบบมีเงื่อนไขเป็นตัวค้ำประกัน ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับทั้งทางฝ่ายนายทุนและฝ่ายผู้ขายฝาก ในขณะเดียวกันสมาร์ทฟินน์ พัฒนาการขายฝากแบบเดิมโดยสร้างแพลตฟอร์มกลางขึ้นมา เพื่อให้ฝ่ายผู้ขายฝาก ได้เข้าถึงนายทุนกลุ่มใหม่ ที่จะช่วยทำให้ภาระดอกเบี้ยของผู้ขายฝากลดลงมากกว่า 50%     สมาร์ทฟินน์ได้เสริมข้อมูลการประเมินทรัพย์สิน เพื่อช่วยให้ได้ราคาขายฝากที่ดีขึ้น รวมทั้งกำหนดระยะเวลาขายฝากขั้นต่ำที่ 1 ปี และสามารถต่อรองระยะเวลาการขายฝากกับผู้ซื้อได้ยาวขึ้น  เพื่อผู้ขายฝากจะมีเวลาแก้ปัญหาสภาพคล่องมากพอที่จะไถ่ถอนทรัพย์สินคืน  หรือมีเวลามากขึ้นในการจัดการขายทรัพย์สินที่นำมาขายฝาก และเหลือเงินสดบางส่วนหลังจากการไถ่ถอน             ทั้งนี้เพื่อเป็นอีกหนึ่งในทางเลือกของทั้งผู้กู้ และผู้ฝากหรือผู้ลงทุน ในโลกปัจจุบันที่กำลังก้าวข้ามคนกลาง ไปสู่แพลตฟอร์มที่เชื่อมคู่ค้าหรือคู่สัญญาหรือuser ให้สามารถทำธุรกรรมได้โดยตรงมากขึ้น     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

การขายฝาก vs โรงรับจำนำ

การขายฝาก vs โรงรับจำนำ   โรงรับจำนำอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน การไปจำนำทรัพย์สินที่โรงรับจำนำ เป็นเรื่องที่คนทั่วไปยอมรับหลักการและเข้าใจกระบวนการได้ง่าย ซึ่งแน่นอนว่าการจำนำนั้นสามารถช่วยเหลือสภาพคล่องให้ในการใช้จ่ายประจำวัน หรือ การลงทุนระดับเล็ก (Micro SME) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนทรัพย์สินที่ได้ราคารับจำนำสูงสุดก็คือทรัพย์สินประเภททองคำ ซึ่งจะได้ราคารับจำนำสูงถึง 80-85% ของราคาทองคำ ณ ขณะนั้น ส่วนเรื่องระยะเวลาตามตั๋วจำนำ ก็อยู่ระหว่าง5-6เดือน ถ้าถึงกำหนดแล้วยังไม่ต้องการไถ่ถอน ก็สามารถไปจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยและและต่อสัญญาตามตั๋วจำนำออกไปได้อีกหนึ่งรอบ ส่วนอัตราดอกเบี้ยก็อยู่ระหว่างร้อยละ 0.75-1.25% ต่อเดือน(9-15%ต่อปี) แต่ถ้าครบกำหนดตามตั๋วจำนำและไม่มาต่อดอกเบี้ยหรือไถ่ถอนคืน ทรัพย์สินนั้นก็จะหลุดจำนำและตกเป็นของโรงรับจำนำตามขั้นตอนและกฎหมายที่ระบุไว้โดยสมบูรณ์   การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ของ Smartfinn ก็มีลักษณะหลายอย่างคล้ายกับการจำนำ ได้แก่   1. ราคาขายฝากได้รับการประเมินจากบริษัทประเมินที่มีมาตรฐานเป็นธรรมต่อราคาสินทรัพย์ผู้มาขายฝาก   2. มีการกำหนดระยะเวลาขายฝาก 1-3 ปี หรือตามแต่คู่สัญญาตกลงกัน ถ้ามาไถ่ถอนก่อนครบกำหนดเวลาก็จะได้ทรัพย์สินกลับคืนไป ในขณะที่ การขายฝาก Smartfinn ผู้ขายฝากยังมีสิทธิในการอยู่อาศัย/ทำกิจการในทรัพย์สินของตนเองต่อไปได้จนครบกำหนดไถ่ถอน   3. สามารถต่ออายุการขายฝากได้ แต่มีสิ่งสำคัญที่แตกต่างไปคือ เงื่อนไขในการต่อสัญญาที่ไม่เหมือนกับการไปจำนำทรัพย์สินต่อโรงรับจำนำ   4. Smartfinn ช่วยส่งเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ แปลงสินทรัพย์ที่มีอยู่ ให้เป็นทุนหรือขยายกิจการได้โดยช่วยเหลือในระดับใหญ่กว่าโรงรับจำนำ คือตั้งแต่ Micro-SME ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดใหญ่   5. มีดอกเบี้ยเป็นสิ่งตอบแทนเช่นกัน แต่ดอกเบี้ยขายฝากส่วนใหญ่จะมีอัตราสูงมาก คือตั้งแต่ร้อยละ 1-3 %ต่อเดือน(12-36% ต่อปี) แต่ในขณะที่ Smartfinn ให้บริการดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 0.75% ต่อเดือน (9%ต่อปี) เท่านั้น   การขายฝากแตกต่างจากการจำนำ คือ การต้องไปทำการขายฝาก ต้องไปดำเนินการ ณ สำนักงานที่ดิน นั่นเอง โดยจะต้องเสียค่าธรรมเนียมและภาษีให้กับกรมที่ดิน รวมทั้งเมื่อมาไถ่ถอนคืน ก็ต้องมีค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนอีกครั้ง   รูปแบบของโรงรับจำนำเป็นที่พึ่งยามยากของคนระดับรากหญ้า เสริมสภาพคล่องทางการเงินได้รวดเร็ว และมีดอกเบี้ยควบคุมโดยรัฐ รวมทั้งมีการกำหนดเงื่อนไขเวลาและเงื่อนไขการต่อสัญญาตั๋วจำนำ ที่มีความยืดหยุ่นพอที่จะให้เวลาแก่ผู้จำนำในการไถ่ถอนทรัพย์สินคืน เพียงแต่โรงรับจำนำใช้ได้กับสังหาริมทรัพย์ เช่น แหวนสร้อยทองคำ โทรศัพท์ เท่านั้น แต่เมื่อเป็นทรัพย์สินมูลค่าสูง เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโด ที่อยู่ในหมวดอสังหาริมทรัพย์ การใช้วิธี “ขายฝาก” จะใกล้เคียงกับโรงรับจำนำ แต่ก็มีความแตกต่างจากการจำนำในโรงรับจำนำ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่   1. การกำหนดอายุสัญญาตอนแรกต้องได้รับการยินยอมทั้งสองฝ่าย แต่การขอต่ออายุสัญญาขายฝาก จะเป็นอำนาจการตัดสินใจของผู้ซื้อฝาก 2. ดอกเบี้ยในการขายฝากทั่วๆไป จะสูงกว่าดอกเบี้ยโรงรับจำนำมาก ทำให้มีภาระดอกเบี้ยจำนวนมาก ทำให้หาเงินต้นมาไถ่ถอนทรัพย์สินในเวลาอันสั้นยิ่งเป็นไปได้ยาก 3. จะต้องเสียค่าธรรมเนียมและภาษีให้กับกรมที่ดิน รวมทั้งเมื่อมาไถ่ถอนคืน ก็ต้องมีค่าธรรมเนียมการไถ่ถอนอีกครั้ง ซึ่งเป็นการทำตามขั้นตอนตามกฎหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ทั้งฝ่ายผู้ขายฝากและฝ่ายนายทุนผู้ให้เงิน   การขายฝากกับ Smartfinn ช่วยแก้ปัญหาข้อที่ 1 และ 2 ได้ระดับหนึ่ง โดยการเป็นผู้เชี่ยวชาญในการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน กำหนดเงื่อนไขและจำนวนปีในการทำสัญญาขายฝาก ระหว่างนายทุนผู้ให้เงินและผู้ขายฝาก ให้สอดคล้องกับความสามารถในการไถ่ทรัพย์คืนของผู้ขายฝาก รวมถึงอัตราดอกเบี้ย Smartfinn ที่ 9% ต่อปี ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราดอกเบี้ยเบิกเกินบัญชี(โอดี) ของสถาบันการเงินในระบบ   ► www.smartfinn.co.th ► ติดต่อสอบถามข้อมูล Line ID: @smartfinn ► โทร 094-445-7975     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากก่อนขายจริง อีกช่องทางในการแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน

เชื่อว่าหลายๆท่านคงมีความประสงค์ในการขายอสังหาริมทรัพย์ ทั้ง บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม ที่ดินเปล่า หรือแม้กระทั่ง หอพัก อพาร์ทเม้นท์ โรงแรม หรือโรงงาน เป็นต้น ด้วยเหตุผลต่างๆนานา เพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่องในการทำธุรกิจ หรือลงทุนใหม่ หรือชำระคืนหนี้สินก็ตาม แต่เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูง ต้องอาศัยการติดประกาศ การโฆษณา หรือขายผ่านนายหน้าต่างๆ   รวมทั้งผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก ยังคงต้องอาศัยเงินกู้จากสถาบันการเงินในการซื้อ การขายอสังหาริมทรัพย์จึงมักจะต้องใช้เวลาอยู่ระยะหนึ่ง   แต่บางครั้งผู้ขายก็อยู่ในภาวะที่ขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือมีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินก้อนเพื่อการลงทุนอย่างเร่งด่วน การรอเงินจากการขายอสังหาริมทรัพย์ของตนเอง ก็ไม่สามารถทราบได้ว่าจะขายได้เมื่อไหร่ ผู้ขายอาจลองยื่นขอสินเชื่ออเนกประสงค์จากสถาบันการเงิน เพื่อนำเงินสดมาใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ก่อนได้ ในกรณีที่ท่านมีเครดิตดี และมีแหล่งที่มาของรายได้ชัดเจนและมากพอครอบคลุมกับยอดผ่อนชำระคืนต่อสถาบันการเงินนั้นๆ  แต่ถ้าท่านไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ การขายฝากรูปแบบใหม่กับ สมาร์ทฟินน์ (Smartfinn) อาจช่วยให้ท่านผ่านปัญหาสภาพคล่องทางการเงินได้ระหว่างรอการขายจริงอสังหาริมทรัพย์ของท่าน   ขายฝากผ่าน สมาร์ทฟินน์ ดอกเบี้ยเพียง 0.75% ต่อเดือน หรือ 9% ต่อปี สัญญาขายฝากเริ่มต้นที่หนึ่งปี และท่านยังคงพักอาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ได้ตามปกติ   สมาร์ทฟินน์ เป็น Platform Matching การขายฝากอสังหาฯ กับนักลงทุน และช่วย SMEs ให้มีสภาพคล่อง สนใจดูรายละเอียดและตัวอย่างได้ที่ www.smartfinn.co.th หรือ @SMARTFINN เพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของเราได้ทันที     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝาก สมาร์ทฟินน์ช่วยคุณรักษาและฟื้นฟูเครดิตของคุณได้อย่างไร

ในโลกปัจจุบัน เครดิตทางการเงินของทุกคนมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ทั้งการทำธุรกิจการค้า การลงทุน สำคัญต่อหน้าที่การงาน และการขอสินเชื่อหลากหลายจากสถาบันการเงิน หลายๆท่านที่ใช้บริการสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อธุรกิจ สินเชื่ออเนกประสงค์ สินเชื่อรถยนต์ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล รวมทั้งสินเชื่อบัตรเครดิต ท่านก็มีหน้าที่ต้องผ่อนชำระเงินกู้เหล่านั้นเป็นประจำทุกๆเดือน แต่ในบางช่วงจังหวะของชีวิตของท่าน อาจจะประสบปัญหาการขาดสภาพคล่อง เนื่องจากการขาดรายได้ประจำจากหน้าที่การงานที่ทำอยู่ หรือการเปลี่ยนแปลงของวงจรธุรกิจซึ่งทำให้รายได้ลดลงเป็นผลให้ขาดทุนจากการทำการค้า หรือมีเหตุจำเป็นที่ทำให้ท่านต้องใช้จ่ายเงินก้อนโต และเป็นสาเหตุทำให้สภาพคล่องทางการเงินของท่านเกิดปัญหาขึ้นมา ในกรณีที่ท่านยังมีอสังหาริมทรัพย์อื่นของท่านหรือญาติพี่น้อง ที่สามารถนำมาขายหรือจำนองต่อสถาบันการเงิน เพื่อจะได้เงินสดมาแก้ปัญหาสภาพคล่องได้ ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่หลายๆท่านก็อาจจะไม่สามารถขายอสังหาริมทรัพย์ของตนเองได้ในเวลาอันสั้น หรือไม่สามารถขอสินเชื่อเพิ่มเติมจากสถาบันการเงินได้ด้วยหลายๆเหตุผล   สมาร์ทฟินน์ อาจเป็นอีกทางเลือกของคุณที่จะช่วยให้คุณได้เงินสดเพื่อมาเสริมสภาพคล่องของคุณในเวลาไม่นานนัก ด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.75% ต่อเดือน หรือ 9% ต่อปี โดยการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ของท่านผ่านแพลตฟอร์มของสมาร์ทฟินน์ เป็นการขายฝากที่ถูกต้องตามกฏหมายขายฝาก ณ สำนักงานเขตที่ดิน โดยท่านสามารถไถ่ถอนอสังหาริมทรัพย์ของท่านคืนตามกำหนดเวลา และสามารถอาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ของท่านได้ตามปกติในช่วงเวลาการขายฝาก   สมาร์ทฟินน์อาจช่วยให้ท่านสามารถหาเงินสดมาเสริมสภาพคล่องได้ทันเวลา และช่วยให้สามารถชำระหนี้สินกับสถาบันการเงินได้ตามกำหนด เพื่อรักษาเครดิตของท่าน หรือนำไปลดหนี้สินบางส่วนหรือทั้งหมดที่มีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่ากับทางสถาบันการเงิน ซึ่งอาจจะช่วยเสริมสร้างเครดิตของท่านให้ดีขึ้น เมื่อหนี้สินกับสถาบันการเงินลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ   สำหรับบางท่านที่มีอสังหาริมทรัพย์ที่ติดภาระจำนองกับสถาบันการเงิน แต่ได้มีการผ่อนชำระมาระยะหนึ่ง จนจำนวนเงินสินเชื่อคงค้างน้อยกว่า 50% ของมูลค่าตลาดของอสังหาริมทรัพย์ของท่าน การขายฝากผ่านสมาร์ทฟินน์ อาจช่วยให้ท่านหมดหนี้สินส่วนนี้กับสถาบันการเงิน ทำให้เครดิตของท่านดูดีขึ้น เพราะยอดหนี้สินและภาระผ่อนต่อเดือนกับสถาบันการเงินส่วนนี้หายไปทั้งหมด ทำให้ท่านสามารถใช้ช่วงเวลาหนึ่งถึงสามปีในการจัดการปัญหา ทั้งหนี้สินและเครดิตของท่านใหม่ทั้งหมด เสมือนการ Re-credit ของท่าน  ท่านอาจจะขายทรัพย์สินบางอย่างเพิ่มเติม หรือปรับเปลี่ยนหน้าที่การงาน ธุรกิจการค้าของท่าน จนมีรายได้มากขึ้น และสามารถนำอสังหาริมทรัพย์ที่ท่านขายฝากนี้ กลับไปกู้เงินกับสถาบันการเงินได้อีกครั้ง   ผู้ซื้อฝากหรือผู้ให้กู้จำนวนไม่น้อยที่จะมาซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์ของท่านผ่านระบบของสมาร์ทฟินน์ ยินดีกับผลตอบแทน 9% ต่อปี และการได้ถือครองโฉนดเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมทั้งการได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน ในการฝ่าฟันปัญหาทางการเงินในช่วงเวลาที่ลำบากของท่าน   ► สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th ► ติดต่อสอบถามข้อมูล Line ID: @smartfinn ► โทร 02-026-0725 , 094-445-7975     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

เปิดปมปัญหา วงการซื้อ-ขายฝาก อสังหาฯ ไทย กับทางเลือกใหม่ในชื่อ SmartFinn

เปิดปมปัญหา วงการซื้อ-ขายฝาก อสังหาฯ ไทย กับทางเลือกใหม่ในชื่อ SmartFinn   หลายท่านคงเคยได้ยินเรื่องราวของการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ แล้วก็คงสัมผัสได้ถึงภาพเชิงลบจากการที่มีผู้ซื้อฝากเป็นนายทุนที่กดราคาซื้อฝากต่ำ คิดดอกเบี้ยแพง จนในที่สุดผู้ขายฝากก็ต้องสูญเสียทรัพย์สินที่นำมาขายฝาก จนทำให้หน่วยงานของรัฐมีแนวคิดที่จะยกเลิกกฎหมายขายฝาก โดยตัวผู้ขายฝากก็ถูกมองว่าเป็นคนที่มีปัญหาทางการเงิน ทั้งที่มีทรัพย์สิน แต่ไม่มีรายได้ประจำหรือรายได้ที่มากพอที่จะสามารถนำไปขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ และยังไม่สามารถขายสินทรัพย์ได้ทันที หรือไม่ประสงค์ขายสินทรัพย์นั้นๆ จึงใช้วิธีการขายฝาก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและภาระสูงกว่าการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน   ทว่าในฝั่งนายทุนผู้รับขายฝาก ทำไมจึงไม่กลัวการขายฝากและยังมีการแข่งขันแย่งลูกค้ากันทางอินเทอร์เน็ตค่อนข้างสูง ก็เพราะธุรกรรมนี้ได้ผลตอบแทนสูง และมีความเสี่ยงน้อยกว่าการให้กู้ยืมด้วยวิธีอื่นๆ หรือถ้าเทียบกันแล้วก็จะคล้ายๆ กับธุรกิจโรงรับจำนำที่มีทรัพย์มาวางและทำให้คิดดอกเบี้ยได้สูงพอสมควร ซึ่งต่างกันกับของวางจำนำที่เป็นอสังหาฯ เมื่อผู้กู้หรือผู้ขายฝากไม่สามารถหาเงินต้นมาคืนได้ตามกำหนด ตัวนายทุนก็จะได้อสังหาฯ นั้นๆ ไปเป็นกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ โดยที่ธรรมชาติของนายทุนมักจะให้กู้ยืมในมูลค่า 20-60% ของราคาอสังหาฯ นั้นๆ ซึ่งถ้าสามารถนำไปขายต่อได้ ก็จะมีกำไรส่วนต่างได้มาก นอกเหนือจากดอกเบี้ยที่เรียกเก็บในอัตรา 1.25–20% ต่อเดือน (คิดเป็นปีก็ตก 15–240% ต่อปี)   ...นี่คือภาพที่หากจะพูดว่าไม่เป็นธรรม มันก็คงไม่ได้ เพราะเป็นการยินยอมในเงื่อนไขของทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้หรือผู้ขายฝากและผู้ซื้อฝาก ซึ่งในฟากของผู้ขายฝากปัจจุบัน คงจะคิดหนักกับประเด็นนี้ เพราะถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องประสบอยู่ และหากพอสรุปเป็นปัญหาสำคัญก็พอจะเคาะออกมาได้ 3 เรื่อง ได้แก่    การให้วงเงินซื้อขายฝากอสังหาฯ ส่วนใหญ่ ต่ำกว่า 50% ของมูลค่าอสังหาฯ นั้นๆ การกำหนดอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมที่สูงกว่าสถาบันการเงินอย่างมาก (ตามข้อตกลง) การตั้งเงื่อนไขเวลาของสัญญาขายฝากค่อนข้างสั้น เฉลี่ยอยู่ที่ 6 เดือนถึง 1 ปีเท่านั้น   ดังนั้น ถ้าพิจารณาจากปัญหาข้างต้น โดยเฉพาะกับเงื่อนไขในข้อที่ 2 และ 3 บ่งชี้ให้เห็นชัดเลยว่าโอกาสที่ผู้ขายฝากจะสามารถหลุดพ้นจากภาระขายฝากแล้วไถ่ถอนอสังหาฯ ของตนเองกลับคืนไปนั้น ‘แทบจะเป็นไปได้ยากจริงๆ’   ประเด็น คือ ทั้งๆ ที่ผู้ขายฝากส่วนใหญ่รู้ถึงปัญหา แต่ยังกล้าทำการขายฝากอีก? เหตุผลหลัก ก็เพราะพวกขาเหล่านั้น มีความจำเป็นและไม่สามารถใช้อสังหาฯ ของตนไปกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินในระบบด้วยหลายๆ เหตุผล จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้มีผู้ที่มองเห็นปัญหาและพยายามหาโซลูชันเพื่อแก้ไข ซึ่งในปัจจุบันมี ‘สมาร์ทฟินน์’ SmartFinn บริการขายฝากอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ เพื่อบริการให้กับผู้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและมีความจำเป็นต้องใช้เงินสดที่มีอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังไม่อยากขายขาดอสังหาริมทรัพย์ในทันที เพราะอาจมีความจำเป็นต้องใช้ประโยชน์หรืออยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์นั้นอยู่ โดยสามารถนำสินทรัพย์ดังกล่าวมาขายฝากก่อน ด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการขายฝากในรูปแบบเดิมๆ   สมาร์ทฟินน์ เป็นระบบตัวกลางซื้อ-ขายฝากอสังหาฯ รูปแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้เจอกับนายทุนกลุ่มใหม่ที่มีมุมมองแตกต่างจากนายทุนรูปแบบเดิมๆ โดยนายทุนกลุ่มนี้จะเป็นบุคคลธรรมดาทั่วไปที่ฝากเงินหรือลงทุนในสถาบันการเงินต่างๆ รวมถึงอสังหาฯ ให้เช่าต่างๆ ที่ได้ผลตอบแทนอยู่ระหว่าง 2-5% ซึ่งระบบตัวกลางจากสมาร์ทฟินน์นี้จะช่วยให้พวกเขามีทางเลือกในการได้ผลตอบแทนมากขึ้น ภายใต้ความเสี่ยงที่จำกัด   ดังนั้น เมื่อกลุ่มนายทุนเปลี่ยน ภายใต้ระบบการจัดการจากสมาร์ทฟินน์ ผู้ขายฝากก็สามารถรับความยืดหยุ่นจากระบบนี้ได้ด้วยเช่นกัน เช่น สามารถปรับเปลี่ยนระยะเวลาที่สามารถผ่อนชำระภายใต้สัญญาขายฝากที่ยาวขึ้น หรือยืดหยุ่นให้ขยายสัญญาขายฝากได้มากขึ้น ด้วยการกำหนดสัญญาผู้ขายฝากเริ่มต้นที่ 1 ปีขึ้นไป และอัตราดอกเบี้ยที่ประมาณ 9% ต่อปีเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าระบบนายทุนขายฝากเก่าๆ มาก แต่ก็เป็นอัตราตอบแทนที่นายทุนกลุ่มใหม่พอใจ ภายใต้ทัศนคติที่ไม่ได้ต้องการยึดครองอสังหาฯ ที่ซื้อฝากมา เป็นต้น   ทั้งนี้ จากกรณีตัวอย่างของลูกค้าขายฝากรายหนึ่ง ตัดสินใจเข้ามาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ เนื่องจากวันนั้น เขาต้องการเงินเพื่อไปปิดภาระหนี้จากบัตรเครดิต หากไม่ชำระจะเกิดปัญหาทางด้านเครดิตที่กระทบต่อการงาน ด้วยเวลาที่มีจำกัด จึงไม่สามารถรอขายบ้านจริงได้ หรือจะกู้เงินจากสถาบันต่างๆ ก็ไม่ผ่านเงื่อนไข เขาจึงนำบ้านที่มีอยู่มาขายฝากกับสมาร์ทฟินน์ เปลี่ยนบ้านเป็นเงินสดทันที และนำเงินที่ได้นี้ไปปิดภาระหนี้สินต่างๆ และทำให้เขากลับมามีสภาพคล่องอีกครั้ง ระหว่างทำสัญญาขายฝากเพียงแค่ 3 เดือน ก็มีคนติดต่อมาขอซื้อบ้านทำให้เขาสามารถไถ่ถอนได้ในระยะเวลาแค่ 3 เดือน ในมุมของนักลงทุนหรือผู้ซื้อฝาก แทนที่จะได้ผลตอบแทน 9% ต่อปี กลายเป็นว่าได้ผลตอบแทน 9% ใน 3 เดือน หรือถ้าคิดเป็นรายเดือนก็ตกอยู่ที่ 3% เรียกได้ว่า วิน วิน ทั้งสองฝ่าย   สำหรับค่าบริการนั้น ทางสมาร์ทฟินน์จะคิดค่าบริการในการขายฝากจากผู้ขายฝากในอัตราเพียง 3.99% (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ของราคาขายฝาก (แต่ขั้นต่ำค่าบริการต้องไม่น้อยกว่า 45,000 บาท บวกกับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เมื่อสามารถทำการขายฝากบนระบบของสมาร์ทฟินน์ได้สำเร็จ หากยังไม่ได้ทำการขายก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ (นอกจากค่าใช้จ่ายในการทำรายงานการประเมินทรัพย์สิน ซึ่งผู้ขายฝากต้องชำระโดยตรงกับบริษัทที่ทำการประเมิน) ส่วนผู้ซื้อฝาก จะไม่มีการเก็บค่าบริการในการซื้อฝากผ่านระบบ แต่อาจมีค่าบริการเฉพาะในบางกรณีของแต่ละท่าน เช่น ค่าบริการในการให้เจ้าหน้าที่ สมาร์ทฟินน์พาไปดูทรัพย์สินของผู้ขายฝากเป็นต้น   ฉะนั้น หากใครที่กำลังข้องเกี่ยวกับแวดวงของอสังหาฯ ในลักษณะของการเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขายฝาก ก็น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งที่จะลองเลือกใช้บริการจาก สมาร์ทฟินน์ (SmartFinn) ซึ่งปัจจุบันได้สร้างแพลตฟอร์มสำหรับขายฝากอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นที่รู้จักและให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และเตรียมตัวขยายการให้บริการไปทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจังหวัดใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา เป็นต้น

อ่านต่อ >>

SmartFinn สตาร์ทอัพหัวใส ปลดล็อก Best Deal ผู้ขาย-ผู้ซื้อ

SmartFinn สตาร์ทอัพหัวใส ปลดล็อก Best Deal ผู้ขาย-ผู้ซื้อ   อย่างที่ทราบกันดีว่า สตาร์ทอัพโดยส่วนใหญ่เริ่มต้นจากแนวคิดที่ต้องการแก้ปัญหาบางอย่าง และอาจรวมไปถึงการเพิ่มช่องทางหรือเสริมบริการ จากรูปแบบเดิมๆ มาสู่แพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น  SmartFinn คืออีกสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่กำลังตอบโจทย์สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น ผ่านโมเดลบริการขายฝากอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ ที่จะทำให้ผู้ขายฝากและผู้ซื้อมาเจอกัน ผ่านแพลตฟอร์มกลาง ผ่านแนวคิดของผู้ก่อตั้ง (Co-Founder) อย่าง  อ้อย- ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์ CEO และ มด-ปฏิมากร ใจอ่อน COO ซึ่งต้องการพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อบริการให้กับผู้ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและมีความจำเป็นต้องใช้เงินสดที่มีอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังไม่อยากขายขาดอสังหาริมทรัพย์ในทันที เพราะอาจมีความจำเป็นต้องใช้ประโยชน์หรืออยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์นั้นอยู่ โดยสามารถนำสินทรัพย์ดังกล่าวมาขายฝากก่อน ด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการขายฝากในรูปแบบเดิมๆ   แนวคิดนี้เกิดขึ้นมาจากอะไร? ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์: แนวคิดการพัฒนาแพลตฟอร์ม SmartFinn เกิดจากความต้องการสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ที่ต้องการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการขายฝากแบบเดิมๆ ซึ่งหากจะให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ก็หมายถึง SmartFinn เปรียบได้กับ Uber แต่เป็นบริการด้านการเงิน ซึ่งเป็น Concept คล้ายๆ กัน โดย Uber เป็นแพลตฟอร์มกลางให้คนที่มีรถและคนที่ต้องการใช้รถมาเจอกัน ขณะที่ SmartFinn เป็นแพลตฟอร์มที่ Matching ระหว่างคนที่ต้องการขายฝากอสังหาริมทรัพย์และคนที่ต้องการซื้อหรือผู้ลงทุนนั่นเอง     จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ SmartFinn กลายเป็นทางเลือกของผู้ซื้อ-ผู้ขาย? ปริสุทธิ์ รัตนมหาวงศ์: ทั้งนี้ หัวใจในการทำงานของ SmartFinn ต้องการมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาการขายฝากในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาจากการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรม โดย SmartFinn จะช่วยทำให้การขายฝากอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ เกิดดีลราคาที่ดีที่สุดในท้องตลาด ด้วยราคาที่สูงที่สุดถึง 70% ของราคาที่มีการซื้อขายจริงในท้องตลาด และยังสามารถต่อสัญญาได้สูงสุดตามกฎหมาย (ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างคู่สัญญา) ส่วนอัตราดอกเบี้ยขายฝากผ่าน SmartFinn ยังต่ำที่สุด 0.75% ต่อเดือน หรือ 9% ต่อปี ขณะที่อัตราดอกเบี้ยขายฝากทั่วไปในท้องตลาดส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 3% ต่อเดือน หรือ 36% ต่อปี ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงมาก   ดังนั้น จากการที่เราอยู่ในธุรกิจที่ปรึกษาด้านการลงทุนมานาน ทำให้เข้าใจถึงความน่ากลัวของการกู้เงินในรูปแบบดอกเบี้ยทบต้นเป็นอย่างดี และจะสร้างปัญหาให้กับฝั่งลูกหนี้อย่างมาก ยกตัวอย่าง ขายฝากแบบเดิมที่อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อเดือน หรือ 36% ต่อปี ผ่านไปเพียง 2 ปี ดอกเบี้ยจะเท่ากับ 72% นั่นเท่ากับว่า ต้องจ่ายดอกเบี้ยเกือบเท่ากับจำนวนเงินต้น ดังนั้น จึงเป็นเรื่องยาก สำหรับคนที่กู้เงินด้วยดอกเบี้ยสูงๆ จะสามารถนำเงินไปต่อยอดธุรกิจหรือเสริมสภาพคล่องได้ แต่เมื่อไม่สามารถเข้าถึงการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ก็จำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ สุดท้ายก็ยิ่งเพิ่มภาระหรือเพิ่มต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ   แม้ว่าดอกเบี้ยจากบริการขายฝากผ่าน SmartFinn จะไม่ต่ำเท่ากับการจำนองทรัพย์กับสถาบันการเงิน แต่บางคนอาจจะไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดังกล่าว ไม่ว่าจะเกิดจากกู้เต็มวงเงินแล้ว หรือเครดิตไม่ผ่านเกณฑ์ แต่หากยังมีทรัพย์ที่สามารถนำมาเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้ เชื่อว่า SmartFinn จะช่วยให้ผู้ขายฝากไม่ต้องโดนทำร้ายจากการขายฝากที่โดนกดวงเงิน หรือ ดอกเบี้ยสูงๆจากการรับจำนองเองของเจ้าของเงินที่รับขายฝากทั่วไป     ขณะเดียวกัน ฝั่งของผู้ซื้อฝากหรือผู้ลงทุนนั้น ยังได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในการลงทุน สูงถึง 9% ต่อปี พร้อมกับได้สิทธิ์ในโฉนดที่ดินด้วย อีกทั้ง SmartFinn ยังลดความเสี่ยง ด้วยทีมประเมินทรัพย์สินที่ได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ช่วยเสริมทัพความอุ่นใจให้เจ้าของเงิน อีกด้วย   ในแง่ของหลักการทำงาน ปฏิมากร ใจอ่อน COO ของ SmartFinn ได้แชร์ถึงรายละเอียดอย่างน่าสนใจ ปฏิมากร: รูปแบบบริการ Smart Finn มีความเป็นระบบสูง เริ่มจากเมื่อมีลูกค้าติดต่อเข้ามาต้องการจะฝากทรัพย์สิน ในเบื้องต้นจะมีการสัมภาษณ์เจ้าของทรัพย์สินว่า มีหนี้ค้างอยู่กับเจ้าหนี้ที่อื่นหรือไม่ และหากนำทรัพย์สินมาขายฝากแล้วลูกค้าจะเหลือเงินอีกเท่าไหร่ เพื่อนำไปปลดภาระหนี้สินหรือนำไปเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน จากนั้นจะมีผู้ประเมินราคาทรัพย์สินอย่างยุติธรรม เมื่อผ่านการพิจารณาทุกขั้นตอนแล้ว จะนำทรัพย์สินดังกล่าวเสนอให้กับผู้ที่สนใจลงทุนทั้งบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ และช่องทางอื่นๆ สำหรับค่าบริการนั้น ทาง SmartFinn จะคิดค่าบริการในการขายฝากจากผู้ขายฝากในอัตราเพียง 3.99% (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ของราคาขายฝาก (แต่ขั้นต่ำค่าบริการต้องไม่น้อยกว่า 45,000 บาท บวกกับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เมื่อสามารถทำการขายฝากบนระบบของ SmartFinnได้สำเร็จ หากยังไม่ได้ทำการขายก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ (นอกจากค่าใช้จ่ายในการทำรายงานการประเมินทรัพย์สินซึ่งผู้ขายฝากต้องชำระโดยตรงกับบริษัทที่ทำการประเมิน) ส่วนผู้ซื้อฝาก จะไม่มีการเก็บค่าบริการในการซื้อฝากผ่านระบบ แต่อาจมีค่าบริการเฉพาะในบางกรณีของแต่ละท่าน เช่น ค่าบริการในการให้เจ้าหน้าที่ SmartFinn พาไปดูทรัพย์สินของผู้ขายฝากเป็นต้น     ทั้งนี้ เป้าหมายของในเบื้องต้นของ SmartFinn ต้องการสร้างแพลตฟอร์มสำหรับขายฝากอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นที่รู้จักและให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลก่อน ส่วนในระยะยาวนั้น จะขยายการให้บริการไปทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจังหวัดใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และพัทยา เป็นต้น   โดยปัจจุบันจะคงโฟกัสที่กรุงเทพฯและปริมณฑลก่อน แต่ในอนาคตจะขยายไปยังต่างจังหวัดต่อไป เพราะเป้าหมายหลักของ SmartFinn คือ การช่วยประชาชนคนไทยทั้งประเทศให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยดอกเบี้ยที่ไม่สูงมาก โดยอยู่ในรูปแบบของการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ที่บาลานซ์ระหว่างผู้ขายและผู้ลงทุนในราคาที่ยุติธรรมยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย และค่าธรรมเนียมบริการที่ไม่สูงมาก เพื่อให้คนที่เดือดร้อนสามารถก้าวเดินต่อไปได้  

อ่านต่อ >>

การขายฝากคืออะไร? เปรียบเทียบกับการจำนอง แตกต่างกันอย่างไร?

การ ขายฝาก คือ รูปแบบหนึ่งของการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เหมือนกับการจำนอง หรือการกู้ยืมผ่านสถาบันการเงินที่มีอสังหาริมทรัยพ์ค้ำประกัน และต้องไปทำสัญญาต่อเจ้าพนักงาน ณ สำนักงานที่ดิน ดังนั้น การขายฝากจึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ถูกกฎหมายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน   เนื่องจากการขายฝากจะต้องไปทำสัญญาต่อเจ้าพนักงาน ณ สำนักงานที่ดิน ดังนั้น การขายฝากจะมีค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้กรมที่ดินของพื้นที่ๆทรัพย์นั้นตั้งอยู่เช่นเดียวกับ จำนอง โดยเจ้าพนักงานกรมที่ดินจะคำนวนจาก ระยะเวลาที่ถือครองโฉนด มูลค่าขายฝาก มูลค่าประเมินของกรมธนารักษ์ และอื่นๆ ประกอบเพื่อคำนวนค่าธรรมเนียมของกรมที่ดิน     โดยปกติทั่วไปแล้ว การขายฝาก จะมีนายทุนบุคคลเป็นผู้ให้แหล่งเงินทุน เนื่องจากมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้จากผู้กู้น้อยกว่าการจำนอง ผู้นำทรัพย์มาขายฝากจะต้องไถ่ทรัพย์คืนภายในเวลาที่ตกลงกันไว้กับนายทุน ไม่เช่นนั้น ทรัพย์จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทุนโดยสมบูรณ์เมื่อเกินระยะเวลาที่ตกลงกัน   (ในกรณีนี้ สมาร์ทฟินน์ มีบริการช่วยเหลือผู้ขายฝาก – ติดต่อเจ้าหน้าที่ของสมาร์ทฟินน์ได้โดยตรง) ในทางกลับกัน การจำนองจะมีสถาบันการเงินเป็นผู้ให้แหล่งเงินทุน เนื่องจากมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้มากกว่า และต้องมีการฟ้องร้องเมื่อผิดนัดชำระหนี้     การขายฝากจึงเป็นช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุน สำหรับบุคคลที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงิน ธนาคารต่างๆได้ โดยนายทุนจะพิจารณาเฉพาะมูลค่าทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน เพื่อมั่นใจว่าผู้กู้จะนำเงินกู้มาคืนเมื่อครบกำหนดสัญญา (สมาร์ทฟินน์ มีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษากับผู้ที่จะมาขายฝาก เพื่อนำเงินไปสร้างเครดิตเพื่อขอเงินกู้กับสถาบันการเงิน โดยใช้เวลาสร้างเครดิต 1-2 ปี เพื่อให้ผ่านเกณฑ์การพิจารณา)   ขายฝาก สมาร์ทฟินน์ช่วยคุณรักษาและฟื้นฟูเครดิตของคุณได้อย่างไร อ่านต่อได้ที่นี่       Smartfinn เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องขายฝาก และช่วยในการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน กำหนดเงื่อนไขและจำนวนปีในการทำสัญญาขายฝาก ระหว่างนายทุนผู้ให้เงินและผู้ขายฝาก ให้สอดคล้องกับความสามารถในการไถ่ทรัพย์คืนของผู้ขายฝากเพื่อความเป็นธรรมที่สุด ► www.smartfinn.co.th ► ติดต่อสอบถามข้อมูล Line ID: @smartfinn ► โทร 094-445-7975     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝาก กับการกู้เงินที่ก่อให้เกิดรายได้

ขายฝาก กับการกู้เงินที่ก่อให้เกิดรายได้   ปัญหาหนี้สินครัวเรือนของคนไทยที่ 1.3 แสนล้านบาท จากการเปิดเผยตัวเลขของสภาหอการค้าไทย ในปี2560 และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น 10% ในทุกปีนั้น จึงทำให้เห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีหนี้ ซึ่งการเป็นหนี้นั้น สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น การลงทุนในธุรกิจ และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น ซื้อของฟุ่มเฟือย   แต่แบบไหนล่ะ ที่จะเรียกว่า เป็นการเป็นหนี้แบบคุ้มค่า หรือที่เราเรียกว่าหนี้ดี “หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้” ต้องพิจรณาก่อนจะทำการกู้ยืม หรือ ทำสินเชื่อนั้น ควรเริ่มต้นจากการประเมินก่อนว่า เงินที่ได้มา ต้องก่อให้เกิดรายได้ สร้างเงินเพิ่มคุ้มค่าหรือไม่ กรณีก่อหนี้ใหม่ที่มาชำระหนี้เดิม มาช่วยลดดอกเบี้ยเดิมได้หรือไม่ ถูกกว่า ดอกเบี้ยเดิมที่จ่ายอยู่หรือไม่ รายได้ที่สร้างขึ้นมานั้น มั่นคงเพียงพอที่เราจะชำระหนี้นี้ได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่   เมื่อพิจารณารอบด้านแล้ว หากเห็นว่าคุ้มค่าการลงทุน ก็ไม่ต้องกลัวการเป็นหนี้ หากหนี้นั้นสามารถสร้างรายได้ให้ได้มากกว่าดอกเบี้ยที่เสียไป ก็จะสามารถเรียกหนี้นั้นว่า “การลงทุนที่คุ้มค่าเลยทีเดียว”     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝาก ต้องขายฝากที่ดินกับสมาร์ทฟินน์

หัวใจหลักในการทำงานของ สมาร์ทฟินน์ คือ ต้องการช่วยเหลือการขายฝากในสังคมให้เป็นธรรม ช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ที่มีกฎหมายคุ้มครอง ภายใต้กรอบดอกเบี้ยของกฎหมาย   เป็นระบบแพลตฟอร์ทที่เป็นมาตรฐานหนึ่งในสมาชิกของ สมาคมฟินเทคประเทศไทย (Thai Fintech Association) เพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีทางการเงินของประเทศไทย ช่วยให้สมาร์ทฟินน์เป็นระบบการขายฝากที่ดินดีที่สุดในท้องตลาด ประสานนักลงทุนในระบบทั่วประเทศ พร้อมให้วงเงินที่เป็นธรรมตามการประเมินมูลค่าของบริษัทประเมินที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. ในราคาซื้อขายที่แท้จริงตามอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด พร้อมทั้งบริการเปลี่ยนนายทุนนอกระบบให้มาเป็นนักลงทุนของสมาร์ทฟินน์ เพื่อลดภาระดอกเบี้ยนอกระบบที่สูงจนเกินความสามารถในการชำระหนี้ ให้โอกาส SMEs และผู้ขายฝาก ได้มีความสามารถในการไถ่ทรัพย์คืนมาจากนายทุนนอกระบบได้   ทั้งนี้ทีมที่ปรึกษาของสมาร์ทฟินน์ ยินดีช่วยเหลือกรณีไม่สามารถไถ่ถอนได้ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยการเจรจาขยายระยะเวลาของสัญญาหรือหานักลงทุนรายใหม่ให้กับผู้ขายฝาก     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝาก กับ สมาร์ทฟินน์

สมาร์ทฟินน์ (Smartfinn) คือแพลตฟอร์ม Matching การขายฝากอสังหาฯ กับนักลงทุน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุน และช่วย SMEs ให้มีสภาพคล่อง สมาชิก Thai Fintech Association - สมาคมฟินเทคประเทศไทย นวัตกรรมทางการเงินจุดประสงค์เพื่อ SME ที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง มีภาระดอกเบี้ยสูง และไม่สามารถกู้หรือขอวงเงินจากสถาบันการเงินในระบบได้ ให้ได้พบกับนักลงทุนในระบบที่ไม่เอาเปรียบ โดยผ่านระบบคัดกรองที่เป็นมาตรฐานของสมาร์ทฟินน์ กับ นักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนการลงทุนที่มากกว่าที่ได้จากดอกเบี้ยธนาคารและมีหลักทรัพย์ที่ผ่านการคัดกรองค้ำประกัน ทำให้การลงทุนกับสมาร์ทฟินน์เป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำ โดยผู้ขายฝาก ยังสามารถต่ออายุสัญญาได้สูงสุดตามกฎหมาย (ขึ้นกับการตกลงของคู่สัญญา)   สมาร์ทฟินน์ แพลตฟอร์ม Matching การขายฝากอสังหาฯ ที่ประเมินมูลค่า บ้าน ที่ดิน คอนโด ราคาตามราคาที่แท้จริง ไม่เอาเปรียบทั้งผู้ขายฝากและนักลงทุน เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ผู้ขายฝากอสังหาฯได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด โดยพิจรณาผ่านบริษัทประเมินที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)   ทำไมต้องขายฝาก กับ สมาร์ทฟินน์ สมาร์ทฟินน์ Smartfinn ขายฝาก ประเมินมูลค่า และดอกเบี้ยเป็นธรรม การดำเนินงานเป็นมาตรฐาน และหน่วยงานรับรอง ช่วยเหลือ SME ให้มีสภาพคล่อง ดำเนิน/ขยายธุรกิจต่อไปได้ เปลี่ยนนายทุนนอกระบบ ให้เป็นนักลงทุนในระบบ     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

ขายฝากสมาร์ทฟินน์ ทางออกของคนทำธุรกิจ กับปัญหาสภาพคล่อง

ขายฝาก สมาร์ทฟินน์ ทางออกของคนทำธุรกิจ กับปัญหาสภาพคล่อง   ปัญหาสภาพคล่อง กับ การทำธุรกิจ เป็นเรื่องท้าทายสำหรับเจ้าของธุรกิจทุกคน ธุรกิจที่ต้องการขยายการเติบโต มีไอเดีย และลู่ทางธุรกิจมากมาย แต่ติดปัญหาเงินลงทุนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SME ทำให้อาจไปไม่ถึงฝั่งฝัน พลาดโอกาสในการลงทุนต่อยอดธุรกิจ   ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทางออกสำหรับบางคนอาจไม่ง่ายนัก หากต้องการเงินทุนเพื่อมาพยุงธุรกิจ และยืดอายุธุรกิจ ต่อลมหายใจ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ อาจต้องใช้เงินลงทุนที่ค่อนข้างสูง การทำสินเชื่อกับธนาคารทั่วไปอาจไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับธุรกิจ SME ที่ไม่ได้เตรียมการทำบัญชี หรือ เดินสเตทเมนท์ตามหลักมาตรฐานของธนาคารทั่วไป   อีกทั้งในปัจจุบัน สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่ออย่างมาก ลูกค้าเก่าต้องชำระหนี้เดิมให้หมดก่อน ก่อนที่จะได้รับอนุมัติวงเงินใหม่ ทำให้ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ ต้องหันไปพึงแหล่งเงินกู้นอกระบบที่อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า 5-10 เท่า   สมาร์ทฟินน์ แพลตฟอร์ม ขายฝาก อสังหาริมทรัพย์ บ้าน ที่ดิน คอนโด ที่ดีที่สุด ยุติธรรม ดอกเบี้ยเป็นธรรม เข้ามาช่วยเหลือ SME ที่ขาดสภาพคล่อง หรือต้องการขยายธุรกิจ ได้ประกอบกิจการต่อไปได้ เป็นแหล่งแพลตฟอร์มเชื่อมโยง พร้อมทั้งช่วยเปลี่ยนนายทุนให้เป็นนักลงทุนคุณภาพของสมาร์ทฟินน์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่าง มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน     SMARTFINN ให้บริการ ดอกเบี้ยต่ำ เพียง 0.75% ต่อเดือน มีทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาการขายฝาก บริษัทปิดดีลมาแล้วมูลค่ารวมกว่า 3,000 ล้านบาท และ matching นักลงทุนซื้อฝากใจดี ในระบบทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ขายฝากได้รับข้อเสนอที่ดีที่สุด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดภัย มีมาตรฐานฯ     อนุมัติไว ให้วงเงินสูง ไม่ดู Statement ไม่เช็คเครดิตบูโร สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.smartfinn.co.th บริการให้คำปรึกษา ฟรี โทรศัพท์ 02-026-0725 , 094-445-7975 , 089-664-5359 LINE ID: @smartfinn  

อ่านต่อ >>

บริษัท สมาร์ทฟินน์ โซลูชั่นส์ จำกัด

เลขที่ 9 อาคารจีทาวเวอร์ ชั้น 32 ถนนพระราม 9

แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

• • • • • •

Platform Matching